บทความ
สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา
๒๔ มีนาคม ๒๕๕๙
เมื่อวานหลังจากที่เดินทางไปยื่นเรื่องต่อ สตง. แล้ว
เจ้าเฉาก๊วยเป็นสารถีนำรถมารับ
หลังจากเสร็จภารกิจในขณะเดินทาง มันก็พยายามอ้อนวอนขอร้องฉันให้แวะหาหมอตรวจดูในช่องท้อง
เพราะมันเห็นฉันปวดแสบทรมานในช่องท้องทรมานมานานแรมปี
หลายคนก็พยายามขอร้องให้ฉันเข้าไปตรวจสุขภาพ ส่องกล้องดูในช่องท้องกันหลายครั้งหลายครา
แต่ด้วยเพราะความเกรงใจที่ต้องไปรบกวนเวลาและเงินทองของพวกเขา ฉันจึงได้ปฏิเสธมาตลอด
ด้วยเพราะเกรงใจไม่อยากรบกวนทำตัวเป็นภาระของพวกเขา และตั้งแต่บวชเข้ามาฉันเองไม่ได้มีทรัพย์สินใดๆ
การเข้าโรงพยาบาลในแต่ละครั้ง ย่อมต้องรบกวนพวกเขาซึ่งไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่ผู้ปวารณา
ตามพระวินัย ภิกษุจะขอได้ต่อผู้ที่เป็นญาติหรือปวารณา คือการอนุญาตให้ภิกษุขอเท่านั้น และต้องขอแต่เฉพาะสมณะบริขาร ขอนอกจากนั้นต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
ฉะนั้นการที่ผู้อื่นต้องมารับภาระจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลฉัน มันทำให้ฉันต้องเป็นทั้งอาบัติและเป็นทั้งหนี้บุญคุณพวกเขา
เช่นกรณีบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ฉันต้องไปหาหมอฟัน โดยมีเจ้านนท์ ลูกชายนายจิโรจน์กรรมการมูลนิธิผู้ล่วงลับไปแล้ว นำรถมารับฉันไปหาหมอฟัน ทพ.ประดิษฐ์ อัครเอกจิตต์ ที่คลินิกเด็นทัลสมายล์นครปฐม เพื่ออุดฟันรากฐาน
ทำการอุดฟันเสร็จ คุณหมอนัดว่า หากมีเวลาควรจะกลับมารื้อครอบเก่าที่ชำรุดแล้วทำครอบใหม่ พร้อมกันนั้นคุณหมอทำการเอ็กซเรย์ดูรากฟัน
ฉันแจ้งหมอว่า เอาไว้มีเวลาจะกลับมาให้คุณหมอทำครอบฟันใหม่ พอขึ้นรถกลับวัด ฉันถามเจ้านนท์ว่าจ่ายตังค์ให้หมอแล้วหรือยัง เจ้านนท์แจ้งว่าคุณหมอไม่รับเงิน เขาทำถวาย
ฉันเลยบอกเจ้านนท์ว่า ขอบคุณเขาหรือเปล่า
เจ้านนท์บอกว่าขอบคุณไปแล้วครับ
ฉันจึงบอกว่า เช่นนั้น วันหน้าคงไม่มาให้เขาทำครอบฟันแล้ว
วันพุธและพฤหัสบดีนี้ก็เช่นกัน
ฉันเดินทางมาถึงโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ตอนตี ๕ ครึ่ง
เจ้านนท์และชูใจเลขามูลนิธิมารอรับ
ระหว่างรอเวลาที่หมอนัด ๖ โมงเช้า ฉันจึงขอเข้าห้องน้ำ
ตั้งใจว่าจะเข้าไปเยี่ยว มีดาบแจ้และเจ้าวารินเดินตามไปส่ง
ฉันเข้าห้องน้ำ ทำความสะอาดโถส้วมแล้วลงนั่งเพื่อเยี่ยว แต่ดันขี้ตามมาด้วย
เลยคิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว จึงทำการขับถ่ายของเสียภายในกาย ทั้งน้ำ ทั้งเนื้อ จนเสร็จ ใช้เวลานานพอสมควร
ได้ยินเจ้าวารินคุยกับดาบแจ้เสียงดัง
ในใจคิดเกรงใจพวกมันสองคนที่ต้องมายืนรอนาน
พอออกจากห้องน้ำ จึงพูดกับเจ้าสองคนว่า
แหม มันมาทั้งพี่ทั้งน้อง เลยนานไปหน่อย
เจ้าวารินกับเจ้าแจ้หัวเราะลั่น
ทำให้ฉันพลอยหัวเราะกับมันไปด้วยยามเช้ามืด
พูดถึงดาบแจ้
เมื่อวานหลังจากกลับจาก สตง. คุณหมอนัดตรวจเบื้องต้นตอน ๕ โมงเย็น ซึ่งนั่นก็หมายถึงฉันต้องรอตั้งแต่บ่าย ๒ โมงถึง ๕ โมงเศษ
ระหว่างรอ อากาศในโรงพยาบาลเย็นมาก ทำให้ต้องเข้าห้องน้ำบ่อย
ระหว่างเข้าห้องน้ำ ดาบแจ้ เจ้าวาริน หมวดเมาส์ ตามไปที่ห้องน้ำ
ฉันได้ยินเสียงเจ้าแจ้ถามว่า น้ำมันเปิดยังไงวะ
ได้ยินเสียงคนพูดว่า ให้นำมือไปใกล้ๆ แล้วน้ำจะไหลออกมาเอง
ฉันได้ยินแล้วอดขำไม่ได้ พอเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วจึงพูดว่า กูละเบื่อกับพวกบ้านนอกพวกนี้เหลือเกิน
ไอ้แจ้ วันหลังเวลาเข้ากรุงเทพฯ ขอให้หาถุงพลาสติกหรือไม่ก็แพมเพิสใส่มาด้วยนะ
วันที่ไปไทยรัฐทีวีก็ครั้งหนึ่งแล้ว ไปทำก๊อกน้ำห้องน้ำเขาแตกจนน้ำไหลท่วมห้องน้ำของไทยรัฐมาทีแล้ว
มาวันนี้จะมาทำก๊อกห้องน้ำโรงพยาบาลปิยมหาการุณย์เขาเสียอีกแล้วหรือมึง
พอได้เวลา ๖ โมงเช้า เจ้าหน้าที่บุรุษพยาบาลมานิมนต์ฉันเข้าห้องตรวจพร้อมให้น้ำเกลือ
ครู่ต่อมาคุณหมอ (ผศ.พญ. อรวรรณ พงศ์รวีวรรณ) มาแจ้งว่าจะมีการฉีดยาสลบเข้าเส้นเพื่อทำการส่องกล้องเข้าไปในช่องท้อง ซึ่งจะมีอาจารย์หมอ (รศ.นพ. สมชาย ลีลากุศลวงศ์) ผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินอาหาร
หลังจากมีการอธิบายถึงขั้นตอนในการตรวจแล้ว หมอจึงให้ฉันเซ็นชื่ออนุมัติให้เขาฉีดยาสลบ
หนึ่งนาทีต่อมา ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย มาตื่นเอาตอน ๗ โมงเศษ
เห็นเจ้านนท์ เจ้าเฉาก๊วย เจ้าออยพี่ชายเจ้าเฉาก๊วย และเจ้าวารินนั่งเฝ้าอยู่ปลายเตียง
ฉันจึงถามว่าผลการตรวจได้ความว่าอย่างไร
เจ้าเฉาก๊วยบอกว่า หลอดอาหารและลำไส้หลวงปู่สะอาดมาก
ฉันจึงถามว่ามีแผลไหม ขอดูหน่อย
พอเอาฟิล์มมาดูจึงได้รู้ว่าไม่มีอะไร
หมอได้สั่งยาลดกรดให้แล้ว
แต่ขอให้ฉันอาหารอ่อนๆ ซักพัก พร้อมนัดวันพุธให้มาฟังผลตรวจใหม่
ฉันจึงบอกว่า ถ้างั้นก็กลับวัดเถิด เมี่อไม่มีอะไรแล้ว
เจ้าเฉาก๊วยบอกว่า ฉันโจ๊กก่อนครับ พี่ชูใจเตรียมโจ๊กมาให้แล้ว
ฉันบอกว่า ไม่ล่ะ กลับไปฉันที่วัดแล้วกัน
หลังจากนั้นบุรุษพยาบาลจึงนำรถเข็นมารับเพื่อเข็นไปส่งที่รถ ฉันได้ยินเจ้านนท์แจ้งว่าหมอทั้งสองไม่คิดค่าตรวจรักษา
เสียเฉพาะแค่ค่ายาและอุปกรณ์การตรวจเท่านั้น
ฉันบอกฝากขอบคุณคุณหมอด้วย
รถแล่นมาได้ซักพัก เจ้าวารินแจ้งว่าดาบสุรางค์ เจ้ากุด และทหารอีกสองคนหลงทางอยู่
ฉันจึงบ่นขึ้นว่า เวรกร๊รม เวรกรรม ใครส่งไอ้พวกเผ่านี้มาดูแลความปลอดภัยให้กูวะ
แต่ถึงยังไงต้องขอบคุณทุกคนๆ คุณหมอและเจ้าหน้าที่ทั้งหลายด้วย ที่ห่วงใยและช่วยเหลืออนุเคราะห์ต่อฉันมากมายขนาดนี้
รวมทั้ง ผศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ที่ช่วยเป็นธุระแนะนำหมอเฉพาะทางและยังช่วยนัดหมายให้อีกด้วย
ขอบคุณ ขอบคุณมากๆ ในความห่วงใยของทุกคน
ต่อไปนี้จะพยายามทำตัวให้แข็งแรงเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดินและพระธรรมวินัย จนกว่าชีวิตจะหาไม่
พุทธะอิสระ