หรือว่าเมื่อบริบท ของสังคมเปลี่ยนไป วัดจึงต้องเปลี่ยนตามไปด้วย

0
99

เห็นข่าววัดลัฎฐิวนาราม หรือ วัดใต้ ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ทำสัญญาเซ็งลี้ ให้นายทุนเอกชน เข้ามาสัมปทาน ที่วัดสร้างอาคารที่มีรูปทรง คล้ายโบสถ์หรือศาลา บำเพ็ญบุญ โดยภายในบรรจุด้วย รูปพระปฏิมาประธาน โต๊ะหมู่บูชา ตู้ขายวัตถุมงคล จุดขายดอกไม้ธูปเทียนหอม แถมด้วยมีพระสงฆ์มานั่งรับจ๊อบ คอยประพรมน้ำมนต์ ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอีกต่างหาก

ตามข่าวแจ้งว่า รายได้ทั้งหมดในแต่ละวัน ตกเป็นของนายทุนซึ่งมีทั้งจีน และไทย

วัดจะได้เฉพาะค่าเช่าสัมปทาน เป็นรายปี

พูดให้เข้าใจง่ายๆคือ สมภารวัด เอาที่วัดให้นายทุนเช่าเพื่อสร้างสาธารณสถาน โดยอยู่ในความกำกับ ควบคุมของนายทุนเพื่อเก็งกำไร

นี่เรียกว่าบริบทของสังคมมันเปลี่ยนไป จากที่วัดเคยให้เช่าที่ทำอาคารอยู่อาศัย หรืออาคารพาณิชย์ บางวัดก็มีที่ดินให้ชาวไร่ ชาวนาได้เช่าทำมาหากิน แต่ปัจจุบันวัดได้กล้าหาญ ชาญชัย ถึงขนาดให้เช่าที่ดินถึงเขตพุทธาวาส

หลายคน อาจจะสงสัยว่า คำว่าเขตพุทธาวาส หมายถึงอะไร

เขตพุทธาวาส คือเขตที่ได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมา หรือที่ตั้งพระอุโบสถ์ ซึ่งมีรัศมีโดยรอบ ไม่ต่ำกว่า ห้าสิบเมตร เรียกตามศัพท์พระวินัยว่า อุปจารสีมา

นอกจากนี้ในวัดยังมีเขตสังฆาวาส ซึ่งเป็นเขตที่อยู่อาศัย ของพระสงฆ์

ตามด้วยเขตฆราวาส อันเป็นที่บำเพ็ญบุญ ของญาติโยม

ไม่ว่าจะเป็นเขตพุทธาวาส สังฆาวาส หรือ ฆราวาส ล้วนแต่กำหนดขึ้นเพื่อความ สงบ สะอาด ฉลาด สว่าง ของพระภิกษุ พุทธบริษัท ๔ ที่อยู่อาศัย ภายในวัด ทั้งสิ้น

เหล่านี้คือ วัดที่มีอยู่ในอุดมคติของพุทธศาสนา

แต่เมื่อบริบทของสังคมเปลี่ยนไป

เงินกลายเป็นความจำเป็น วัดจึงทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา ดังที่ปรากฏ

บางวัดถึงกับเปลี่ยนไปจาก ความสงบ สะอาด ฉลาด สว่าง

กลับกลายเป็น คึกคัก รุงรัง โลภ หลง มืดบอด

ด้วยเพราะ ผู้นำของวัด มองเห็นเงินเป็นใหญ่ กลายเป็นผู้มักมาก ดังที่ปรากฏให้เห็น ช่างน่าอนาถนัก

พุทธะอิสระ

ขอขอบคุณภาพจาก : MGR Online