ประสบการณ์ทางวิญญาณของพ่อ
๒๖ มกราคม ๒๕๖๙
ลูกรัก ขณะที่พ่อกำลังทำอธิษฐานมหาทานบารมี ประกอบอาหารส่งสำนักพระราชวัง เพื่อเลี้ยงพี่น้องประชาชนที่มาร่วมเคารพพระบรมศพองค์สมเด็จพระพันปีหลวง ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และทำอาหารส่งให้พี่น้องทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวชายแดน
ตลอดเวลา ๓ เดือนที่ผ่านมา ทำให้พ่อได้ประสบและรับรู้ว่า ด้วยวัยและอายุขัยที่เหลือน้อยเต็มที มันทำให้พ่อต้องเพียรพยายามหาวิธีเอาชนะความคร่ำคร่า ชราภาพ เสื่อมโทรม เหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า เจ็บป่วย ที่เกิดขึ้นกับสังขารที่แก่ชรา ทรุดโทรมดุจดังโรงเรือนเก่า ที่ต้องคอยดูแลรักษา และซ่อมแซมอยู่ตลอดเวลา
นี่ยังไม่นับรวมปกตินิสัยที่ติดมากับสันดานของสรรพสัตว์ก็คือ ความรักตัว ความกลัว ความเห็นแก่ตัว ความเอารัดเอาเปรียบ จิตใจคับแคบ ความตระหนี่ และความละโมบ มักมาก รวมถึงเวทนาที่ปรากฏในขันธ์ทั้ง ๕
อีกทั้งยังมีธรรมชาติที่เกิดขึ้นแก่มนุษย์ คือ ความเกียจคร้าน ความเมื่อยล้า อ่อนแรง เหน็ดเหนื่อย อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย กะปลกกะเปลี้ย หิวกระหาย ง่วงซึม เชื่องช้า และภูมิตก
สิ่งที่พ่อกล่าวมานี้ หามิได้เกิดมีแต่เฉพาะตัวพ่อไม่ แต่มันเป็นสภาวะเวทนาสาธารณะที่เกิดขึ้นแก่สรรพสัตว์ทุกเพศทุกวัยทุกตัวตน
ตลอด ๓ เดือนที่ผ่านมาในการบำเพ็ญอธิษฐานมหาทานบารมี พ่อต้องต่อสู้กับสภาวะเวทนาสาธารณะดังกล่าวมานี้อยู่ตลอดเวลา โดยที่ต้องไม่พลั้งเผลอ
ด้วยเพราะสภาพร่างกายและอายุขัย รวมทั้งชีวิตความเป็นอยู่ของพ่อ มันยิ่งทำให้พ่อต้องไม่พลั้งเผลอ เพราะหากคราใดที่พ่อพลั้งเผลอ ครานั้นก็เท่ากับพ่อต้องพ่ายแพ้
และลูกรู้ไหมว่า เครื่องมือในการที่พ่อหยิบฉวยเอามาต่อสู้กับสภาวะเวทนาสาธารณะดังกล่าวมานี้ คือคุณธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ ที่องค์พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสสั่งสอนเอาไว้ ได้แก่
๑. ศรัทธา เชื่อมั่นในกุศล บุญคุณความดีงาม และการสั่งสมอบรมบารมีให้เต็มมีผลจริงได้ผลจริง
๒. วิริยะ ความเพียรอย่างต่อเนื่องด้วยความรักในสิ่งที่ตนกระทำ
๓. ในเรื่องที่พ่อทำในทุกคำที่พ่อพูด ในทุกสูตรที่พ่อคิด ต้องมีสติตั่งมั่น ใช้ปัญญาใคร่ครวญพิจารณาค้นหาวิธีอันเลิศ
๔. สมาธิ หมายถึง เรื่องที่พ่อทำ คำที่พ่อพูด สูตรที่พ่อคิด ต้องกระทำด้วยความตั่งมั่น มั่นคง ไม่สะดุ้งหวาดหวั่นต่อปัญหาและอุปสรรคหลากหลายที่ถาถมพันทวีเข้ามา
๕. การงานที่พ่อทำทั้งภายนอกและภายในต้องแยกแยะใช้สติปัญญาพิจารณาอย่างถี่ถ้วน รอบคอบ
นอกจากเครื่องมืออันวิเศษดังกล่าวมานี้แล้ว พ่อยังต้องพึ่งพาหลักคิดที่องค์พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงค้นพบ คือ สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง ไม่คงที่ เปลี่ยนแปลงแปรปรวนอยู่ตลอดเวลา
สังขารทั้งหลายและธรรมทั้งหลายไม่มีอยู่จริง
แม้ที่สุดสรรพเวทนาสาธารณะก็ไม่เที่ยง มันไม่มีอยู่จริง
สรรพสิ่งเป็นเพียงแค่สมมุติ
เมื่อได้ประโยชน์กับสมมุติ
ก็ให้ประโยชน์กับสมมุติ
ท้ายที่สุดก็อย่ายึดติดในสิ่งที่เป็นสมมุติ
รวมทั้งต้องเข้าใจถึงสภาวะเวทนาสาธารณะที่มีอยู่ในร่างกาย จิตใจของตนและสัตว์ทั้งปวง ว่ามิมีใครๆ ผู้ใดจะรอดพ้นจากพันธนาการของมันได้หากไม่มีสติและปัญญาพิจารณาโดยแยบคาย
สุดท้ายคือ กายรวมใจอย่างตั้งมั่น แล้วผ่อนคลาย รักษาจิตมิให้กระเพื่อมจนสามารถเข้าถึงวิเศษจิตที่ไม่ประกอบด้วยอารมณ์ใดๆ แม้แต่กุศลหรืออกุศล
เหล่านี้แหละคือ สิ่งที่ทำให้พ่อสามารถมีชีวิต มีลมหายใจได้พลัง ใช้พลัง สร้างสรรค์การงานมาได้จนถึงทุกวันนี้ โดยไม่เพลี่ยงพล้ำ พ่ายแพ้ ท้อแท้ หรือท้อถอยใดๆ เลย
เจริญธรรม
พุทธะอิสระ





