ประวัติพระมาลุงกยเถระ (ตอนที่ ๑)
๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๖
พระมาลุงกยเถระได้บังเกิดเป็นบุตรนักแลกเงินตราและทำหน้าที่คุมคลังของพระเจ้าโกศลในกรุงศาวัตถี มารดาของเขาชื่อ มาลุงกยา ด้วยเพราะมารดาชื่อมาลุงกยา ชาวบ้านจึงเรียกบุตรของนางว่า มาลุงกยบุตร
มาลุงกยบุตร เติบโตขึ้นมาพร้อมด้วยมีอุปนิสัยชื่นชอบบำเพ็ญกุศล และบำเพ็ญเพื่อค้นหาทางออกจากกามคุณทั้งปวง พออายุได้ ๑๖ ปี จึงละฆราวาสออกบวชเป็นปริพาชกท่องเที่ยวไปทั่ว เพื่อค้นหาอาจารย์ผู้สามารถสั่งสอนวิถีทางแห่งความหลุดพ้น
ในเวลาต่อมาจึงได้มีโอกาสได้ฟังธรรมในสำนักของพระศาสดา จนบังเกิดความศรัทธาในพระพุทธธรรมคำสั่งสอนนั้น จึงขอบวชบำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐาน ไม่นานนักก็ได้อภิญญา ๖.
ท่านได้ไปยัง ตระกูลญาติ เพื่ออนุเคราะห์ญาติ. ญาติทั้งหลายได้อังคาส (ถวายอาหารพระ) ท่านด้วยขาทนียโภชนียาหารอันประณีต ประสงค์จะล่อท่านด้วยทรัพย์กามคุณ จึงนำเอากองทรัพย์กองใหญ่มาวางไว้ข้างหน้า พร้อมทั้งอ้อนวอนว่า
“ทรัพย์นี้เป็นของท่าน ท่านจงสึกมา ใช้จ่ายทรัพย์สินอันมากมายนี้ให้มีความสุขในกามคุณเถิด แล้วมีครอบครัวลูกเมีย ถ้าหากต้องการให้เกิดบุญทั้งหลาย ท่านก็จงใช้ทรัพย์นี้สร้างบุญเอาเถิด”
พระเถระเพื่อจะเปลี่ยนอัธยาศัยความคิดของหมู่ญาติทั้งหลายเหล่านั้น จึงเขาสมาบัติ แสดงอิทธิฤทธิ์ เหาะขึ้นไปยืนบนอากาศ แล้วประกาศแสดงธรรมด้วยคาถา ๖ คาถา ดังนี้ว่า
๑. ตัณหาย่อมเจริญแก่สัตว์ผู้ตั้งอยู่ในความประมาท เหมือนดังเถาย่านางทราย และหมู่เถาวัลย์ทั้งหลาย เจริญอยู่ในป่าฉะนั้น
๒. บุคคลผู้ตกอยู่ใน อำนาจของตัณหา ย่อมเร่ร่อนไปในภพน้อยภพใหญ่ เหมือนวานรปรารถนาผลไม้ เร่ร่อนไปในป่าฉะนั้น
๓. ตัณหา อันชั่วช้า ซ่านไปในโลก ครอบงำบุคคลใด ความโศก ทั้งหลายย่อมเจริญแก่บุคคลนั้น เหมือนหญ้าคมบางที่ฝนตกพรำหล่อเลี้ยงให้หญ้านั้นเจริญอยู่ตลอดเวลาฉะนั้น
๔. ส่วนบุคคลใดสามารถครอบงำตัณหาอันชั่วช้านี้ได้ แม้ยากที่จะท่องไปในโลก ความโศกทั้งหลายย่อมมิอาจครอบงำได้ ดุจดังหยาดน้ำที่ตกไปบนใบบัวฉะนั้น
๕. เพราะฉะนั้น เราขอเตือนท่านทั้งหลาย ด้วยจิตที่หวังดี และเอ็นดู ขอความเจริญ จงมีแก่ท่านทั้งหลาย ผู้มาประชุมกันอยู่ในสมาคมนี้ทั้งหมด ท่านทั้งหลายจงขุดรากถอนตัณหา ดุจบุคคลผู้มี ความต้องการรากของหญ้าแฝก แล้วลงมือแฝกขุดเอารากแฝกฉะนั้น ขอหมู่มารจงอย่าได้ระรานท่าน ทั้งหลายเลย ดุจดังกระแสน้ำพัดพาไม้อ้อให้ล่องลอยไปได้ไกลฉะนั้น
๖. ท่านทั้งหลายจงทำตามพระพุทธธรรมที่ทรงสอน แล้วตั้งมั่นอยู่ในธรรมนั้น ย่อมสามารถปลดเปลื้องพันธนาการ ท่านทั้งหลายให้พ้นเสียจากนรก และความเศร้าโศกได้ในที่สุด
ความประมาทดุจดังธุลี ธุลีทั้งหลายล้วนเกิดขึ้นเพราะความมัวเมาประมาท ท่านทั้งหลายพึงถอนลูกศรอันเสียบอยู่ในหทัยของตนออกเสีย ด้วยความไม่ประมาท และด้วยวิชชาที่องค์พระบรมศาสดาทรงสั่งสอนเถิด
เป็นคำสอนที่สัน กระชับ ง่าย ได้ใจความ ทั้งยังเป็นคุณประโยชน์อย่างยิ่ง หวังว่าท่านทั้งหลายคงจะซึมซับ ทำความเข้าใจให้แจ่มชัด เพื่อประโยชน์ในชาตินี้และชาติหน้า
เจริญธรรม
พุทธะอิสระ
——————————————–