สืบเนื่องเรื่องเกิดจากหนังสือเรียกร้อง ร้องเรียนต่อประธานศาลฎีกา (เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2566)

0
52

สืบเนื่องเรื่องเกิดจากหนังสือเรียกร้อง ร้องเรียนต่อประธานศาลฎีกา (เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๖)
๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๗

กรณีให้ทนายอั๋นทำหนังสือเรียกร้อง ร้องเรียนไปยังท่านประธานศาลฎีกา นายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ และ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ให้ช่วยพิจารณา จัดหา แต่งตั้งองค์คณะใหญ่ของที่ประชุมศาลอุทธรณ์รับเรื่องคดีกบฏของ กปปส. ที่มีผู้พิพากษา ๒ คน เรียกเงินสินบน ๑๗๕ ล้านบาท เพื่อล้มคดี

พุทธะอิสระก็เป็นหนึ่งในหลาย ๑๐ คน ที่มีชื่ออยู่ในคดีการชุมนุมนี้ด้วย

ซึ่งที่ผ่านมาพุทธะอิสระมีศรัทธาและเชื่อมั่นในความสถิต ยุติธรรมของศาลในแต่ละชั้นมาโดยตลอด

หลังจากทนายอั๋นไปยื่นหนังสือเรียกร้อง ร้องเรียนดังที่นำมาลงในเฟสให้ท่านทั้งหลายได้อ่านกันไปแล้ว

ก็มีผู้เข้ามาสนทนา ไต่ถามด้วยความห่วงใยในหลายประเด็นที่น่าสนใจ จึงนำมาเขียนเล่าจารึกเอาไว้ให้ปรากฏเป็นประวัติในการต่อสู้ดังต่อไปนี้

ผู้หวังดีถามว่า ท่านไม่กลัวศาลจะกลั่นแกล้ง พิพากษาเพิ่มโทษให้แก่ท่านหรือ ที่ไปยื่นหนังสือเรียกร้อง ร้องเรียน จนทำให้งานเขาเพิ่ม

ตอบ :

กลัวก็ไม่ร้อง

ที่ร้องก็เพราะไม่กลัว

ติดคุกน่ะยังมีวันออก

แต่หากติดคุกแห่งอารมณ์ที่ถูกกระทำด้วยความอยุติธรรมนั้น เป็นภพ เป็นชาติ ก็ยากที่จะดิ้นหลุดออกมาได้ โดยเฉพาะอารมณ์ที่เกิดจากความอยุติธรรม

มันจะกลับกลายเป็นความพยาบาท อาฆาต ต่อผู้กระทำกันข้ามภพข้ามชาติ และผู้ที่เป็นเหตุให้เกิดความอยุติธรรมนั้น เขาจักต้องได้รับผลกรรมเป็นร้อยเท่าพันทวี

ดูตัวอย่าง เช่น พระเทวทัต ที่ตามล้าง ตามผลาญอาฆาตพยาบาทต่อพระพุทธเจ้าเป็นเวลาถึง ๔ อสงไขยแสนมหากัป

แม้แต่ชาติสุดท้ายของพระพุทธเจ้า พระเทวทัตก็ยังตามมาจองล้างจองผลาญทำร้ายพระพุทธเจ้า จนแผ่นดินสูบพระเทวทัตลงไปตกหมกไหม้อยู่ในอเวจีมหานรกอยู่ในทุกวันนี้

โชคดีที่พุทธะอิสระเป็นผู้ไม่ชอบเสพติดในอารมณ์ แต่กับเป็นผู้ถูกกระทำและจำเลยคนอื่นๆ ที่ผู้พิพากษาทุจริตทั้งหลายได้กระทำต่อพวกเขาไว้หละ พวกเขาจะเดือดร้อน อาฆาต พยาบาท โกรธเคืองขนาดไหน

พุทธะอิสระจึงได้พยายามตัดวงจร บ่วงบาศแห่งความอาฆาตร้ายนี้ให้มันหมดลงไปเสียแต่ในชาตินี้

จึงได้ให้ทนายอั๋นทำหนังสือไปเรียกร้อง ร้องเรียนดังกล่าว

ผู้หวังดีถามต่อว่า ความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น ขบวนการพิจารณาคดี ซึ่งพวกผมเห็นว่า ตัวท่านเองก็เคยได้รับและเป็นผู้ถูกกระทำ มันจะทำให้ท่านเปลี่ยนไปเลือกข้างไหม

ตอบ :

คนอื่นฉันไม่รู้

แต่คงไม่ใช่พุทธะอิสระแน่นอน

อย่าว่าแต่กระทำต่อพุทธะอิสระดังที่ปรากฎในสายตาสังคมที่แล้วๆ มาเลย ต่อให้นำตัวพุทธะอิสระไปตัดหัว ประหารชีวิต ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ต้องมาก่อน

เรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องรอง เล็กน้อย

คุณเอ๋ย…หากคุณได้ลงไม้ลงมือประพฤติปฏิบัติธรรมอย่างจริงจริง จังจัง คุณก็จะได้เห็นว่า

ประโยชน์ส่วนตัวนั้นมาทีหลัง ประโยชน์ส่วนรวม ประโยชน์ชาติ ประโยชน์แผ่นดิน นั้นต้องมาก่อน

แต่หากคุณไม่เคยปฏิบัติธรรม ไม่เห็นธรรม ไม่มีธรรม

คุณก็จะมองเห็นและต้องการแต่ประโยชน์ส่วนตนเองเท่านั้น ชาติ ศาสน์ กษัตริย์จะเสียหาย ล่มสลายไปอย่างไรก็ช่าง ขอให้ตัวกูได้ ตัวกูรอดก็พอ

คิดแบบนี้มันคือ คิดแบบคนเห็นแก่ตัว

เห็นแก่ประโยชน์ตนนั้นไม่เคยมีอยู่ในจิตใจฉัน

หากมี ฉันก็คงไม่ต้องตรากตรำ ลำบากลำบนตระเวนไปร้องเรียน เรื่องทุจริตคดีเงินทอนวัด เรื่องซื้อขายตำแหน่งของกรรมการมหาเถระสมาคมในยุคก่อน หรือเรื่องประพฤติผิดธรรม ผิดวินัยของไอ้เณรคำ ทำให้พระธรรมวินัยวิปริตของพวกลัทธิธรรมกาย

และสุดท้าย ก็ออกไปตั้งเวทีเรียกร้องให้รัฐยื่นมือเข้ามาปฏิรูปวงการคณะสงฆ์ จนนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในคณะสงฆ์ดังที่ปรากฏ

เรื่องอย่างนี้คนไม่มีธรรม ไม่เห็นธรรม คนเห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน เขาไม่ทำกันดอก เพราะทำแล้วก็จะมีสภาพอย่างที่ฉันได้รับอยู่นี่ไง

แล้วใครจะกล้าทำหละ

แต่พุทธะอิสระไม่สน

เพราะพุทธะอิสระไม่ได้มีตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล เหมือนกับพวกด้อมส้มเขาทำกันอยู่ในทุกวันนี้

ตัวพุทธะอิสระมันเล็กกระจิ๋ว น้อยนิด ดังผงธุลี ไม่มีราคาใดๆ ที่ต้องให้ห่วง แต่ที่ห่วงคือ

ชาติต้องมั่นคงเจริญ

ศาสนาต้องเป็นที่เคารพบูชาของผู้คน

สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องมั่นคงยั่งยืน

ส่วนตัวฉันมันก็แค่ผู้มาอาศัย

นี่คือหลักคิดของฉัน

ฉะนั้นคุณไม่ต้องกังวลว่า ฉันจะเปลี่ยนไปเลือกข้าง

พุทธะอิสระ

——————————————–

ลิ้งค์จาก : https://www.facebook.com/buddha.isara/posts/pfbid037iAfWzEBdzJPav5WCbCoHkPaUyDrPoYg64DfU4PQ4eaR6s4Y2DvkWoXGkYYQqQETl

——————————————–

A Story from a Petition to the President of the Supreme Court (dated June 30, 2023)
June 27, 2024

Regarding the Lawyer Aun’s petition to Hon. Justice Chotiwat Luangprasert, the President of the Supreme Court, and the Judicial Commission to request a fact-finding committee to investigate an allegation that two senior Court of Appeal judges demanded 175 million baht to clear the charges over the People’s Democratic Reform Committee (PDRC)’s street rallies against the government of Ying¬luck Shinawatra in 2013-2014.

Buddha Isara is one of the ten defendants in these charges.

Buddha Isara has always had faith and confidence in the justice of each level of the judicial system.

After the Lawyer Aun submitted the enclosed appeal, someone asked me, with goodwill. Thus, I would like to share a few stories as part of the history of our fight.

That well-intentioned person asked, “Aren’t you afraid the court would increase your sentence for submitting a petition that increased the court’s burden?”

Answer :

If I had feared, I would not have petitioned.

I petitioned because I was not afraid.

Being imprisoned, in one day, you will have freedom.

But once you have become a prisoner of emotions caused by injustice, you will be in countless lives, and it will be hard to free yourselves.

It will turn into vengeance against those wrongdoers in the next lives, and people who caused the injustice will have to endure the outcomes of Karma a thousand times.

An example is the story of Phra Devadatta, who had been vindictive against the Lord Buddha for over four incalculable (Asaïkheyya) and 100,000 world-period (Kappa).

Even in the last life of the Buddha, Phra Devadatta tried to kill the Buddha, and the earth sucked Devadatta into the deepest hell for his evil deeds till today.

Luckily, Buddha Isara is not addicted to emotions. On the other hand, those victims of injustice, how furious and revengeful they would become?

Therefore, Buddha Isara has tried to cut all of the cycle of vengeance in this life.

Thus, I asked the Lawyer Aun to submit the petition.

That well-intentioned person continued to ask, “Will the injustice of the judicial process you experienced change you to take a side?”

Answer :

I am not sure about other people.

But surely not Buddha Isara.

Not to mention the wrongdoing that previously happened to me as shown to society, even the death sentence, for me, the nation, the religions, and the King must come first.

My matter is just a minor little thing.

If you seriously practice the Dhamma, your matter will come second after the benefits for the public, the nation, and the country.

If you do not practice the Dhamma, perceive the Dharma, or have the Dhamma, you will only care about your advantage.
You will not bother if the nation, the religions, and the King will collapse as long as you survive.

Thinking like that is selfish.

Selfishness never exists in my mind.

If I had been selfish, I would not have gone through the troubles of reporting on temple embezzlement, The Sangha Supreme Council of Thailand’s former corruption of the Sangha titles, the Nen Kham’s violation of the monastic discipline, and the Dhammakaya Doctrine’s Dhamma distortion. And finally, I would not have rallied for the revolution of the Sangha, resulting in a major change in the Sangha.
People who neither adhere to nor perceive the Dharma or selfish people will not do so because they will be under the current circumstances as I am now.

Who will dare to do it?

But Buddha Isara do not care.

Buddha Isara do not have myself as the center of the universe, the way the “Dom Som” is doing.

Buddha Isara is like tiny dust without any value to worry about.

But my concerns are.

The nation must be stable and prosperous.

Religions must be respected and worshipped by people.

The monarchy must be long-lastingly stable.

I am just an inhabitant.

This is my principle.

Thus, you need not worry that I will take a side.

Buddha Isara

——————————————–

Previous article : https://www.facebook.com/buddha.isara/posts/pfbid037iAfWzEBdzJPav5WCbCoHkPaUyDrPoYg64DfU4PQ4eaR6s4Y2DvkWoXGkYYQqQETl