ลงพื้นที่ ทำดีเพื่อพ่อกันอีกที ตอนพิเศษ

0
71

บทความ

ลงพื้นที่ ทำดีเพื่อพ่อกันอีกที ตอนพิเศษ

๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

 

ลงพื้นที่ ทำดีเพื่อพ่อกันอีกที ตอนพิเศษ

 

เขียนเมื่อเวลาตี ๒ ของค่ำคืนวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ เหตุเกิดในขณะที่ลงพื้นที่อยู่ ณ จังหวัดตาก

 

เจ้าเฟิร์สเป็นโชเฟอร์มือใหม่ ขับรถเก๋งโตโยต้าของโยมเหน่ง ที่เขาถวายมา

 

โชเฟอร์มือใหม่ขับรถมาด้วยความเร็ว ๑๒๗ กม./ชั่วโมง มีเจ้าวารินนั่งอยู่เบาะหลัง

 

คันหน้ามีรถอีซูซุสีแดง มีนายตำรวจผู้กองกุดและเจ้าเจมส์เป็นโชเฟอร์

 

ตามหลังด้วยดาบสุรางค์และดาบแจ้ ตามมาติดๆ ด้วยรถตู้ของสถานีอิสระธรรมพร้อมช่างภาพ

 

ทุกคันขับตามๆ กันมาด้วยความเร็ว เพราะต้องการจะไปถึงที่นัดหมายให้ทันเวลา

 
รถแล่นมาได้พักใหญ่ๆ มีด่านตั้งอยู่ข้างหน้า ฉันสั่งให้เจ้าเฟิร์สเปิดกระจก มีตำรวจโบกเรียกให้รถจอด

 

รถกระบะอีซูซุสีแดงผ่านไปจอดเลยด่านอยู่ข้างหน้า ส่วนรถที่ฉันนั่งจอดอยู่จอดตรงที่ตำรวจยืน

 

เขาโบกมือให้ขับไปจอดแอบข้างทาง ไม่เว้นแม้แต่รถนิสสันสีขาวของดาบสุรางค์

 

ตำรวจเดินมาบอกว่าขับรถด้วยความเร็วเกินกำหนด ๑๒๗ ที่กฎหมายกำหนด ขอใบขับขี่ เชิญไปพบร้อยเวร

 

ฉันสั่งให้เจ้าเฟิร์สลงไปพร้อมเจ้าวาริน

 

มองไปข้างหน้ารถกระบะอีซูซุสีแดงนิ่งจอดสนิทอยู่ข้างทาง ชนิดไม่มีการเคลื่อนไหว

 

หันมองไปด้านหลังเห็นดาบแจ้หรือผู้กองประกิจลงไปนั่งอยู่ต่อหน้าร้อยเวร มองนู่นมองนี่ ทำหน้าเลิกลั่กเป็นลิงหลอกตำรวจ

 

เมื่อตำรวจเจอใบสั่งตำรวจ อารมณ์คงจะเกินบรรยาย

 

ฉันจึงให้เจ้าเฟิร์สโทรไปหาหมวดกุดที่อยู่ในรถกระบะข้างหน้าให้ลงมาเคลียร์

 

ได้ยินเจ้าเฟิร์สแจ้งกลับมาว่า หมวดกุดถามกลับมาว่า ให้เคลียร์เรื่องอะไร “อุต๊ะ แม่เจ้า นี่เขาพึ่งตื่นหรือนี่”

 

ฉันจึงถามเจ้าเฟิร์สไปว่า นี่มันเป็นคนคุ้มกันภาษาอะไร ไม่รู้ว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น หรือเราเป็นผู้คุ้มครองพวกมันกันแน่ว๊ะ

 

เสียงฉันคงจะรอดเข้าโทรศัพท์ ผ่านเข้ารูหูหมวดกุด จึงเห็นเปิดประตูย้ายร่างอันอวบอั๋นเดินหย่องๆ มาหาร้อยเวร

 

กว่าจะมาถึงก็หมดเวลาไปร่วม ๕ นาที

 

ฉันดูพวกมันแล้วก็นึกขำอยู่ในใจว่า ทำไมฟ้าถึงได้ส่งกูต้องมาเจอกับคนพวกนี้ด้วยวะ

 

คนที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยกระตือรือร้นต่อสถานการณ์รอบข้าง เฉื่อยชาล่าช้า มิน่าเขาถึงได้ส่งพวกมันมาให้อยู่กับกู

 

นั่งคิดอยู่ซักพักเจ้าเฟิร์สกับเจ้าวารินก็กลับมารายงานว่า ดาบแจ้กับดาบสุรางค์เขาเกี่ยงกันที่จะลงไปหาร้อยเวร

 

สุดท้าย เมื่อดาบสุรางค์คนขับไม่ยอมลงจากรถ ดาบแจ้ผู้รอบรู้ในสามโรค คือ โรคเบาหวาน โรคความดัน และโรคอดอยาก

 

จำต้องลงไปนั่งเคลียร์กับร้อยเวร

 

ฉันเห็นถึงความสามารถของพวกเขาแล้ว เลยไม่ถามว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากไปพบร้อยเวร

 

ได้แต่นั่งนึกขำนึกทุเรศตัวเองว่า โอ้ พระเจ้าจอร์จชีวิตกูมันดูแย่มากกก

 

ขบวนรถวิ่งมาได้ซักพักใหญ่ มีเสียงโทรศัพท์จากภิกษุฉัตรชัย วัดธรรมศาลา โทรมาหาเจ้าเฟิร์ส

 

ขอคุยกับฉัน ท่านฉัตรชัยรายงานว่า เจ้าคุณแย้ม สมภารวัดไร่ขิงอยากพูดด้วย มีเรื่องจะรายงาน

 

ฉันเลยบอกว่างั้นให้โทรเข้าหาเครื่องของเจ้าเฟิร์สก็แล้วกัน เพราะฉันไม่มีโทรศัพท์

 

ครู่ต่อมา เจ้าคุณแย้มก็โทรเข้ามาสอบถามสารทุกข์สุขดิบกันพอเป็นมารยาท

 

ฉันจึงถามว่าพระเดชพระคุณมีธุระอะไรจะให้รับใช้หรือขอรับ

 

ท่านตอบมาว่าไม่มีอะไรใช้ แค่อยากเล่าให้ฟังว่า เรื่องที่สั่งให้ไปบอกกรรมการมหาเถรว่าจะอุ้มขี้ธรรมกายหรือจะเอาตัวรอด

 

หากเลือกที่จะอุ้มขี้กันอยู่ เช่นนั้นคงจะไม่รอดกันทั้งฝูงแน่

 

เจ้าคุณแย้มรายงานว่า ได้ไปถามสมเด็จวัดปากน้ำและกรรมการมหาเถรแล้ว ทุกคนนิ่งเฉย

 

แถมเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ โฆษกมหาเถรสมาคมผู้พลิ้วไหวดั่งผายลม คนที่เคยออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวว่ามหาเถรสมาคมมีมติไม่เอาผิดธัมมชโย ด้วยเพราะเรื่องมันเกิดขึ้นมานานแล้ว และอ้างเหตุผลความปรองดอง

 

เรียกว่าให้คณะสงฆ์ปรองดองกับอลัชชีปาราชิกว่างั้น

 

ต่อมาฉันไม่ยอม จึงต้องไปถวายสังฆทานชุดใหญ่ที่วัดปากน้ำเพื่อสอบถามความจริง จนเป็นข่าวดังไปทั่วแผ่นดิน

 

พ่อยอดโฆษกผู้พกความพลิ้วก็ออกมาบอกว่า มหาเถรสมาคมไม่ได้มีมติ

 

มาวันนี้เขาพลิ้วอีกแล้วพี่น้อง โฆษกของกรรมการมหาเถรสมาคมมาพูดกับเจ้าคุณแย้มแห่งวัดไร่ขิงว่า ฉันไปตำหนิเจ้าคุณแย้มแล้วจะถือว่าเป็นเพื่อนกับเจ้าคุณแย้มได้อย่างไร แม้เพื่อนมันยังไม่เว้น

 
ฉันฟังเจ้าคุณแย้มเล่าแล้วก็บอกกับท่านไปว่า

 

โอย… อย่าไปถือสาเอาความกับคนที่ไม่มีศีลไม่มีสัจจะเลย หากผมจะตำหนิหรือด่าใครไม่ทำลับหลังแน่ ผมจะด่าต่อหน้าเลย พระคุณท่านก็รู้นี่ว่านิสัยผมเป็นอย่างไร

 

ท่านเจ้าคุณแย้มท่านจึงตอบว่า ก็เพราะผมรู้ผมจึงไม่เชื่อ ผมยังเถียงเขาไปว่า ผมกับพุทธะอิสระเป็นเพื่อนกัน มีอะไรก็โทรพูดกันได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องไปพูดด่าลับหลังเลย

 

ฉันเรียนท่านเจ้าคุณแย้มไปว่า ฝากไปบอกเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ โฆษกกรรมการมหาเถรหน่อยว่า ทำตัวให้สมฐานะของกรรมการมหาเถรสมาคมหน่อย อย่าทำเป็นเด็กเลี้ยงแกะ บ่างช่างยุ ช่างน่าอนาถนักที่คนในมหาเถรสมาคมเป็นแบบนี้

 

ฝากบอกด้วยว่า ภิกษุในธรรมยุตินิกายเขารู้สึกละอาย ที่นิกายเขามีคนอย่างเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์

 

โดยเฉพาะภิกษุสายวัดป่า เขารังเกียจโฆสกปรกคนนี้เป็นอย่างมาก

 

อยากขอเตือนว่า อย่ามาเสี่ยงกับพุทธะอิสระเลย เดี๋ยวจะเปลืองตัวเสียเปล่าๆ พยายามรักษาอำนาจ ตำแหน่ง และเงินเอาไว้ให้ดีๆ ก็แล้วกัน

 

หากความอัปรีย์เปิดเผยออกมาเมื่อไหร่ เดี๋ยวจะหนาว

 

ท่านเจ้าคุณแย้มตอบว่า เดี๋ยวจะไปบอกให้

 

ฉันเลยขอวางสาย จึงเขียนมาบรรยายให้ท่านทั้งหลายฟัง เอาไปวิจารณ์กันเอง

 

พุทธะอิสระ