สามเณรสุมนะ (ตอนที่ 4)

0
34

สามเณรสุมนะ (ตอนที่ ๔)
๘ ตุลาคม ๒๕๖๖

ความเดิมตอนที่แล้ว จบลงตรงที่สามเณรสุมนะ ได้รับพุทธบัญชาให้ไปนำน้ำจากสระอโนดาต ที่ตั้งอยู่ ณ ป่าหิมวันต์ประเทศ มาให้พระพุทธองค์ได้ทรงล้างพระบาท

เหตุที่ต้องการให้สามเณรสุมนะไปนำน้ำที่สุดแสนจะยากลำบาก ไกลแสนไกล และอันตรายจากหมู่พญานาคผู้มากไปด้วยเดชเดชา เช่นนั้นก็เพราะต้องการให้สังฆมณฑลได้รับรู้ถึงอำนาจบารมี ของสามเณรสุมนะ ผู้เป็นอรหันต์ขีณาสพ

ที่บรรดาภิกษุปุถุชนและฆราวาส มักจะแสดงอาการหยอกล้อเล่นด้วย เพราะสามเณรสุมนะ เป็นผู้ที่มีหน้าตา รูปร่าง น่ารักน่าเอ็นดู ชนทั้งหลายมักจะล้อเล่นกับท่านเป็นประจำ ซึ่งองค์พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเห็นถึงวิบากกรรมของผู้ที่ล้อเล่น ดูแคลนพระอรหันต์เช่นนั้น จะต้องได้รับผลกรรมอันหนักหนาสาหัสหลายภพหลายชาติ จึงทรงต้องการจะชี้ให้เห็นถึงโทษภัยที่ปุถุชนทั้งหลายไปปรามาสพระอรหันต์

เวลาต่อมาสามเณรสุมนะ เมื่อได้รับพุทธบัญชาจากองค์พระบรมศาสดาแล้ว จึงได้เหาะมาจนถึงสระอโนดาต ที่มีพญานาคปันนกะและบริวารปกครองเฝ้ารักษาอยู่

เมื่อพวกนาคเหล่านั้น ได้เห็น สามเณรสุมนะ เหาะแบกหม้อตักน้ำใบใหญ่มากลางอากาศ พวกพญานาคทั้งหลายจึงได้ออกมารับหม้อตักน้ำจากสามเณรสุมนะ พร้อมกล่าวว่า

“นิมนต์พระผู้เป็นเจ้าล่วงหน้าไปก่อนเถิดขอรับ ข้าพเจ้าเองจักนำน้ำไปถวายให้จนถึงที่อยู่ของพระคุณเจ้าเลย”

สามเณรกล่าวว่า “มหาราช ท่านจงหยุด ข้าพเจ้าเองเป็นผู้ที่ได้รับพระบัญชามาจากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้มานำน้ำไปทูลถวายให้ทรงล้างพระบาท หากเราปล่อยให้พวกนาคเป็นผู้นำน้ำไปทูลถวายแทนหรือนำน้ำนี้ไปส่งต่อให้เราไปทูลถวายเองก็ตามที เช่นนั้นก็จักเป็นการผิดพระบัญชาที่ทรงไว้วางพระทัยให้เรามาตักน้ำไปถวาย

เราขอบใจหมู่นาคทั้งหลายเป็นยิ่งนัก ที่มีน้ำใจจะอนุเคราะห์แก่เรา ขอให้เราได้ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาด้วยตนเองเถิด”

เมื่อพวกพญานาคทั้งหลายได้ยินเช่นนั้น จึงนมัสการแล้วหลีกไป

ครั้นตักน้ำได้แล้ว สามเณรสุมนะจึงเอามือจับที่ขอบปากหม้อ แบกขึ้นบ่าแล้วเหาะมาทางอากาศตรงสู่ที่ประทับขององค์พระบรมศาสดา

ลำดับนั้น พระศาสดาทรงแลดูเธอซึ่งกำลังเหาะมา จึงทรงตรัสเรียกพวกภิกษุทั้งหลายมาแล้ว ตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงดูการเยื้องกรายของสามเณรสุมนะขีณาสพผู้นั้นซิ เธอย่อมงดงามดุจพญาหงส์ในอากาศฉะนั้น.”

เมื่อสามเณรนั้นเหาะลงมาถึงเบื้องหน้าพระพักตร์แล้วจึงวางหม้อน้ำลง พร้อมทั้งถวายบังคมพระศาสดาแล้วยืนอยู่ข้างหนึ่ง

ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสกะเธอว่า “สุมนะ เธอมีอายุได้เท่าไร? สามเณรกราบทูลว่า “มีอายุ ๗ ขวบ พระเจ้าข้า.”

พระศาสดาตรัสว่า “อชฺชโต ปฏฺฐาย ภิกฺขุ โหหิ…สุมนะ ถ้าอย่างนั้นนับจากนี้ไปเธอจงเป็นภิกษุมาเถิด” ดังนี้แล้ว ได้ประทานทายัชชอุปสมบท.

การบวชแบบทายัชชอุปสัมปทา หมายถึง การบวชแบบมอบความเป็นทายาทให้ หรือการรับเข้าหมู่โดยความเป็นทายาท ซึ่งเป็นการบวชเป็นพระภิกษุแบบพิเศษ ทั้งนี้เพราะพระพุทธองค์ทรงพิจารณาเห็นว่า สามเณรนี้มีคุณสมบัติสมควรที่จะเป็นพระภิกษุได้เพราะเป็นพระอรหันต์ และปฏิบัติหน้าที่รับภาระหนักเทียบเท่าพระภิกษุ (ในพระพุทธศาสนามีสามเณรที่ได้รับการบวชด้วยวิธีแบบพิเศษนี้เพียง ๓ รูปเท่านั้น คือ สามเณรสุมนะ, สามเณรโสปากะ และสามเณรทัพพะ)

เมื่อสุมนสามเณรนั้นอุปสมบทแล้วอย่างนั้น พวกภิกษุสนทนากันในโรงธรรมว่า “ผู้มีอายุทั้งหลาย กรรมของสุมนะนี้ช่างน่าอัศจรรย์นัก อานุภาพของสามเณรน้อย ถึงได้มีฤทธิ์มากเห็นปานนี้ อานุภาพเห็นปานนี้ พวกเราไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ในกาลก่อนแต่กาลนี้พวกเราก็ได้เห็นแล้ว”

พระศาสดาเสด็จมาพอดี ทรงได้สดับการสนทนาของพวกภิกษุแล้วจึงทรงตรัสถามว่า “ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไรหนอ?” เมื่อพวกภิกษุกราบทูลว่า “ด้วยเรื่องที่สามเณรสุมนะ แม้เป็นเด็กน้อย ก็ยังมีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมากพระเจ้าข้า” ตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ในศาสนาของเรา บุคคลแม้เป็นเด็กหากมุ่งมั่นปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบแล้ว ย่อมได้คุณสมบัติอันเป็นทิพย์ เห็นปานนี้เหมือนกันกับสุมนะสามเณร”

เมื่อจะทรงแสดงธรรม จึงตรัสพระคาถานี้ว่า :-

โย หเว ทหโร ภิกฺขุ ยุญฺชติ พุทฺธสาสเน

โส อิมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา

ภิกษุใดแล ยังหนุ่ม พากเพียรอยู่ในพระพุทธศาสนา, ภิกษุนั้น ย่อมยังโลกนี้ให้สว่างดุจพระจันทร์ที่พ้นแล้ว จากหมอก (เมฆ) สว่างอยู่ฉะนั้น

ในกาลจบเทศนา ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปัตติผลเป็นต้น ดังนี้แล.

จบบริบูรณ์แล้วจ้า วันหน้าจะนำประวัติของสามเณรโสปากะ มาเล่าสู่กันฟังต่อนะจ๊ะ

พุทธะอิสระ

——————————————–

ลิ้งค์จาก : https://www.facebook.com/buddha.isara/posts/pfbid02oy9i8j3iwHEViB2kepTJg358vEDHJtk5NuJdHLJjQQwexNt329TESeEZ65V6kUsJl