เรื่องนี้ต้องขยาย : พระสีวลีเถระ (ตอนที่ 2)

0
36

พระสีวลีเถระ (ตอนที่ ๒)
๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

ความเดิมตอนที่แล้ว

สีวลีกุลบุตรได้ทูลถวายน้ำผึ้งและเนยแข็งปรุงรสด้วยของเผ็ดทั้งห้าแด่พระวิปัสสีพระพุทธเจ้า

พระศาสดาทรงอาศัยความเอ็นดูแก่บุรุษนั้น ทรงรับบรรณาการนั้นด้วยบาตรหินที่ท้าวมหาราชทั้ง ๔ ถวายแล้ว พร้อมทรงอธิษฐานให้ไทยธรรมของสีวลีกุลบุตรนั้นเพิ่มพูนมากขึ้นจนพอเพียง ถวายแก่ภิกษุถึง ๖๘,๐๐๐ องค์ แล้วยังมีเหลือแจกจ่ายแก่ชาวเมืองทั่วทุกคน

กุลบุตรนั้นถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า ยืนอยู่ ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่ง พร้อมกราบทูลว่า ข้าพระองค์พบพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ถือเป็นลาภอันประเสริฐยิ่ง ได้ร่วมกับชาวเมืองพันธุมดีนำสักการะมาถวายพระองค์ ด้วยผลทานครั้งนี้ แม้ข้าพระองค์พึงเป็นผู้ถึงความเป็นยอดทางลาภและเป็นยอดทางยศในทุกภพที่เกิดแล้วด้วยผลแห่งกุศลกรรมนี้.

พระศาสดาทรงพิจารณาถึงวิสัยของสีวลีกุลบุตรแล้วจึงทรงตรัสว่า ความปรารถนาของท่านจักสำเร็จดังที่ท่านปรารถนา แล้วทรงกระทำอนุโมทนาภัตรแก่กุลบุตรพร้อมชาวเมืองแล้ว เสด็จกลับไป.

ฝ่ายกุลบุตรนั้นกระทำกุศลจนตลอดชีพแล้ว เวียนว่ายอยู่ในกามาวจรภูมิอยู่หลายชาติ จึงมาเกิดเป็นมนุษย์ ถือปฏิสนธิในพระครรภ์ของพระราชธิดาพระนามว่า สุปปวาสา ในพุทธุปาทกาลนี้ ตั้งแต่เวลาถือปฏิสนธิพระนางสุปปวาสาได้รับเครื่องบรรณาการถึง ๕๐๐ ทั้งเช้าทั้งเย็น.

ครั้งนั้น ขณะที่พระนางตั้งท้องอยู่ พวกพระญาติต้องการจะทดลองบุญบารมีของเด็กในท้อง จึงให้พระนางนั้นเอาพระหัตถ์สัมผัสกระเช้าใส่พืช พลันพืชนั้นก็แตกหน่อออกมา

เมื่อให้พระนางที่ทรงครรภ์ไปสัมผัสยุ้งฉางข้าวที่ว่างเปล่า พลันก็มีข้าวเกิดขึ้นจาก ๕๐ เกวียนบ้าง ๖๐ เกวียนบ้าง

ยุ้งฉางใดที่มีข้าวอยู่บ้างแล้ว เมื่อพระนางใช้พระหัตถ์ไปสัมผัสจับต้องด้วยบุญฤทธิ์ของเด็กที่อยู่ในครรภ์ ทำให้ข้าวในยุ้งฉางนั้นกลับเต็มจนล้นออกมา พระนางจึงละมือจากยุ้งฉางนั้นเสีย

ชนทั้งหลายจึงพากันกล่าวว่า ด้วย “บุญของพระราชธิดา” หากทรงจับต้องแม้หม้อข้าวที่มีข้าวสวยเต็มหม้อ ต่อให้ตักแจกผู้คนทั้งเมือง หากพระนางยังไม่ยกพระหัตถ์ออกเพียงใด ข้าวสวยก็ไม่สิ้นเปลืองไปเพียงนั้น.

พระนางสุปปวาสาทรงพระครรภ์อยู่ตลอด ๗ ปี ซึ่งผิดวิสัยของหญิงตั้งครรภ์ทั่วไป แต่เมื่อครรภ์แก่ นางเสวยทุกข์ใหญ่อยู่ถึง ๗ วัน พระนางจึงปรึกษาพระสวามีว่า ก่อนที่หม่อมฉันจะตาย ขอถวายมหาทาน พระนางจึงขอร้องให้พระสวามีไปเฝ้าพระศาสดา กราบทูลเรื่องที่พระนางปรารถนาจะถวายมหาทานแด่พระศาสดา และหมู่สงฆ์สาวกทั้งปวง ทั้งยังกำชับต่อพระสวามีว่าหากพระศาสดาตรัสคำใด ท่านจงตั้งใจกำหนดคำนั้นให้ดี แล้วกลับมาบอกหม่อมฉัน.

ในวันต่อมาพระสวามีของพระนางจึงได้ไปกราบทูลอาราธนาพระบรมศาสดาพร้อมหมู่สงฆ์ ให้เสด็จไปรับมหาทานที่พระบรมมหาราชวัง

พระศาสดาจึงทรงตรัสว่า ขอพระนางสุปปวาสาโกลิยธิดาจงมีความสุข จงมีความสบาย ไม่มีโรค จงคลอดบุตรที่หาโรคมิได้เถิด.

พระราชาทรงสดับพระวาจาขององค์พระบรมศาสดาแล้วจึงกำหนดจดจำพระวาจานั้นไว้อย่างมั่นคง แม่นยำ แล้วทรงมุ่งหน้าเสด็จกลับพระราชนิเวศน์

ต่อมาพระราชาจึงได้แจ้งพระวาจาแห่งองค์พระบรมศาสดานั้นแก่พระมเหสี พอพระนางได้สดับพระวาจานั้น พระนางจึงได้คลอดพระราชโอรสออกมาดุจดังเทน้ำข้าวออกจากหม้อฉะนั้น

ในเวลานั้นผู้คนที่รอคอย รอเฝ้าอยู่รอบๆ พระวรกายของพระราชาก็แสดงกิริยากิริยาหัวเราะ ทั้งที่หน้านองด้วยน้ำตา

มหาชนทั้งหลายต่างรู้ข่าว จึงได้พากันยินดีแล้ว ร่าเริงแล้ว แสดงกิริยาเฉลิมฉลองกันอย่างเอิกเกริก

พระราชาทรงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วจึงทรงดำริว่า พระดำรัสที่พระบรมศาสดาทรงตรัสแล้วได้บังเกิดเป็นผลสมพระวาจา

ในเวลาต่อมาพระนางสุปปวาสา เมื่อได้ทรงมีพระประสูติการพระราชโอรสแล้ว ก็มีพระพลานามัยแข็งแรงดุจดังหญิงที่ไม่เคยผ่านการคลอดบุตรเลย

พระนางจึงได้เสด็จออกมามีรับสั่งให้เจ้าพนักงานจัดเตรียม โภชนาหารอันประณีตทั้งคาวหวาน เพื่อถวายองค์พระบรมศาสดาและหมู่สงฆ์ตลอด ๗ วัน

ข่าวการมีพระประสูติการของพระราชโอรส ได้ก่อให้เกิดความปลื้มปีติ แก่พระประยูรญาติทั้งที่อยู่ไกลและใกล้ทั้งหมด ด้วยเหตุนี้พระประยูรญาติเหล่านั้นจึงเฉลิมพระนามของกุมารนั้นว่า “สีวลีราชกุมา”

พอแค่นี้ก่อนนะจ๊ะ นั่งนานปวดหลัง

พุทธะอิสระ

——————————————–

ลิ้งค์จาก : https://www.facebook.com/buddha.isara/posts/pfbid02VwiGzQ2k2Cqs69E1eEnyqrLniTxdCQWLzMoEHVdWbHrpxz6L4NazEx9GjUMquH7ol