มีผู้ท้วงติง ด้วยความหวังดี

0
3
ผู้ใหญ่หลายคนแสดงความหวังดีมาหลายครั้งแล้วว่า ท่านทำไมไม่อยู่เฉยๆ นิ่งๆ เหมือนกับแกนนำ กปปส. คนอื่นๆ ที่เขาอยู่นิ่งๆ ซึ่งมันอาจจะมีผลทางคดี ในเชิงบวกก็ได้
เช่นเดียวกัน หากท่านยังมีบทบาทโดดเด่นอยู่ในขณะนี้ อาจจะมีผลกระทบกับคดี กบฏ อั้งยี่ ซ่องโจร และขัดขวางการเลือกตั้ง ที่ถูกกล่าวหาก็ได้
สรุปรวม คือ ไม่ทำตนให้เป็นประเด็นได้ น่าจะเป็นผลดีต่อคดีที่ศาลกำลังจะมีคำพิพากษา ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้
พุทธะอิสระ จึงตอบท่านผู้หวังดีไปว่า
เพียงเพื่อทำให้ตัวเองรอด แล้วบ้านเมืองไม่รอด สถาบันมีภัย แล้วเรายังทำเฉยชา เพื่ออยู่รอด
เช่นนั้น พุทธะอิสระ ยอมอยู่ไม่รอดดีกว่า
เพราะถ้าคิดแต่จะเอาตัวรอด คงไม่ต้องเที่ยวไปยื่นเรื่องฟ้องให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบคดีเงินทอนวัด จนสามารถนำคนผิดติดคุกได้ดอก
และเพราะคิดจะเอาตัวรอดอยู่แบบสบายๆ ก็ยอมก้มหน้ารับกิจนิมนต์ของ ลัทธิธรรมกาย แล้วปล่อยให้ธรรมกายครอบงำสังฆมณฑล บิดเบือนพระธรรมวินัยต่อไป
หากเพราะคิดจะเอาตัวรอดอยู่แบบสบายๆ คงไม่ต้องออกไปราวีกับพวกนักการเมืองที่โกงกินบ้านเมือง จนชาวนาต้องฆ่าตัวตายดอก
และเพราะคิดจะเอาตัวรอด คงไม่ออกมารบกับพวกม็อบคณะราษฏร พรรคการเมืองที่คิดจะล้มเจ้า ล้มสถาบันดอก
และถ้าการอยู่นิ่งๆ เฉยๆ เพียงเพื่อจะทำตัวให้รอด
พุทธะอิสระ ก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม ส่วนเรื่องผลทางคดี พุทธะอิสระ เชื่อว่า ศาลท่านคงพิจารณาพยานหลักฐาน ตามที่โจทย์และจำเลยนำมาหักล้างเป็นหลัก
หาได้นำเอาประเด็นของพฤติกรรม ทำ พูด คิด ของฉัน ที่ทำให้บ้านเมืองในเวลานี้ มาเป็นหลักในการตัดสินคดีดอก
และถ้าผลทางคดี จะออกมาเป็นโทษต่อ พุทธะอิสระ
พุทธะอิสระ ก็หาได้สะดุ้งกลัวต่อโทษทัณฑ์ที่อาจจะได้รับไม่
หากต้องกลับไปติดคุกอีกครั้ง ก็ถือได้ว่า เราได้เข้าไปพักผ่อนเบาบาง ว่างจากภาระที่ตนต้องแบกต้องรับเอาไว้
สรุปรวม ไม่ว่าคำตัดสินของศาล จะเป็นคุณหรือเป็นโทษอย่างไร
พุทธะอิสระ ก็พร้อมที่จะยอมรับ โดยมิได้ปริปาก บ่นด่าว่า หรือตำหนิ ต่อผู้ใด
เพราะนี่คือ วิถีของชัมบาลา ที่เราเลือกแล้ว
พุทธะอิสระ
๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
————————————————–
Someone has cautioned me with goodwill.
February 5, 2021
Out of good intentions, some senior people have asked me a few times why I have not remained quiet like other leaders of People’s Democratic Reform Committee. Staying calm and quiet may give a more positive result for their cases.
Likewise, if I play a dominant role, it may affect the court cases for leading a criminal association and obstructing an election.
In conclusion, if I keep a low profile, it shall be positive for the court ruling that will come out within February.
Therefore, I replied to that kind-hearted person.
If I survive, but the country does not. Or if the monarchy is in danger, but I have to remain indifferent to survive. As such, I would rather not survive.
If I had thought of survival, I would not have filed complaints to the government to investigate embezzlement of funds allocated to temples which led to imprisonment of the wrongdoers.
Because if I had thought of living a comfortable life, I must have accepted the Dhammakaya Doctrine’s invitations and let them dominate the diocese and continue to distort the Buddhist Monk’s Discipline.
Because if I had thought of living a comfortable life, I would not have fought against the corrupted politicians who caused suicides of farmers.
If I had thought of survival, I would not have fought against the Khana Ratsadon protesters and the anti-monarchy political parties.
If I have to remain indifferent to survive, I would rather not to live.
Regarding the court cases, Buddha Isara believe that the court mainly consider evidence gained from the prosecutors and the defendants.
However, if the court consider my behaviors, actions, speech, and thinking that I am doing for the country to be the major factor, and the court ruling turns out to be negative for Buddha Isara, I am not afraid of any punishment.
If I will be imprisoned again, I will regard it as an opportunity to rest and get a relief from burdens.
In sum, whether the court ruling is positive or negative, I am willing to accept without any complaint or blame on anybody.
Because this is the Sambhala way I have chosen.
Buddha Isara