ดูเฮียเขาใช้โวหารแถกแถไปแบบน้ำใสๆ

0
97

บทความ

ดูเฮียเขาใช้โวหารแถกแถไปแบบน้ำใสๆ

๘ มกราคม ๒๕๕๙

080159 ดูเฮียเขาใช้โวหารแถกแถไปแบบน้ำใสๆ

 

อ่านแล้ว วิจารณ์กันเอง

 

อ้าว ช่วยตอบข้อสงสัยของเฮียแกด้วย เผื่อว่าแกจะเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้าง

———————————–

 
กรณีแถลงการณ์ของกลุ่มเครือข่ายปกป้องพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชและเครือข่ายสตรีปกป้องพระพุทธศาสนา ลงวันที่ 6 มกราคม 2559

 
สืบเนื่องมาจากกรณีเครือข่ายองค์กรทั้งสอง(แต่บุคคลหน้าเดิมๆ แปลงร่างมาจากคณะกรรมการปฎิรูปกิจการพระพุทธศาสนา)ได้ออกแถลงการณ์ถึงมหาเถรสมาคมให้ชะลอการดำเนินการพิจารณาชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ในวันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2559 ไว้ก่อน จนกว่าเรื่องคดีความของพระธัมชโยจะได้ข้อยุติ

 
ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ คณะผู้ออกแถลงการณ์ในกรณีดังกล่าว เป็นคณะบุคคลเดิมที่แปลงร่างมาจากคณะกรรมการปฎิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา นั่นเอง

 
คณะบุคคลดังกล่าวมีความคิดที่สุดโต่งด้านการเมือง พระพุทธศาสนาและค่อนข้างจะมีแนวโน้มไปในทางมิจฉาทิฏฐิ

 
กรณีที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการปฎิรูปฯนั้นขัดเจนว่ามองคณะสงฆ์ในแง่ลบ เหยียบย่ำ ท้าทาย ไม่ให้ความเคารพยำเกรงใดๆ

 
วันนี้ขัดเจนว่าคณะบุคคลเดิมออกมาขัดขวางการทำหน้าที่เพื่อบริการกิจการคณะสงฆ์โดยมหาเถรสมาคม

 
เริ่มต้นจากการใส่ข้อกล่าวหาพระมหาเถรผู้ใหญ่ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย ไร้ข้อเท็จจริงและสร้างเรื่องขึ้น ท้ายสุดก็บอกว่าท่านมีมลทินจึงไม่มีความชอบธรรมในการจะดำรงตำแหน่ง

 
ตัวอย่างที่เห็นกันขัดที่สุดในแถลงการณ์ฉบับนี้เช่น ถ้าสมมุติว่าพวกท่านปกป้องพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช อย่างบริสุทธิใจ ไม่มีผลประโยชน์ใดแอบแฝง ท่านจะวินิจฉัย พรบ.สงฆ์ในมาตรา 7 แบบข้างๆคูๆชนิดเอาสีข้างเข้าถูแบบนี้หรือ เพราะในกรณีใครจะเป็นผู้ดำเนินการก่อนหลังระหว่าง มหาเถรสมาคมกับนายกรัฐมนตรีนั้น

 
ในเรื่องนี้ พวกท่านลืม ไม่รู้หรือเจตนาบิดเบือนกันแน่เพราะในคราวที่สถาปนาสมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 ก็ปฎิบัติโดยเริ่มต้นจากมหาเถรสมาคมก่อนขั้นตอนจึงไปถึงรัฐบาล ถ้าวินิจฉัยตามแถลงการณ์นี้แสดงว่าขั้นตอนการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชคราวนั้นผิด ใช้ไม่ได้ แล้วจะเป็นอย่างไร จะเป็นอย่างไรช่วยตอบที นี่หรือคือการปกป้องพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช พระองค์นั้นของพวกท่านทั้งหลาย แบบนี้ใช่ใหม

 
ในส่วนที่พวกท่านกล่าวหาเรื่อง ปกปิด สนับสนุน พระที่มีความผิดร้ายแรงนั้น หลายอย่าง หลายเรื่องอยู่ที่ขบวนการทางกฎหมายของบ้านเมือง ทำไมไม่อดใจรอในการพิสูจน์ความจริงตามขั้นตอนของกฎหมาย จะมายัดเยียดให้พระมหาเถรรับผิดชอบร่วมอย่างไร หรือจะใช้ทฤษฎีที่ว่า กรรมการบริหารพรรคทำผิดคนเดียว กรรมการบริหารพรรคคนอื่นๆต้องรับผิดด้วย เลยนำไปสู่การยุบพรรค มันยุติธรรมแล้วหรือ

 
ขณะนี้กำลังมีการยกร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. …. และที่ได้ยินเล็ดลอดออกมาค่อนข้างดังว่า ถ้ากรณีบ้านเมืองมีวิกฤติสามารถมีนายกรัฐมนตรีจากคนนอกได้

 
การเตรียมการแบบนี้ เป็นการเตรียมปูทางให้ใคร ผู้คนย่อมรับรู้ และในขณะเดียวกันวิกฤติของบ้านเมืองนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หากแต่เกิดขึ้นมาได้อย่างไรอย่างไร ใครก่อ ใครวางแผน พวกท่านทั้งหลายทราบกันดีกว่าใครอื่นทั้งหมด

 
และวิธีการแบบนี้ ท่านนำมายัดเยียดให้กับคณะสงฆ์ วงการสงฆ์ทั้งประเทศ สมมุติว่าสัทธิวิหาริกทำผิด พระอุปัชฌาย์ต้องผิดด้วย มีประเทศใหนในโลกนี้เขาทำกัน

 
พระสงฆ์องค์เจ้าอยู่กันดีๆ สงบสุข ร่มเย็น พวกท่านก็หาเรื่องให้ ใส่ไฟสุมกันเข้าไปเพื่อให้เกิดความเสียหาย อยู่กันไม่ได้ และสุดท้ายก็ต้องเดินตามโรดแม๊ปของพวกท่านคือการปฎิรูปคณะสงฆ์ตามแนวทางที่พวกท่านต้องการ พวกท่านวางแผน วางกลไกในระบบไว้ครบสมบูรณ์เพื่อพวกพ้อง

 
กรณีพระมหาเถรก็เช่นเดียวกันพวกท่านวางแผน กล่าวหา ชี้นำ ก่อกวน สร้างความเสียหาย โยนของสกปรกใส่ และสรุปกันเอง สุดท้ายก็บอกว่ามีมลทิน ไม่สง่างาม ไม่สมควร

 
และในเรื่องของประมุขสงฆ์ปลายทางก็เข่นเดียวกันกับเรื่องนายกรัฐมนตรีคนนอก สูตรสำเร็จเดียวกัน คือการเลือกบางรูป บางองค์ ที่พวกท่านชอบ(โดยที่สมเด็จฯทุกรูปไม่รับรู้ด้วย) ล๊อคสเปคไว้ วางแผนซ่อนเงื่อน เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดเผยชื่อ ต้องเดินหน้าให้เกิดความชอบธรรมก่อน พูดหลักการที่คนปฏิเสธไม่ได้ว่าสมเด็จพระราชาคณะจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ ยืนหลักการไว้เพราะถ้าเผลอแพลมชื่อออกมาตอนนี้เดี๋ยวจะเสียการใหญ่ ยกพวกตนแต่ทำลายคนอื่น เป็นวิชาที่ถนัดอยู่แล้ว

 
ทั้งหลายทั้งปวงนี้คือสูตรสำเร็จของพวกท่าน ท่านทำงานการเมืองข้างถนนระดับประเทศจนประสบความสำเร็จมาแล้ว พวกท่านจึงลำพอง ได้ใจและจะกินรวบหมากทุกตัวในกระดานนี้ไม่เว้นแม้แต่สังคมสงฆ์

 
วันนี้ มีคนรู้ทันกลวิธีนี้มากมาย พวกท่านทั้งหลายจึงอย่าโปรดเอาโมเดลนี้ โมเดลข้างถนนที่ทำสำเร็จมาแล้ว ทำร้ายผู้อื่นเสียหายอย่างย่อยยับ วิธีนี้อย่านำมาใช้กับคณะสงฆ์เลย ขณะนี้พระสงฆ์ วงการสงฆ์และญาติโยมที่อยู่ข้างพระสงฆ์จำนวนมากมายในประเทศนี้เขาอดทน อดกลั้น ยอมให้คนกลุ่มน้อยสำแดงเดช แสดงละครน้ำเน่า เล่นยี่เกโรงเก่ากันไปก่อน เพราะเขาเห็นแก่ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แต่สมมุติว่าถ้าวันใดวันหนึ่งพวกท่านแสดงกันมากไป เกินเลย เหิมเกริมเขาเหล่านั้นคงจะทนกันไม่ไหว และเมื่อวันนั้นมาถึงใครจะรับผิดชอบ

 
หยุด! หยุดสร้างความเสียหายให้กับคณะสงฆ์ หยุดใส่ร้ายป้ายสีพระมหาเถรผู้ใหญ่ที่คณะสงฆ์และชาวพุทธเคารพนับถือ หยุดก้าวก่ายแทรกแซงกิจการภายในของคณะสงฆ์เพื่อผลประโยชน์ของพวกท่านเอง

 
โปรด!อย่าทำให้คณะสงฆ์ลำบากเดือดร้อน อันจะเป็นชนวนนำไปสู่สังฆเภทครั้งใหญ่ในแผ่นดินสยามเลย หยุดบ้างเถิด

 
หันกลับมาใช้สติ สัมปชัญญะกันบ้าง เพื่อความสงบเรียบดีงามของบ้านเมือง

 
และโปรดจำไว้ว่า ในโลกนี้ไม่มีใคร กลุ่มใหน คณะใดยอมให้ถูกรังแกแต่เพียงฝ่ายเดียวหรอก ไม่มีแน่นอน

 
โปรดจำให้ขึ้นใจ

 
พระเมธีธรรมาจารย์

 
เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่ง

 
ประเทศไทย

 
6 มค.59

 
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1547348432246426&id=100009138530472
———————————–

 

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขอแจมสักหน่อย

 

พอตัวเองจะได้ประโยชน์ก็อ้าง พรบ.คณะสงฆ์ มาตรา ๗

 

แล้วมาตรา ๑๕๗ เป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ล่ะ

 

มาตรา ๑๑๒ นำเอาบุคคลที่ไม่ใช่ภิกษุทูลเกล้าขอพระราชทานสมณศักดิ์ล่ะ

 

มาตรา ๘ สมเด็จพระสังฆราช ทรงดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายก ทรงบัญชาการคณะสงฆ์ และทรงตราพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช โดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย พระธรรมวินัย และกฎมหาเถรสมาคม

 

คำสั่งมหาเถรสมาคม เรื่อง ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. ๒๕๓๙ ข้อ ๕ ห้ามมิให้วัดหรือพระภิกษุสามเณรทำการเรี่ยไร หรือมอบหมายหรือยินยอมให้ผู้อื่นทำการเรี่ยไร ทั้งโดยทางตรงและโดยทางอ้อม เพื่อประโยชน์แก่วัดหรือพระศาสนา หรือเพื่อประโยชน์อย่างอื่นใด แก่ตนหรือผู้อื่น เว้นแต่ในกรณีที่กำหนดไว้ในคำสั่งมหาเถรสมาคมนี้

 

แล้วที่ละเลยปล่อยให้เปรตธรรมกายเดินสายเรี่ยไรทั่วประเทศล่ะ เฮียจะว่าอย่างไร

 

กฎมหาเถรสมาคม กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการหมวด ๔ จริยาพระสังฆาธิการ ส่วนที่ ๑ จริยา

 

ข้อ ๔๔ พระสังฆาธิการต้องเอื้อเฟื้อต่อกฎหมาย พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ กฎกระทรวง กฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง มติ ประกาศ พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช สังวรและปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยโดยเคร่งครัด

 

ข้อ ๔๕ พระสังฆาธิการต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งโดยชอบด้วยอำนาจหน้าที่ ถ้าไม่เห็นพ้องด้วยคำสั่งนั้นให้เสนอความเห็นทัดทานเป็นลายลักษณ์อักษร ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง และเมื่อได้ทัดทานดังกล่าวมานั้นแล้ว แต่ผู้สั่งมิได้ถอนหรือแก้คำสั่งนั้น ถ้าคำสั่งนั้นไม่ผิดพระวินัยต้องปฏิบัติตาม แล้วรายงานจนถึงผู้สั่ง

 

ข้อกฎหมายเหล่านี้ ทำไมพวกเฮียๆ ถึงไม่นำมาอ้างกันบ้างล่ะ หรือกลัวจะติดคุก

 

รวมทั้งมาตราละอายชั่ว กลัวบาปล่ะเฮีย เคยมีบ้างหรือเปล่า

 

ตำแหน่งพระสังฆราช ไม่ใช่สมบัติผลัดกันชม นะเฮีย

 

พุทธะอิสระ