สงสัยจะว่างกันมาก อยู่ดีๆ ก็เดินมาช่วยหาหลักฐานเพิ่มเติมให้พุทธะอิสระ
๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๙

“ศิษย์ธรรมกาย” เข้าพบอธิบดีดีเอสไอ! ทวงถามคดีการดำเนินคดีข้อกบฎต่อ”พระพุทธะอิสระ & ไพบูลย์” ในเหตุการณ์ Shut Down กรุงเทพฯ
เมื่อเวลา 14:00 น. นายพัฐจักร เทพษร ที่ปรึกษากฎหมายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เดินทางไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อทวงถามถึงความคืบหน้ากรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน และพระสุวิทย์ วัดอ้อน้อย ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีในการกดดันให้ดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนีนั้น เป็นผู้ต้องหาในคดีกบฏจากการ Shut Down กรุงเทพฯ ตามสำนวนคดีพิเศษที่ 261/ 2556 โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้รับมอบเอกสารดังกล่าว
ทั้งนี้ทางคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายจึงขอสอบถามความคืบหน้าในการดำเนินคดีดังกล่าว และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดังนี้
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ต้องหาในข้อหาสนับสนุนการเป็นกบฏมีสถานภาพทางคดี คือ อัยการเห็นควรสั่งฟ้อง แต่ผู้ต้องหายังไม่เข้ารับทราบข้อกล่าวหา และทางกรมสอบสวนคดีพิเศษยังไม่ได้นำตัวส่งพนักงานอัยการ จริงหรือไม่
ถ้าจริง นายไพบูลย์ได้มาพบเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อกล่าวหาและเร่งรัดคดีของพระเทพญาณมหามุนีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหลายครั้ง
ทำไมพนักงานสอบสวนคดีพิเศษไม่นำตัวนายไพบูลย์ นิติตะวัน มารับทราบข้อกล่าวหาซึ่งเป็นคดีร้ายแรงแล้วนำตัวส่งอัยการ เพื่อนำคดีขึ้นสู่ศาลโดยเร็ว
พฤติการณ์ดังกล่าวของเจ้าพนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่
เอกสารแถลงข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2559 ที่กล่าวว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษได้สอบสวนดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว คือ นายไพบูลย์ นิติตะวัน เสร็จสิ้นแล้วเป็นข้อความอันเป็นเท็จหรือไม่
เพราะหากนายไพบูลย์ยังไม่ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังไม่ได้นำตัวนายไพบูลย์ ส่งมอบให้กับอัยการ กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงยังสอบสวนนายไพบูลย์ นิติตะวันไม่เสร็จสิ้นมิใช่หรือ
หากกรมสอบสวนคดีพิเศษไปแจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายองอาจ ธรรมนิทา ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยเหตุผลหลักฐานที่เป็นเท็จ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะมีความผิดฐานแจ้งความเท็จหรือไม่
ส่วนสถานภาพทางคดีของพระสุวิทย์ วัดอ้อน้อย อยู่ในขั้นตอนใด ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ประสานการทำงานกับทางอัยการหรือไม่ จะส่งฟ้องต่อศาลอาญาได้เมื่อใด
เพราะเหตุการณ์ได้ล่วงเลยมานานมากอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาอื่นจำนวน 4 ราย ต่อศาลอาญาไปกว่า 2 ปีแล้ว คดีติดขัดอยู่ที่ขั้นตอนใด เพื่อที่ข้าพเจ้าจะได้เร่งรัดติดตามต่อไป จึงใคร่ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษกรุณาตรวจสอบข้อเท็จจริงและแจ้งให้ทราบโดยเร็ว
——————————————
พุทธะอิสระ:
อ่าว… หนูองอาจ ธรรมนิทา หายไปไหนล่ะ ไหนว่าวันนี้จะมายื่นหนังสือให้ดีเอสไอด้วยตัวเองไงล่ะจ๊ะ ทำไมถึงผิดคำพูดล่ะจ๊ะหนู
หรือรู้ว่าดีเอสไอเขาเตรียมรวบตัวส่งกองปราบล่ะจ๊ะ
โถ สู้อุตส่าห์แห่กันมาเป็นฝูง คงนึกว่าดีเอสไอเขากลัวล่ะซิท่า
แต่ยังไงก็ต้องขอบใจนะจ๊ะ ที่สู้อุตส่าห์มาช่วยหาหลักฐานให้พุทธะอิสระเพิ่มเติม
ลำพังถ้าเป็นพุทธะอิสระหากจะไปขอร้องให้ดีเอสไอออกมาแถลงชี้แจงความจริงเรื่องคดีกบฏของพุทธะอิสระและคุณไพบูลย์ เพื่อให้ผู้คนในสังคมเข้าใจขั้นตอนตามกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายมันคงดูน่าเกลียดพิลึก
ที่มาอาศัยเจ้าหน้าที่รัฐฟอกตัวเองให้ดูดีในสายตาสังคม
แต่พอพวกสาวกธรรมกายกรุณาช่วยมาเรียกร้องให้ดีเอสไอชี้แจงขั้นตอนดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหากบฏอย่างพุทธะอิสระและคุณไพบูลย์
ก็ต้องถือว่าสาวกลัทธินี้ได้พยายามช่วยฉันได้มากทีเดียวแหละ
ขอบใจนะ พุทธะอิสระจะได้นำเอาคำแถลงการณ์ของดีเอสไอไปยื่นให้พนักงานสอบสวนที่สภอ.คลองหลวงในวันพรุ่งนี้
เขาจะได้รวบรวมหลักฐานออกหมายเรียกโฆษกลัทธิธรรมกายมาให้ปากคำได้เสียที
คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะหลักฐานก็มีครบแล้ว เหลือแค่สอบปากคำผู้ถูกกล่าวหา ไม่แน่ว่าอาทิตย์หน้าอาจจะส่งอัยการสั่งฟ้องได้เลย
โดยเฉพาะหลักฐานสำคัญคือคำยืนยันจากเจ้าพนักงานสอบสวน ว่าคดีกบฏของพุทธะอิสระหาได้ล่าช้า ประวิงเวลา เลือกปฏิบัติ ละเว้นการปฏิบัติ ดังที่หนูองอาจ ธรรมนิทา โฆษกลัทธิธรรมกายโฆษณาไม่
แต่ที่น่าเสียดายก็คือพวกสาวกธรรมจนกลายสู้อุตส่าห์ยกฝูงไปเพื่อเรียกร้องให้ดีเอสไอเขาชี้แจง
แต่พอเขาจะชี้แจงกลับแจ้งว่าไม่ประสงค์จะรับฟังคำชี้แจง
ขอบอกถ้าเป็นเด็กที่วัดอ้อน้อยคงต้องถูกฉันโบกบ้องหูซักสองป้าบ
อย่างนี้ภาษานักเลงเขาเรียกว่าถามหาเรื่อง
คนพวกนี้ดูช่างอับเฉาในสติปัญญาเสียจริงๆ ช่างน่าสมเพชนัก
อ้อ และหนูองอาจคงจะไม่หลบลี้หนีหายกลายเป็นโรคขาเน่า แพ้ยา บ้านหมุน เหมือนดังเจ้าลัทธิไปเสียก่อนล่ะจ๊ะ
เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขามีหมายเรียกแล้วจะมาใช้มุขเจ้าลัทธิ ไม่เอานะหนู ไม่ดี อย่าทำตามตัวอย่างเลวๆ แบบเจ้าลัทธินะจ๊ะ
ทีนี้มาดูคำชี้แจงของดีเอสไอเขาบ้าง เผื่อพวกชนเผ่าเข้าใจยากที่เข้ามาในเฟสนี้จะได้อ่านบ้าง
พุทธะอิสระ
——————————————
ดีเอสไอเซ็ง ศิษย์ธรรมกายมาหาถึงที่แต่ไม่ฟังชี้แจง
คมชัดลึก 28 มิถุนายน 2559
ดีเอสไอเซ็ง ศิษย์ธรรมกายมาหาถึงที่แต่ไม่ฟังชี้แจง ทั้งที่เตรียมเปิดห้องพร้อมแจงทุกข้อสงสัยคดีคลองจั่น ระบุต้องการแค่ยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าคดี “พุทธะอิสระ”
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายพัฐจักร เทพษร ที่ปรึกษากฎหมายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย นำตัวแทนศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายประมาณ 100 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอ เพื่อทวงถามความคืบหน้าการดำเนินคดีพิเศษที่ 261/2556 ข้อหากบฏกรณีชัต ดาวน์ กรุงเทพฯ กับพระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ทั้งนี้ ในส่วนของดีเอสไอได้จัดเตรียมสถานที่ติดตั้งเครื่องขยายเสียงพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงและความคืบหน้าในคดี ขณะที่พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ เตรียมข้อมูลประกอบการชี้แจง รวมทั้งแผนผังคดีที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น อย่างไรก็ตาม หลังการรวมตัวที่ด้านหน้าอาคารดีเอสไอเพื่ออ่านแถลงข่าวของกลุ่มศิษย์ธรรมกายแล้วได้ส่งนายพัฐจักรเป็นผู้ยื่นหนังสือ โดยพ.ต.ต.วรณัน ขอให้ส่งตัวแทนเข้ารับฟังรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดีเพื่อทำความเข้าใจถึงขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายของดีเอสไอ และจะเปิดโอกาสให้ตัวแทนซักถามทุกประเด็นสงสัย ซึ่งจะเปิดเครื่องขยายเสียงออกมาให้มวลชนภายนอกรับฟังไปพร้อมกัน แต่นายพัฐจักร อ้างว่ามวลชนมาจำนวนมาก ไม่ต้องการฟังแต่จะขอให้ชี้แจงเป็นเพียงลายลักษณ์อักษรเท่านั้น และขอไปหารือกับมวลชนว่าจะมีผู้ใดสมัครใจเป็นตัวแทนเข้ารับฟังหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินทางกลับทันทีโดยไม่เข้ารับฟังการชี้แจงจากดีเอสไอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มศิษย์ธรรมกายส่วนใหญ่ยังคงสวมหมวก แว่นกันแดด และหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ขณะถือป้ายข้อความเรียกร้องขอความเป็นธรรม และกดดันให้มีการดำเนินคดีกับพระพุทธะอิสระและนายไพบูลอย่างเด็ดขาด โดยขณะที่ยื่นหนังสือได้ส่งเพียงตัวแทนที่เป็นผู้ลงชื่อในเอกสารแถลงข่าวเป็นผู้ยื่นและไม่ขอส่งตัวแทนเข้าไปภายในอาคารของดีเอสไอ กลุ่มศิษย์ทั้งหมดจึงได้ปักหลักอยู่บริเวณบันไดหน้าอาคาร สำหรับนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกกลุ่มศิษย์ฯที่ระบุว่าจะเดินทางมายื่นหนังสือที่ดีเอสไอด้วยตนเองนั้น แตไม่พบนายองอาจเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มศิษย์ในครั้งนี้
ด้านพ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า ประเด็นที่กลุ่มศิษย์ยื่นให้ดีเอสไอตรวจสอบมีหลายประเด็นทั้งกรณีดำเนินคดีซ้ำซ้อน การเลือกปฏิบัติ และกรณีที่วัดพระธรรมกายคืนเงินให้สหกรณ์แล้วแต่ยังถูกดีเอสไอดำเนินคดี ในส่วนของการดำเนินคดีย้ำว่าไม่ได้ซ้ำซ้อนในคดียักยอกทรัพย์ที่อัยการสั่งฟ้องเฉพาะนายศุภชัย แต่อัยการสั่งสอบเพิ่มเติมถึงรายละเอียดในการรับเช็คทุกฉบับจากนายศุภชัย ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีชื่อพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นผู้รับเช็ค ซึ่งดีเอสไอต้องสอบปากคำผู้รับเช็คทุกคนเพื่อส่งให้อัยการ แต่ระหว่างนี้มีสมาชิกสหกรณ์มาร้องเพิ่มเติม ว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ฉ้อโกงประชาชนด้วยการนำเข้าข้อมูลเป็นเท็จว่าสหกรณ์มีกำไรดีทำให้คนหลงเชื่อนำเงินมาฝาก ในการสอบสวนเมื่อนายศุภชัยได้เงินไปแล้ว ได้นำเงินไปที่ใด ผู้รับเช็คจากนายศุภชัยจึงมี 2ข้อหาหลัก คือรับของโจรหรือฟอกเงิน แต่ในคดีฉ้อโกงประชาชนจะสอบสวนเป็นคดีรับของโจรไม่ได้ จึงต้องสอบเป็นคดีฟอกเงิน
ขณะที่พ.ต.ท.ชลภัทร ปานสกุล รองผอ.ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนอาชญากรรมพิเศษ กล่าวว่า สำหรับคดีกบฏที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธะอิสระกับนายไพบูลย์ซึ่งเป็นคดีพิเศษที่ 61/2556 นั้นเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2557 ดีเอสไอได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องส่งอัยการพิจารณาแล้วรวม 51 คน ซึ่งรวมถึงบุคคลทั้งสองด้วย และอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องทั้งสองคน พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายจับ และพระพุทธะอิสระอยู่ระหว่างได้รับการประกันตัวในชั้นอัยการ ส่วนนายไพบูลย์ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพราะอัยการสั่งให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติมหลายประเด็น พนักงานสอบสวนดีเอสไอจึงอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม
ด้านพ.ต.ต.วรณัน ตั้งข้อสังเกตกรณีได้รับแจ้งจากวัดพระธรรมกายว่าจะเดินทางเข้ายื่นหนังสือกับดีเอสไอ แต่หนังสือที่ยื่นในวันนี้(28 มิ.ย.) ลงชื่อโดยนายพัฐจักร เทพษร ที่ปรึกษากฎหมายคณะศิษย์ฯ ระบุว่าเขียนหนังสือฉบับดังกล่าวที่ปัตตานี ดังนั้น จึงต้องตรวจสอบว่าหนังสือดังกล่าวเขียนที่วัดพระธรรมกายหรือที่ปัตตานี ทั้งนี้ เพื่อชี้แจงกรณีที่ดีเอสไอต้องการให้ส่งตัวแทนเข้ารับฟังการชี้แจงข้อเท็จจริงเพราะเห็นว่ากลุ่มศิษย์ได้เดินทางมาถึงที่แล้ว จึงต้องการให้รับฟังข้อเท็จจริงไปพร้อมกัน แต่มีการแจ้งว่าไม่ประสงค์จะรับฟัง และได้แยกย้ายกันอย่างฉับพลัน.
สงสัยจะว่างกันมาก อยู่ดีๆ ก็เดินมาช่วยหาหลักฐานเพิ่มเติมให้พุทธะอิสระ
๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๙
——————————————
“ศิษย์ธรรมกาย” เข้าพบอธิบดีดีเอสไอ! ทวงถามคดีการดำเนินคดีข้อกบฎต่อ”พระพุทธะอิสระ & ไพบูลย์” ในเหตุการณ์ Shut Down กรุงเทพฯ
เมื่อเวลา 14:00 น. นายพัฐจักร เทพษร ที่ปรึกษากฎหมายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เดินทางไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อทวงถามถึงความคืบหน้ากรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน และพระสุวิทย์ วัดอ้อน้อย ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีในการกดดันให้ดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนีนั้น เป็นผู้ต้องหาในคดีกบฏจากการ Shut Down กรุงเทพฯ ตามสำนวนคดีพิเศษที่ 261/ 2556 โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้รับมอบเอกสารดังกล่าว
ทั้งนี้ทางคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายจึงขอสอบถามความคืบหน้าในการดำเนินคดีดังกล่าว และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดังนี้
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ต้องหาในข้อหาสนับสนุนการเป็นกบฏมีสถานภาพทางคดี คือ อัยการเห็นควรสั่งฟ้อง แต่ผู้ต้องหายังไม่เข้ารับทราบข้อกล่าวหา และทางกรมสอบสวนคดีพิเศษยังไม่ได้นำตัวส่งพนักงานอัยการ จริงหรือไม่
ถ้าจริง นายไพบูลย์ได้มาพบเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อกล่าวหาและเร่งรัดคดีของพระเทพญาณมหามุนีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหลายครั้ง
ทำไมพนักงานสอบสวนคดีพิเศษไม่นำตัวนายไพบูลย์ นิติตะวัน มารับทราบข้อกล่าวหาซึ่งเป็นคดีร้ายแรงแล้วนำตัวส่งอัยการ เพื่อนำคดีขึ้นสู่ศาลโดยเร็ว
พฤติการณ์ดังกล่าวของเจ้าพนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่
เอกสารแถลงข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2559 ที่กล่าวว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษได้สอบสวนดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว คือ นายไพบูลย์ นิติตะวัน เสร็จสิ้นแล้วเป็นข้อความอันเป็นเท็จหรือไม่
เพราะหากนายไพบูลย์ยังไม่ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังไม่ได้นำตัวนายไพบูลย์ ส่งมอบให้กับอัยการ กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงยังสอบสวนนายไพบูลย์ นิติตะวันไม่เสร็จสิ้นมิใช่หรือ
หากกรมสอบสวนคดีพิเศษไปแจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายองอาจ ธรรมนิทา ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยเหตุผลหลักฐานที่เป็นเท็จ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะมีความผิดฐานแจ้งความเท็จหรือไม่
ส่วนสถานภาพทางคดีของพระสุวิทย์ วัดอ้อน้อย อยู่ในขั้นตอนใด ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ประสานการทำงานกับทางอัยการหรือไม่ จะส่งฟ้องต่อศาลอาญาได้เมื่อใด
เพราะเหตุการณ์ได้ล่วงเลยมานานมากอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาอื่นจำนวน 4 ราย ต่อศาลอาญาไปกว่า 2 ปีแล้ว คดีติดขัดอยู่ที่ขั้นตอนใด เพื่อที่ข้าพเจ้าจะได้เร่งรัดติดตามต่อไป จึงใคร่ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษกรุณาตรวจสอบข้อเท็จจริงและแจ้งให้ทราบโดยเร็ว
——————————————
พุทธะอิสระ:
อ่าว… หนูองอาจ ธรรมนิทา หายไปไหนล่ะ ไหนว่าวันนี้จะมายื่นหนังสือให้ดีเอสไอด้วยตัวเองไงล่ะจ๊ะ ทำไมถึงผิดคำพูดล่ะจ๊ะหนู
หรือรู้ว่าดีเอสไอเขาเตรียมรวบตัวส่งกองปราบล่ะจ๊ะ
โถ สู้อุตส่าห์แห่กันมาเป็นฝูง คงนึกว่าดีเอสไอเขากลัวล่ะซิท่า
แต่ยังไงก็ต้องขอบใจนะจ๊ะ ที่สู้อุตส่าห์มาช่วยหาหลักฐานให้พุทธะอิสระเพิ่มเติม
ลำพังถ้าเป็นพุทธะอิสระหากจะไปขอร้องให้ดีเอสไอออกมาแถลงชี้แจงความจริงเรื่องคดีกบฏของพุทธะอิสระและคุณไพบูลย์ เพื่อให้ผู้คนในสังคมเข้าใจขั้นตอนตามกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายมันคงดูน่าเกลียดพิลึก
ที่มาอาศัยเจ้าหน้าที่รัฐฟอกตัวเองให้ดูดีในสายตาสังคม
แต่พอพวกสาวกธรรมกายกรุณาช่วยมาเรียกร้องให้ดีเอสไอชี้แจงขั้นตอนดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหากบฏอย่างพุทธะอิสระและคุณไพบูลย์
ก็ต้องถือว่าสาวกลัทธินี้ได้พยายามช่วยฉันได้มากทีเดียวแหละ
ขอบใจนะ พุทธะอิสระจะได้นำเอาคำแถลงการณ์ของดีเอสไอไปยื่นให้พนักงานสอบสวนที่สภอ.คลองหลวงในวันพรุ่งนี้
เขาจะได้รวบรวมหลักฐานออกหมายเรียกโฆษกลัทธิธรรมกายมาให้ปากคำได้เสียที
คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะหลักฐานก็มีครบแล้ว เหลือแค่สอบปากคำผู้ถูกกล่าวหา ไม่แน่ว่าอาทิตย์หน้าอาจจะส่งอัยการสั่งฟ้องได้เลย
โดยเฉพาะหลักฐานสำคัญคือคำยืนยันจากเจ้าพนักงานสอบสวน ว่าคดีกบฏของพุทธะอิสระหาได้ล่าช้า ประวิงเวลา เลือกปฏิบัติ ละเว้นการปฏิบัติ ดังที่หนูองอาจ ธรรมนิทา โฆษกลัทธิธรรมกายโฆษณาไม่
แต่ที่น่าเสียดายก็คือพวกสาวกธรรมจนกลายสู้อุตส่าห์ยกฝูงไปเพื่อเรียกร้องให้ดีเอสไอเขาชี้แจง
แต่พอเขาจะชี้แจงกลับแจ้งว่าไม่ประสงค์จะรับฟังคำชี้แจง
ขอบอกถ้าเป็นเด็กที่วัดอ้อน้อยคงต้องถูกฉันโบกบ้องหูซักสองป้าบ
อย่างนี้ภาษานักเลงเขาเรียกว่าถามหาเรื่อง
คนพวกนี้ดูช่างอับเฉาในสติปัญญาเสียจริงๆ ช่างน่าสมเพชนัก
อ้อ และหนูองอาจคงจะไม่หลบลี้หนีหายกลายเป็นโรคขาเน่า แพ้ยา บ้านหมุน เหมือนดังเจ้าลัทธิไปเสียก่อนล่ะจ๊ะ
เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขามีหมายเรียกแล้วจะมาใช้มุขเจ้าลัทธิ ไม่เอานะหนู ไม่ดี อย่าทำตามตัวอย่างเลวๆ แบบเจ้าลัทธินะจ๊ะ
ทีนี้มาดูคำชี้แจงของดีเอสไอเขาบ้าง เผื่อพวกชนเผ่าเข้าใจยากที่เข้ามาในเฟสนี้จะได้อ่านบ้าง
พุทธะอิสระ
——————————————
ดีเอสไอเซ็ง ศิษย์ธรรมกายมาหาถึงที่แต่ไม่ฟังชี้แจง
คมชัดลึก 28 มิถุนายน 2559
ดีเอสไอเซ็ง ศิษย์ธรรมกายมาหาถึงที่แต่ไม่ฟังชี้แจง ทั้งที่เตรียมเปิดห้องพร้อมแจงทุกข้อสงสัยคดีคลองจั่น ระบุต้องการแค่ยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าคดี “พุทธะอิสระ”
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายพัฐจักร เทพษร ที่ปรึกษากฎหมายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย นำตัวแทนศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายประมาณ 100 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอ เพื่อทวงถามความคืบหน้าการดำเนินคดีพิเศษที่ 261/2556 ข้อหากบฏกรณีชัต ดาวน์ กรุงเทพฯ กับพระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ทั้งนี้ ในส่วนของดีเอสไอได้จัดเตรียมสถานที่ติดตั้งเครื่องขยายเสียงพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงและความคืบหน้าในคดี ขณะที่พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ เตรียมข้อมูลประกอบการชี้แจง รวมทั้งแผนผังคดีที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น อย่างไรก็ตาม หลังการรวมตัวที่ด้านหน้าอาคารดีเอสไอเพื่ออ่านแถลงข่าวของกลุ่มศิษย์ธรรมกายแล้วได้ส่งนายพัฐจักรเป็นผู้ยื่นหนังสือ โดยพ.ต.ต.วรณัน ขอให้ส่งตัวแทนเข้ารับฟังรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดีเพื่อทำความเข้าใจถึงขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายของดีเอสไอ และจะเปิดโอกาสให้ตัวแทนซักถามทุกประเด็นสงสัย ซึ่งจะเปิดเครื่องขยายเสียงออกมาให้มวลชนภายนอกรับฟังไปพร้อมกัน แต่นายพัฐจักร อ้างว่ามวลชนมาจำนวนมาก ไม่ต้องการฟังแต่จะขอให้ชี้แจงเป็นเพียงลายลักษณ์อักษรเท่านั้น และขอไปหารือกับมวลชนว่าจะมีผู้ใดสมัครใจเป็นตัวแทนเข้ารับฟังหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินทางกลับทันทีโดยไม่เข้ารับฟังการชี้แจงจากดีเอสไอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มศิษย์ธรรมกายส่วนใหญ่ยังคงสวมหมวก แว่นกันแดด และหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ขณะถือป้ายข้อความเรียกร้องขอความเป็นธรรม และกดดันให้มีการดำเนินคดีกับพระพุทธะอิสระและนายไพบูลอย่างเด็ดขาด โดยขณะที่ยื่นหนังสือได้ส่งเพียงตัวแทนที่เป็นผู้ลงชื่อในเอกสารแถลงข่าวเป็นผู้ยื่นและไม่ขอส่งตัวแทนเข้าไปภายในอาคารของดีเอสไอ กลุ่มศิษย์ทั้งหมดจึงได้ปักหลักอยู่บริเวณบันไดหน้าอาคาร สำหรับนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกกลุ่มศิษย์ฯที่ระบุว่าจะเดินทางมายื่นหนังสือที่ดีเอสไอด้วยตนเองนั้น แตไม่พบนายองอาจเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มศิษย์ในครั้งนี้
ด้านพ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า ประเด็นที่กลุ่มศิษย์ยื่นให้ดีเอสไอตรวจสอบมีหลายประเด็นทั้งกรณีดำเนินคดีซ้ำซ้อน การเลือกปฏิบัติ และกรณีที่วัดพระธรรมกายคืนเงินให้สหกรณ์แล้วแต่ยังถูกดีเอสไอดำเนินคดี ในส่วนของการดำเนินคดีย้ำว่าไม่ได้ซ้ำซ้อนในคดียักยอกทรัพย์ที่อัยการสั่งฟ้องเฉพาะนายศุภชัย แต่อัยการสั่งสอบเพิ่มเติมถึงรายละเอียดในการรับเช็คทุกฉบับจากนายศุภชัย ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีชื่อพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นผู้รับเช็ค ซึ่งดีเอสไอต้องสอบปากคำผู้รับเช็คทุกคนเพื่อส่งให้อัยการ แต่ระหว่างนี้มีสมาชิกสหกรณ์มาร้องเพิ่มเติม ว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ฉ้อโกงประชาชนด้วยการนำเข้าข้อมูลเป็นเท็จว่าสหกรณ์มีกำไรดีทำให้คนหลงเชื่อนำเงินมาฝาก ในการสอบสวนเมื่อนายศุภชัยได้เงินไปแล้ว ได้นำเงินไปที่ใด ผู้รับเช็คจากนายศุภชัยจึงมี 2ข้อหาหลัก คือรับของโจรหรือฟอกเงิน แต่ในคดีฉ้อโกงประชาชนจะสอบสวนเป็นคดีรับของโจรไม่ได้ จึงต้องสอบเป็นคดีฟอกเงิน
ขณะที่พ.ต.ท.ชลภัทร ปานสกุล รองผอ.ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนอาชญากรรมพิเศษ กล่าวว่า สำหรับคดีกบฏที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธะอิสระกับนายไพบูลย์ซึ่งเป็นคดีพิเศษที่ 61/2556 นั้นเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2557 ดีเอสไอได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องส่งอัยการพิจารณาแล้วรวม 51 คน ซึ่งรวมถึงบุคคลทั้งสองด้วย และอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องทั้งสองคน พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายจับ และพระพุทธะอิสระอยู่ระหว่างได้รับการประกันตัวในชั้นอัยการ ส่วนนายไพบูลย์ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพราะอัยการสั่งให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติมหลายประเด็น พนักงานสอบสวนดีเอสไอจึงอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม
ด้านพ.ต.ต.วรณัน ตั้งข้อสังเกตกรณีได้รับแจ้งจากวัดพระธรรมกายว่าจะเดินทางเข้ายื่นหนังสือกับดีเอสไอ แต่หนังสือที่ยื่นในวันนี้(28 มิ.ย.) ลงชื่อโดยนายพัฐจักร เทพษร ที่ปรึกษากฎหมายคณะศิษย์ฯ ระบุว่าเขียนหนังสือฉบับดังกล่าวที่ปัตตานี ดังนั้น จึงต้องตรวจสอบว่าหนังสือดังกล่าวเขียนที่วัดพระธรรมกายหรือที่ปัตตานี ทั้งนี้ เพื่อชี้แจงกรณีที่ดีเอสไอต้องการให้ส่งตัวแทนเข้ารับฟังการชี้แจงข้อเท็จจริงเพราะเห็นว่ากลุ่มศิษย์ได้เดินทางมาถึงที่แล้ว จึงต้องการให้รับฟังข้อเท็จจริงไปพร้อมกัน แต่มีการแจ้งว่าไม่ประสงค์จะรับฟัง และได้แยกย้ายกันอย่างฉับพลัน.
สงสัยจะว่างกันมาก อยู่ดีๆ ก็เดินมาช่วยหาหลักฐานเพิ่มเติมให้พุทธะอิสระ
๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๙
——————————————
“ศิษย์ธรรมกาย” เข้าพบอธิบดีดีเอสไอ! ทวงถามคดีการดำเนินคดีข้อกบฎต่อ”พระพุทธะอิสระ & ไพบูลย์” ในเหตุการณ์ Shut Down กรุงเทพฯ
เมื่อเวลา 14:00 น. นายพัฐจักร เทพษร ที่ปรึกษากฎหมายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เดินทางไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อทวงถามถึงความคืบหน้ากรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน และพระสุวิทย์ วัดอ้อน้อย ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีในการกดดันให้ดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนีนั้น เป็นผู้ต้องหาในคดีกบฏจากการ Shut Down กรุงเทพฯ ตามสำนวนคดีพิเศษที่ 261/ 2556 โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้รับมอบเอกสารดังกล่าว
ทั้งนี้ทางคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายจึงขอสอบถามความคืบหน้าในการดำเนินคดีดังกล่าว และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดังนี้
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ต้องหาในข้อหาสนับสนุนการเป็นกบฏมีสถานภาพทางคดี คือ อัยการเห็นควรสั่งฟ้อง แต่ผู้ต้องหายังไม่เข้ารับทราบข้อกล่าวหา และทางกรมสอบสวนคดีพิเศษยังไม่ได้นำตัวส่งพนักงานอัยการ จริงหรือไม่
ถ้าจริง นายไพบูลย์ได้มาพบเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อกล่าวหาและเร่งรัดคดีของพระเทพญาณมหามุนีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหลายครั้ง
ทำไมพนักงานสอบสวนคดีพิเศษไม่นำตัวนายไพบูลย์ นิติตะวัน มารับทราบข้อกล่าวหาซึ่งเป็นคดีร้ายแรงแล้วนำตัวส่งอัยการ เพื่อนำคดีขึ้นสู่ศาลโดยเร็ว
พฤติการณ์ดังกล่าวของเจ้าพนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่
เอกสารแถลงข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2559 ที่กล่าวว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษได้สอบสวนดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว คือ นายไพบูลย์ นิติตะวัน เสร็จสิ้นแล้วเป็นข้อความอันเป็นเท็จหรือไม่
เพราะหากนายไพบูลย์ยังไม่ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังไม่ได้นำตัวนายไพบูลย์ ส่งมอบให้กับอัยการ กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงยังสอบสวนนายไพบูลย์ นิติตะวันไม่เสร็จสิ้นมิใช่หรือ
หากกรมสอบสวนคดีพิเศษไปแจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายองอาจ ธรรมนิทา ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยเหตุผลหลักฐานที่เป็นเท็จ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะมีความผิดฐานแจ้งความเท็จหรือไม่
ส่วนสถานภาพทางคดีของพระสุวิทย์ วัดอ้อน้อย อยู่ในขั้นตอนใด ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ประสานการทำงานกับทางอัยการหรือไม่ จะส่งฟ้องต่อศาลอาญาได้เมื่อใด
เพราะเหตุการณ์ได้ล่วงเลยมานานมากอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาอื่นจำนวน 4 ราย ต่อศาลอาญาไปกว่า 2 ปีแล้ว คดีติดขัดอยู่ที่ขั้นตอนใด เพื่อที่ข้าพเจ้าจะได้เร่งรัดติดตามต่อไป จึงใคร่ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษกรุณาตรวจสอบข้อเท็จจริงและแจ้งให้ทราบโดยเร็ว
——————————————
พุทธะอิสระ:
อ่าว… หนูองอาจ ธรรมนิทา หายไปไหนล่ะ ไหนว่าวันนี้จะมายื่นหนังสือให้ดีเอสไอด้วยตัวเองไงล่ะจ๊ะ ทำไมถึงผิดคำพูดล่ะจ๊ะหนู
หรือรู้ว่าดีเอสไอเขาเตรียมรวบตัวส่งกองปราบล่ะจ๊ะ
โถ สู้อุตส่าห์แห่กันมาเป็นฝูง คงนึกว่าดีเอสไอเขากลัวล่ะซิท่า
แต่ยังไงก็ต้องขอบใจนะจ๊ะ ที่สู้อุตส่าห์มาช่วยหาหลักฐานให้พุทธะอิสระเพิ่มเติม
ลำพังถ้าเป็นพุทธะอิสระหากจะไปขอร้องให้ดีเอสไอออกมาแถลงชี้แจงความจริงเรื่องคดีกบฏของพุทธะอิสระและคุณไพบูลย์ เพื่อให้ผู้คนในสังคมเข้าใจขั้นตอนตามกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายมันคงดูน่าเกลียดพิลึก
ที่มาอาศัยเจ้าหน้าที่รัฐฟอกตัวเองให้ดูดีในสายตาสังคม
แต่พอพวกสาวกธรรมกายกรุณาช่วยมาเรียกร้องให้ดีเอสไอชี้แจงขั้นตอนดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหากบฏอย่างพุทธะอิสระและคุณไพบูลย์
ก็ต้องถือว่าสาวกลัทธินี้ได้พยายามช่วยฉันได้มากทีเดียวแหละ
ขอบใจนะ พุทธะอิสระจะได้นำเอาคำแถลงการณ์ของดีเอสไอไปยื่นให้พนักงานสอบสวนที่สภอ.คลองหลวงในวันพรุ่งนี้
เขาจะได้รวบรวมหลักฐานออกหมายเรียกโฆษกลัทธิธรรมกายมาให้ปากคำได้เสียที
คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะหลักฐานก็มีครบแล้ว เหลือแค่สอบปากคำผู้ถูกกล่าวหา ไม่แน่ว่าอาทิตย์หน้าอาจจะส่งอัยการสั่งฟ้องได้เลย
โดยเฉพาะหลักฐานสำคัญคือคำยืนยันจากเจ้าพนักงานสอบสวน ว่าคดีกบฏของพุทธะอิสระหาได้ล่าช้า ประวิงเวลา เลือกปฏิบัติ ละเว้นการปฏิบัติ ดังที่หนูองอาจ ธรรมนิทา โฆษกลัทธิธรรมกายโฆษณาไม่
แต่ที่น่าเสียดายก็คือพวกสาวกธรรมจนกลายสู้อุตส่าห์ยกฝูงไปเพื่อเรียกร้องให้ดีเอสไอเขาชี้แจง
แต่พอเขาจะชี้แจงกลับแจ้งว่าไม่ประสงค์จะรับฟังคำชี้แจง
ขอบอกถ้าเป็นเด็กที่วัดอ้อน้อยคงต้องถูกฉันโบกบ้องหูซักสองป้าบ
อย่างนี้ภาษานักเลงเขาเรียกว่าถามหาเรื่อง
คนพวกนี้ดูช่างอับเฉาในสติปัญญาเสียจริงๆ ช่างน่าสมเพชนัก
อ้อ และหนูองอาจคงจะไม่หลบลี้หนีหายกลายเป็นโรคขาเน่า แพ้ยา บ้านหมุน เหมือนดังเจ้าลัทธิไปเสียก่อนล่ะจ๊ะ
เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขามีหมายเรียกแล้วจะมาใช้มุขเจ้าลัทธิ ไม่เอานะหนู ไม่ดี อย่าทำตามตัวอย่างเลวๆ แบบเจ้าลัทธินะจ๊ะ
ทีนี้มาดูคำชี้แจงของดีเอสไอเขาบ้าง เผื่อพวกชนเผ่าเข้าใจยากที่เข้ามาในเฟสนี้จะได้อ่านบ้าง
พุทธะอิสระ
——————————————
ดีเอสไอเซ็ง ศิษย์ธรรมกายมาหาถึงที่แต่ไม่ฟังชี้แจง
คมชัดลึก 28 มิถุนายน 2559
ดีเอสไอเซ็ง ศิษย์ธรรมกายมาหาถึงที่แต่ไม่ฟังชี้แจง ทั้งที่เตรียมเปิดห้องพร้อมแจงทุกข้อสงสัยคดีคลองจั่น ระบุต้องการแค่ยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าคดี “พุทธะอิสระ”
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายพัฐจักร เทพษร ที่ปรึกษากฎหมายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย นำตัวแทนศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายประมาณ 100 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอ เพื่อทวงถามความคืบหน้าการดำเนินคดีพิเศษที่ 261/2556 ข้อหากบฏกรณีชัต ดาวน์ กรุงเทพฯ กับพระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ทั้งนี้ ในส่วนของดีเอสไอได้จัดเตรียมสถานที่ติดตั้งเครื่องขยายเสียงพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงและความคืบหน้าในคดี ขณะที่พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ เตรียมข้อมูลประกอบการชี้แจง รวมทั้งแผนผังคดีที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น อย่างไรก็ตาม หลังการรวมตัวที่ด้านหน้าอาคารดีเอสไอเพื่ออ่านแถลงข่าวของกลุ่มศิษย์ธรรมกายแล้วได้ส่งนายพัฐจักรเป็นผู้ยื่นหนังสือ โดยพ.ต.ต.วรณัน ขอให้ส่งตัวแทนเข้ารับฟังรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดีเพื่อทำความเข้าใจถึงขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายของดีเอสไอ และจะเปิดโอกาสให้ตัวแทนซักถามทุกประเด็นสงสัย ซึ่งจะเปิดเครื่องขยายเสียงออกมาให้มวลชนภายนอกรับฟังไปพร้อมกัน แต่นายพัฐจักร อ้างว่ามวลชนมาจำนวนมาก ไม่ต้องการฟังแต่จะขอให้ชี้แจงเป็นเพียงลายลักษณ์อักษรเท่านั้น และขอไปหารือกับมวลชนว่าจะมีผู้ใดสมัครใจเป็นตัวแทนเข้ารับฟังหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินทางกลับทันทีโดยไม่เข้ารับฟังการชี้แจงจากดีเอสไอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มศิษย์ธรรมกายส่วนใหญ่ยังคงสวมหมวก แว่นกันแดด และหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ขณะถือป้ายข้อความเรียกร้องขอความเป็นธรรม และกดดันให้มีการดำเนินคดีกับพระพุทธะอิสระและนายไพบูลอย่างเด็ดขาด โดยขณะที่ยื่นหนังสือได้ส่งเพียงตัวแทนที่เป็นผู้ลงชื่อในเอกสารแถลงข่าวเป็นผู้ยื่นและไม่ขอส่งตัวแทนเข้าไปภายในอาคารของดีเอสไอ กลุ่มศิษย์ทั้งหมดจึงได้ปักหลักอยู่บริเวณบันไดหน้าอาคาร สำหรับนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกกลุ่มศิษย์ฯที่ระบุว่าจะเดินทางมายื่นหนังสือที่ดีเอสไอด้วยตนเองนั้น แตไม่พบนายองอาจเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มศิษย์ในครั้งนี้
ด้านพ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า ประเด็นที่กลุ่มศิษย์ยื่นให้ดีเอสไอตรวจสอบมีหลายประเด็นทั้งกรณีดำเนินคดีซ้ำซ้อน การเลือกปฏิบัติ และกรณีที่วัดพระธรรมกายคืนเงินให้สหกรณ์แล้วแต่ยังถูกดีเอสไอดำเนินคดี ในส่วนของการดำเนินคดีย้ำว่าไม่ได้ซ้ำซ้อนในคดียักยอกทรัพย์ที่อัยการสั่งฟ้องเฉพาะนายศุภชัย แต่อัยการสั่งสอบเพิ่มเติมถึงรายละเอียดในการรับเช็คทุกฉบับจากนายศุภชัย ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีชื่อพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นผู้รับเช็ค ซึ่งดีเอสไอต้องสอบปากคำผู้รับเช็คทุกคนเพื่อส่งให้อัยการ แต่ระหว่างนี้มีสมาชิกสหกรณ์มาร้องเพิ่มเติม ว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ฉ้อโกงประชาชนด้วยการนำเข้าข้อมูลเป็นเท็จว่าสหกรณ์มีกำไรดีทำให้คนหลงเชื่อนำเงินมาฝาก ในการสอบสวนเมื่อนายศุภชัยได้เงินไปแล้ว ได้นำเงินไปที่ใด ผู้รับเช็คจากนายศุภชัยจึงมี 2ข้อหาหลัก คือรับของโจรหรือฟอกเงิน แต่ในคดีฉ้อโกงประชาชนจะสอบสวนเป็นคดีรับของโจรไม่ได้ จึงต้องสอบเป็นคดีฟอกเงิน
ขณะที่พ.ต.ท.ชลภัทร ปานสกุล รองผอ.ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนอาชญากรรมพิเศษ กล่าวว่า สำหรับคดีกบฏที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธะอิสระกับนายไพบูลย์ซึ่งเป็นคดีพิเศษที่ 61/2556 นั้นเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2557 ดีเอสไอได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องส่งอัยการพิจารณาแล้วรวม 51 คน ซึ่งรวมถึงบุคคลทั้งสองด้วย และอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องทั้งสองคน พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายจับ และพระพุทธะอิสระอยู่ระหว่างได้รับการประกันตัวในชั้นอัยการ ส่วนนายไพบูลย์ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพราะอัยการสั่งให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติมหลายประเด็น พนักงานสอบสวนดีเอสไอจึงอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม
ด้านพ.ต.ต.วรณัน ตั้งข้อสังเกตกรณีได้รับแจ้งจากวัดพระธรรมกายว่าจะเดินทางเข้ายื่นหนังสือกับดีเอสไอ แต่หนังสือที่ยื่นในวันนี้(28 มิ.ย.) ลงชื่อโดยนายพัฐจักร เทพษร ที่ปรึกษากฎหมายคณะศิษย์ฯ ระบุว่าเขียนหนังสือฉบับดังกล่าวที่ปัตตานี ดังนั้น จึงต้องตรวจสอบว่าหนังสือดังกล่าวเขียนที่วัดพระธรรมกายหรือที่ปัตตานี ทั้งนี้ เพื่อชี้แจงกรณีที่ดีเอสไอต้องการให้ส่งตัวแทนเข้ารับฟังการชี้แจงข้อเท็จจริงเพราะเห็นว่ากลุ่มศิษย์ได้เดินทางมาถึงที่แล้ว จึงต้องการให้รับฟังข้อเท็จจริงไปพร้อมกัน แต่มีการแจ้งว่าไม่ประสงค์จะรับฟัง และได้แยกย้ายกันอย่างฉับพลัน.
สงสัยจะว่างกันมาก อยู่ดีๆ ก็เดินมาช่วยหาหลักฐานเพิ่มเติมให้พุทธะอิสระ
๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๙
——————————————
“ศิษย์ธรรมกาย” เข้าพบอธิบดีดีเอสไอ! ทวงถามคดีการดำเนินคดีข้อกบฎต่อ”พระพุทธะอิสระ & ไพบูลย์” ในเหตุการณ์ Shut Down กรุงเทพฯ
เมื่อเวลา 14:00 น. นายพัฐจักร เทพษร ที่ปรึกษากฎหมายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เดินทางไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อทวงถามถึงความคืบหน้ากรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน และพระสุวิทย์ วัดอ้อน้อย ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีในการกดดันให้ดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนีนั้น เป็นผู้ต้องหาในคดีกบฏจากการ Shut Down กรุงเทพฯ ตามสำนวนคดีพิเศษที่ 261/ 2556 โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้รับมอบเอกสารดังกล่าว
ทั้งนี้ทางคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายจึงขอสอบถามความคืบหน้าในการดำเนินคดีดังกล่าว และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดังนี้
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ต้องหาในข้อหาสนับสนุนการเป็นกบฏมีสถานภาพทางคดี คือ อัยการเห็นควรสั่งฟ้อง แต่ผู้ต้องหายังไม่เข้ารับทราบข้อกล่าวหา และทางกรมสอบสวนคดีพิเศษยังไม่ได้นำตัวส่งพนักงานอัยการ จริงหรือไม่
ถ้าจริง นายไพบูลย์ได้มาพบเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อกล่าวหาและเร่งรัดคดีของพระเทพญาณมหามุนีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหลายครั้ง
ทำไมพนักงานสอบสวนคดีพิเศษไม่นำตัวนายไพบูลย์ นิติตะวัน มารับทราบข้อกล่าวหาซึ่งเป็นคดีร้ายแรงแล้วนำตัวส่งอัยการ เพื่อนำคดีขึ้นสู่ศาลโดยเร็ว
พฤติการณ์ดังกล่าวของเจ้าพนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่
เอกสารแถลงข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2559 ที่กล่าวว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษได้สอบสวนดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว คือ นายไพบูลย์ นิติตะวัน เสร็จสิ้นแล้วเป็นข้อความอันเป็นเท็จหรือไม่
เพราะหากนายไพบูลย์ยังไม่ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังไม่ได้นำตัวนายไพบูลย์ ส่งมอบให้กับอัยการ กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงยังสอบสวนนายไพบูลย์ นิติตะวันไม่เสร็จสิ้นมิใช่หรือ
หากกรมสอบสวนคดีพิเศษไปแจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายองอาจ ธรรมนิทา ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยเหตุผลหลักฐานที่เป็นเท็จ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะมีความผิดฐานแจ้งความเท็จหรือไม่
ส่วนสถานภาพทางคดีของพระสุวิทย์ วัดอ้อน้อย อยู่ในขั้นตอนใด ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ประสานการทำงานกับทางอัยการหรือไม่ จะส่งฟ้องต่อศาลอาญาได้เมื่อใด
เพราะเหตุการณ์ได้ล่วงเลยมานานมากอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาอื่นจำนวน 4 ราย ต่อศาลอาญาไปกว่า 2 ปีแล้ว คดีติดขัดอยู่ที่ขั้นตอนใด เพื่อที่ข้าพเจ้าจะได้เร่งรัดติดตามต่อไป จึงใคร่ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษกรุณาตรวจสอบข้อเท็จจริงและแจ้งให้ทราบโดยเร็ว
——————————————
พุทธะอิสระ:
อ่าว… หนูองอาจ ธรรมนิทา หายไปไหนล่ะ ไหนว่าวันนี้จะมายื่นหนังสือให้ดีเอสไอด้วยตัวเองไงล่ะจ๊ะ ทำไมถึงผิดคำพูดล่ะจ๊ะหนู
หรือรู้ว่าดีเอสไอเขาเตรียมรวบตัวส่งกองปราบล่ะจ๊ะ
โถ สู้อุตส่าห์แห่กันมาเป็นฝูง คงนึกว่าดีเอสไอเขากลัวล่ะซิท่า
แต่ยังไงก็ต้องขอบใจนะจ๊ะ ที่สู้อุตส่าห์มาช่วยหาหลักฐานให้พุทธะอิสระเพิ่มเติม
ลำพังถ้าเป็นพุทธะอิสระหากจะไปขอร้องให้ดีเอสไอออกมาแถลงชี้แจงความจริงเรื่องคดีกบฏของพุทธะอิสระและคุณไพบูลย์ เพื่อให้ผู้คนในสังคมเข้าใจขั้นตอนตามกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายมันคงดูน่าเกลียดพิลึก
ที่มาอาศัยเจ้าหน้าที่รัฐฟอกตัวเองให้ดูดีในสายตาสังคม
แต่พอพวกสาวกธรรมกายกรุณาช่วยมาเรียกร้องให้ดีเอสไอชี้แจงขั้นตอนดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหากบฏอย่างพุทธะอิสระและคุณไพบูลย์
ก็ต้องถือว่าสาวกลัทธินี้ได้พยายามช่วยฉันได้มากทีเดียวแหละ
ขอบใจนะ พุทธะอิสระจะได้นำเอาคำแถลงการณ์ของดีเอสไอไปยื่นให้พนักงานสอบสวนที่สภอ.คลองหลวงในวันพรุ่งนี้
เขาจะได้รวบรวมหลักฐานออกหมายเรียกโฆษกลัทธิธรรมกายมาให้ปากคำได้เสียที
คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะหลักฐานก็มีครบแล้ว เหลือแค่สอบปากคำผู้ถูกกล่าวหา ไม่แน่ว่าอาทิตย์หน้าอาจจะส่งอัยการสั่งฟ้องได้เลย
โดยเฉพาะหลักฐานสำคัญคือคำยืนยันจากเจ้าพนักงานสอบสวน ว่าคดีกบฏของพุทธะอิสระหาได้ล่าช้า ประวิงเวลา เลือกปฏิบัติ ละเว้นการปฏิบัติ ดังที่หนูองอาจ ธรรมนิทา โฆษกลัทธิธรรมกายโฆษณาไม่
แต่ที่น่าเสียดายก็คือพวกสาวกธรรมจนกลายสู้อุตส่าห์ยกฝูงไปเพื่อเรียกร้องให้ดีเอสไอเขาชี้แจง
แต่พอเขาจะชี้แจงกลับแจ้งว่าไม่ประสงค์จะรับฟังคำชี้แจง
ขอบอกถ้าเป็นเด็กที่วัดอ้อน้อยคงต้องถูกฉันโบกบ้องหูซักสองป้าบ
อย่างนี้ภาษานักเลงเขาเรียกว่าถามหาเรื่อง
คนพวกนี้ดูช่างอับเฉาในสติปัญญาเสียจริงๆ ช่างน่าสมเพชนัก
อ้อ และหนูองอาจคงจะไม่หลบลี้หนีหายกลายเป็นโรคขาเน่า แพ้ยา บ้านหมุน เหมือนดังเจ้าลัทธิไปเสียก่อนล่ะจ๊ะ
เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขามีหมายเรียกแล้วจะมาใช้มุขเจ้าลัทธิ ไม่เอานะหนู ไม่ดี อย่าทำตามตัวอย่างเลวๆ แบบเจ้าลัทธินะจ๊ะ
ทีนี้มาดูคำชี้แจงของดีเอสไอเขาบ้าง เผื่อพวกชนเผ่าเข้าใจยากที่เข้ามาในเฟสนี้จะได้อ่านบ้าง
พุทธะอิสระ
——————————————
ดีเอสไอเซ็ง ศิษย์ธรรมกายมาหาถึงที่แต่ไม่ฟังชี้แจง
คมชัดลึก 28 มิถุนายน 2559
ดีเอสไอเซ็ง ศิษย์ธรรมกายมาหาถึงที่แต่ไม่ฟังชี้แจง ทั้งที่เตรียมเปิดห้องพร้อมแจงทุกข้อสงสัยคดีคลองจั่น ระบุต้องการแค่ยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าคดี “พุทธะอิสระ”
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายพัฐจักร เทพษร ที่ปรึกษากฎหมายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย นำตัวแทนศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายประมาณ 100 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอ เพื่อทวงถามความคืบหน้าการดำเนินคดีพิเศษที่ 261/2556 ข้อหากบฏกรณีชัต ดาวน์ กรุงเทพฯ กับพระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ทั้งนี้ ในส่วนของดีเอสไอได้จัดเตรียมสถานที่ติดตั้งเครื่องขยายเสียงพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงและความคืบหน้าในคดี ขณะที่พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ เตรียมข้อมูลประกอบการชี้แจง รวมทั้งแผนผังคดีที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น อย่างไรก็ตาม หลังการรวมตัวที่ด้านหน้าอาคารดีเอสไอเพื่ออ่านแถลงข่าวของกลุ่มศิษย์ธรรมกายแล้วได้ส่งนายพัฐจักรเป็นผู้ยื่นหนังสือ โดยพ.ต.ต.วรณัน ขอให้ส่งตัวแทนเข้ารับฟังรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดีเพื่อทำความเข้าใจถึงขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายของดีเอสไอ และจะเปิดโอกาสให้ตัวแทนซักถามทุกประเด็นสงสัย ซึ่งจะเปิดเครื่องขยายเสียงออกมาให้มวลชนภายนอกรับฟังไปพร้อมกัน แต่นายพัฐจักร อ้างว่ามวลชนมาจำนวนมาก ไม่ต้องการฟังแต่จะขอให้ชี้แจงเป็นเพียงลายลักษณ์อักษรเท่านั้น และขอไปหารือกับมวลชนว่าจะมีผู้ใดสมัครใจเป็นตัวแทนเข้ารับฟังหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินทางกลับทันทีโดยไม่เข้ารับฟังการชี้แจงจากดีเอสไอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มศิษย์ธรรมกายส่วนใหญ่ยังคงสวมหมวก แว่นกันแดด และหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ขณะถือป้ายข้อความเรียกร้องขอความเป็นธรรม และกดดันให้มีการดำเนินคดีกับพระพุทธะอิสระและนายไพบูลอย่างเด็ดขาด โดยขณะที่ยื่นหนังสือได้ส่งเพียงตัวแทนที่เป็นผู้ลงชื่อในเอกสารแถลงข่าวเป็นผู้ยื่นและไม่ขอส่งตัวแทนเข้าไปภายในอาคารของดีเอสไอ กลุ่มศิษย์ทั้งหมดจึงได้ปักหลักอยู่บริเวณบันไดหน้าอาคาร สำหรับนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกกลุ่มศิษย์ฯที่ระบุว่าจะเดินทางมายื่นหนังสือที่ดีเอสไอด้วยตนเองนั้น แตไม่พบนายองอาจเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มศิษย์ในครั้งนี้
ด้านพ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า ประเด็นที่กลุ่มศิษย์ยื่นให้ดีเอสไอตรวจสอบมีหลายประเด็นทั้งกรณีดำเนินคดีซ้ำซ้อน การเลือกปฏิบัติ และกรณีที่วัดพระธรรมกายคืนเงินให้สหกรณ์แล้วแต่ยังถูกดีเอสไอดำเนินคดี ในส่วนของการดำเนินคดีย้ำว่าไม่ได้ซ้ำซ้อนในคดียักยอกทรัพย์ที่อัยการสั่งฟ้องเฉพาะนายศุภชัย แต่อัยการสั่งสอบเพิ่มเติมถึงรายละเอียดในการรับเช็คทุกฉบับจากนายศุภชัย ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีชื่อพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นผู้รับเช็ค ซึ่งดีเอสไอต้องสอบปากคำผู้รับเช็คทุกคนเพื่อส่งให้อัยการ แต่ระหว่างนี้มีสมาชิกสหกรณ์มาร้องเพิ่มเติม ว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ฉ้อโกงประชาชนด้วยการนำเข้าข้อมูลเป็นเท็จว่าสหกรณ์มีกำไรดีทำให้คนหลงเชื่อนำเงินมาฝาก ในการสอบสวนเมื่อนายศุภชัยได้เงินไปแล้ว ได้นำเงินไปที่ใด ผู้รับเช็คจากนายศุภชัยจึงมี 2ข้อหาหลัก คือรับของโจรหรือฟอกเงิน แต่ในคดีฉ้อโกงประชาชนจะสอบสวนเป็นคดีรับของโจรไม่ได้ จึงต้องสอบเป็นคดีฟอกเงิน
ขณะที่พ.ต.ท.ชลภัทร ปานสกุล รองผอ.ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนอาชญากรรมพิเศษ กล่าวว่า สำหรับคดีกบฏที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธะอิสระกับนายไพบูลย์ซึ่งเป็นคดีพิเศษที่ 61/2556 นั้นเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2557 ดีเอสไอได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องส่งอัยการพิจารณาแล้วรวม 51 คน ซึ่งรวมถึงบุคคลทั้งสองด้วย และอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องทั้งสองคน พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายจับ และพระพุทธะอิสระอยู่ระหว่างได้รับการประกันตัวในชั้นอัยการ ส่วนนายไพบูลย์ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพราะอัยการสั่งให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติมหลายประเด็น พนักงานสอบสวนดีเอสไอจึงอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม
ด้านพ.ต.ต.วรณัน ตั้งข้อสังเกตกรณีได้รับแจ้งจากวัดพระธรรมกายว่าจะเดินทางเข้ายื่นหนังสือกับดีเอสไอ แต่หนังสือที่ยื่นในวันนี้(28 มิ.ย.) ลงชื่อโดยนายพัฐจักร เทพษร ที่ปรึกษากฎหมายคณะศิษย์ฯ ระบุว่าเขียนหนังสือฉบับดังกล่าวที่ปัตตานี ดังนั้น จึงต้องตรวจสอบว่าหนังสือดังกล่าวเขียนที่วัดพระธรรมกายหรือที่ปัตตานี ทั้งนี้ เพื่อชี้แจงกรณีที่ดีเอสไอต้องการให้ส่งตัวแทนเข้ารับฟังการชี้แจงข้อเท็จจริงเพราะเห็นว่ากลุ่มศิษย์ได้เดินทางมาถึงที่แล้ว จึงต้องการให้รับฟังข้อเท็จจริงไปพร้อมกัน แต่มีการแจ้งว่าไม่ประสงค์จะรับฟัง และได้แยกย้ายกันอย่างฉับพลัน.
สงสัยจะว่างกันมาก อยู่ดีๆ ก็เดินมาช่วยหาหลักฐานเพิ่มเติมให้พุทธะอิสระ
๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๙
——————————————
“ศิษย์ธรรมกาย” เข้าพบอธิบดีดีเอสไอ! ทวงถามคดีการดำเนินคดีข้อกบฎต่อ”พระพุทธะอิสระ & ไพบูลย์” ในเหตุการณ์ Shut Down กรุงเทพฯ
เมื่อเวลา 14:00 น. นายพัฐจักร เทพษร ที่ปรึกษากฎหมายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เดินทางไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อทวงถามถึงความคืบหน้ากรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน และพระสุวิทย์ วัดอ้อน้อย ซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีในการกดดันให้ดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนีนั้น เป็นผู้ต้องหาในคดีกบฏจากการ Shut Down กรุงเทพฯ ตามสำนวนคดีพิเศษที่ 261/ 2556 โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้รับมอบเอกสารดังกล่าว
ทั้งนี้ทางคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายจึงขอสอบถามความคืบหน้าในการดำเนินคดีดังกล่าว และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดังนี้
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ต้องหาในข้อหาสนับสนุนการเป็นกบฏมีสถานภาพทางคดี คือ อัยการเห็นควรสั่งฟ้อง แต่ผู้ต้องหายังไม่เข้ารับทราบข้อกล่าวหา และทางกรมสอบสวนคดีพิเศษยังไม่ได้นำตัวส่งพนักงานอัยการ จริงหรือไม่
ถ้าจริง นายไพบูลย์ได้มาพบเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อกล่าวหาและเร่งรัดคดีของพระเทพญาณมหามุนีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหลายครั้ง
ทำไมพนักงานสอบสวนคดีพิเศษไม่นำตัวนายไพบูลย์ นิติตะวัน มารับทราบข้อกล่าวหาซึ่งเป็นคดีร้ายแรงแล้วนำตัวส่งอัยการ เพื่อนำคดีขึ้นสู่ศาลโดยเร็ว
พฤติการณ์ดังกล่าวของเจ้าพนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่
เอกสารแถลงข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2559 ที่กล่าวว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษได้สอบสวนดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าว คือ นายไพบูลย์ นิติตะวัน เสร็จสิ้นแล้วเป็นข้อความอันเป็นเท็จหรือไม่
เพราะหากนายไพบูลย์ยังไม่ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษยังไม่ได้นำตัวนายไพบูลย์ ส่งมอบให้กับอัยการ กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงยังสอบสวนนายไพบูลย์ นิติตะวันไม่เสร็จสิ้นมิใช่หรือ
หากกรมสอบสวนคดีพิเศษไปแจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายองอาจ ธรรมนิทา ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยเหตุผลหลักฐานที่เป็นเท็จ กรมสอบสวนคดีพิเศษจะมีความผิดฐานแจ้งความเท็จหรือไม่
ส่วนสถานภาพทางคดีของพระสุวิทย์ วัดอ้อน้อย อยู่ในขั้นตอนใด ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ประสานการทำงานกับทางอัยการหรือไม่ จะส่งฟ้องต่อศาลอาญาได้เมื่อใด
เพราะเหตุการณ์ได้ล่วงเลยมานานมากอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาอื่นจำนวน 4 ราย ต่อศาลอาญาไปกว่า 2 ปีแล้ว คดีติดขัดอยู่ที่ขั้นตอนใด เพื่อที่ข้าพเจ้าจะได้เร่งรัดติดตามต่อไป จึงใคร่ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษกรุณาตรวจสอบข้อเท็จจริงและแจ้งให้ทราบโดยเร็ว
——————————————
พุทธะอิสระ:
อ่าว… หนูองอาจ ธรรมนิทา หายไปไหนล่ะ ไหนว่าวันนี้จะมายื่นหนังสือให้ดีเอสไอด้วยตัวเองไงล่ะจ๊ะ ทำไมถึงผิดคำพูดล่ะจ๊ะหนู
หรือรู้ว่าดีเอสไอเขาเตรียมรวบตัวส่งกองปราบล่ะจ๊ะ
โถ สู้อุตส่าห์แห่กันมาเป็นฝูง คงนึกว่าดีเอสไอเขากลัวล่ะซิท่า
แต่ยังไงก็ต้องขอบใจนะจ๊ะ ที่สู้อุตส่าห์มาช่วยหาหลักฐานให้พุทธะอิสระเพิ่มเติม
ลำพังถ้าเป็นพุทธะอิสระหากจะไปขอร้องให้ดีเอสไอออกมาแถลงชี้แจงความจริงเรื่องคดีกบฏของพุทธะอิสระและคุณไพบูลย์ เพื่อให้ผู้คนในสังคมเข้าใจขั้นตอนตามกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายมันคงดูน่าเกลียดพิลึก
ที่มาอาศัยเจ้าหน้าที่รัฐฟอกตัวเองให้ดูดีในสายตาสังคม
แต่พอพวกสาวกธรรมกายกรุณาช่วยมาเรียกร้องให้ดีเอสไอชี้แจงขั้นตอนดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหากบฏอย่างพุทธะอิสระและคุณไพบูลย์
ก็ต้องถือว่าสาวกลัทธินี้ได้พยายามช่วยฉันได้มากทีเดียวแหละ
ขอบใจนะ พุทธะอิสระจะได้นำเอาคำแถลงการณ์ของดีเอสไอไปยื่นให้พนักงานสอบสวนที่สภอ.คลองหลวงในวันพรุ่งนี้
เขาจะได้รวบรวมหลักฐานออกหมายเรียกโฆษกลัทธิธรรมกายมาให้ปากคำได้เสียที
คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะหลักฐานก็มีครบแล้ว เหลือแค่สอบปากคำผู้ถูกกล่าวหา ไม่แน่ว่าอาทิตย์หน้าอาจจะส่งอัยการสั่งฟ้องได้เลย
โดยเฉพาะหลักฐานสำคัญคือคำยืนยันจากเจ้าพนักงานสอบสวน ว่าคดีกบฏของพุทธะอิสระหาได้ล่าช้า ประวิงเวลา เลือกปฏิบัติ ละเว้นการปฏิบัติ ดังที่หนูองอาจ ธรรมนิทา โฆษกลัทธิธรรมกายโฆษณาไม่
แต่ที่น่าเสียดายก็คือพวกสาวกธรรมจนกลายสู้อุตส่าห์ยกฝูงไปเพื่อเรียกร้องให้ดีเอสไอเขาชี้แจง
แต่พอเขาจะชี้แจงกลับแจ้งว่าไม่ประสงค์จะรับฟังคำชี้แจง
ขอบอกถ้าเป็นเด็กที่วัดอ้อน้อยคงต้องถูกฉันโบกบ้องหูซักสองป้าบ
อย่างนี้ภาษานักเลงเขาเรียกว่าถามหาเรื่อง
คนพวกนี้ดูช่างอับเฉาในสติปัญญาเสียจริงๆ ช่างน่าสมเพชนัก
อ้อ และหนูองอาจคงจะไม่หลบลี้หนีหายกลายเป็นโรคขาเน่า แพ้ยา บ้านหมุน เหมือนดังเจ้าลัทธิไปเสียก่อนล่ะจ๊ะ
เดี๋ยวเจ้าหน้าที่เขามีหมายเรียกแล้วจะมาใช้มุขเจ้าลัทธิ ไม่เอานะหนู ไม่ดี อย่าทำตามตัวอย่างเลวๆ แบบเจ้าลัทธินะจ๊ะ
ทีนี้มาดูคำชี้แจงของดีเอสไอเขาบ้าง เผื่อพวกชนเผ่าเข้าใจยากที่เข้ามาในเฟสนี้จะได้อ่านบ้าง
พุทธะอิสระ
——————————————
ดีเอสไอเซ็ง ศิษย์ธรรมกายมาหาถึงที่แต่ไม่ฟังชี้แจง
คมชัดลึก 28 มิถุนายน 2559
ดีเอสไอเซ็ง ศิษย์ธรรมกายมาหาถึงที่แต่ไม่ฟังชี้แจง ทั้งที่เตรียมเปิดห้องพร้อมแจงทุกข้อสงสัยคดีคลองจั่น ระบุต้องการแค่ยื่นหนังสือทวงถามความคืบหน้าคดี “พุทธะอิสระ”
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายพัฐจักร เทพษร ที่ปรึกษากฎหมายคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย นำตัวแทนศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายประมาณ 100 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอ เพื่อทวงถามความคืบหน้าการดำเนินคดีพิเศษที่ 261/2556 ข้อหากบฏกรณีชัต ดาวน์ กรุงเทพฯ กับพระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ทั้งนี้ ในส่วนของดีเอสไอได้จัดเตรียมสถานที่ติดตั้งเครื่องขยายเสียงพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงและความคืบหน้าในคดี ขณะที่พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ เตรียมข้อมูลประกอบการชี้แจง รวมทั้งแผนผังคดีที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น อย่างไรก็ตาม หลังการรวมตัวที่ด้านหน้าอาคารดีเอสไอเพื่ออ่านแถลงข่าวของกลุ่มศิษย์ธรรมกายแล้วได้ส่งนายพัฐจักรเป็นผู้ยื่นหนังสือ โดยพ.ต.ต.วรณัน ขอให้ส่งตัวแทนเข้ารับฟังรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดีเพื่อทำความเข้าใจถึงขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายของดีเอสไอ และจะเปิดโอกาสให้ตัวแทนซักถามทุกประเด็นสงสัย ซึ่งจะเปิดเครื่องขยายเสียงออกมาให้มวลชนภายนอกรับฟังไปพร้อมกัน แต่นายพัฐจักร อ้างว่ามวลชนมาจำนวนมาก ไม่ต้องการฟังแต่จะขอให้ชี้แจงเป็นเพียงลายลักษณ์อักษรเท่านั้น และขอไปหารือกับมวลชนว่าจะมีผู้ใดสมัครใจเป็นตัวแทนเข้ารับฟังหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินทางกลับทันทีโดยไม่เข้ารับฟังการชี้แจงจากดีเอสไอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มศิษย์ธรรมกายส่วนใหญ่ยังคงสวมหมวก แว่นกันแดด และหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ขณะถือป้ายข้อความเรียกร้องขอความเป็นธรรม และกดดันให้มีการดำเนินคดีกับพระพุทธะอิสระและนายไพบูลอย่างเด็ดขาด โดยขณะที่ยื่นหนังสือได้ส่งเพียงตัวแทนที่เป็นผู้ลงชื่อในเอกสารแถลงข่าวเป็นผู้ยื่นและไม่ขอส่งตัวแทนเข้าไปภายในอาคารของดีเอสไอ กลุ่มศิษย์ทั้งหมดจึงได้ปักหลักอยู่บริเวณบันไดหน้าอาคาร สำหรับนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกกลุ่มศิษย์ฯที่ระบุว่าจะเดินทางมายื่นหนังสือที่ดีเอสไอด้วยตนเองนั้น แตไม่พบนายองอาจเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มศิษย์ในครั้งนี้
ด้านพ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า ประเด็นที่กลุ่มศิษย์ยื่นให้ดีเอสไอตรวจสอบมีหลายประเด็นทั้งกรณีดำเนินคดีซ้ำซ้อน การเลือกปฏิบัติ และกรณีที่วัดพระธรรมกายคืนเงินให้สหกรณ์แล้วแต่ยังถูกดีเอสไอดำเนินคดี ในส่วนของการดำเนินคดีย้ำว่าไม่ได้ซ้ำซ้อนในคดียักยอกทรัพย์ที่อัยการสั่งฟ้องเฉพาะนายศุภชัย แต่อัยการสั่งสอบเพิ่มเติมถึงรายละเอียดในการรับเช็คทุกฉบับจากนายศุภชัย ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีชื่อพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นผู้รับเช็ค ซึ่งดีเอสไอต้องสอบปากคำผู้รับเช็คทุกคนเพื่อส่งให้อัยการ แต่ระหว่างนี้มีสมาชิกสหกรณ์มาร้องเพิ่มเติม ว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ ฉ้อโกงประชาชนด้วยการนำเข้าข้อมูลเป็นเท็จว่าสหกรณ์มีกำไรดีทำให้คนหลงเชื่อนำเงินมาฝาก ในการสอบสวนเมื่อนายศุภชัยได้เงินไปแล้ว ได้นำเงินไปที่ใด ผู้รับเช็คจากนายศุภชัยจึงมี 2ข้อหาหลัก คือรับของโจรหรือฟอกเงิน แต่ในคดีฉ้อโกงประชาชนจะสอบสวนเป็นคดีรับของโจรไม่ได้ จึงต้องสอบเป็นคดีฟอกเงิน
ขณะที่พ.ต.ท.ชลภัทร ปานสกุล รองผอ.ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนอาชญากรรมพิเศษ กล่าวว่า สำหรับคดีกบฏที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธะอิสระกับนายไพบูลย์ซึ่งเป็นคดีพิเศษที่ 61/2556 นั้นเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2557 ดีเอสไอได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องส่งอัยการพิจารณาแล้วรวม 51 คน ซึ่งรวมถึงบุคคลทั้งสองด้วย และอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องทั้งสองคน พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายจับ และพระพุทธะอิสระอยู่ระหว่างได้รับการประกันตัวในชั้นอัยการ ส่วนนายไพบูลย์ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเพราะอัยการสั่งให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติมหลายประเด็น พนักงานสอบสวนดีเอสไอจึงอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม
ด้านพ.ต.ต.วรณัน ตั้งข้อสังเกตกรณีได้รับแจ้งจากวัดพระธรรมกายว่าจะเดินทางเข้ายื่นหนังสือกับดีเอสไอ แต่หนังสือที่ยื่นในวันนี้(28 มิ.ย.) ลงชื่อโดยนายพัฐจักร เทพษร ที่ปรึกษากฎหมายคณะศิษย์ฯ ระบุว่าเขียนหนังสือฉบับดังกล่าวที่ปัตตานี ดังนั้น จึงต้องตรวจสอบว่าหนังสือดังกล่าวเขียนที่วัดพระธรรมกายหรือที่ปัตตานี ทั้งนี้ เพื่อชี้แจงกรณีที่ดีเอสไอต้องการให้ส่งตัวแทนเข้ารับฟังการชี้แจงข้อเท็จจริงเพราะเห็นว่ากลุ่มศิษย์ได้เดินทางมาถึงที่แล้ว จึงต้องการให้รับฟังข้อเท็จจริงไปพร้อมกัน แต่มีการแจ้งว่าไม่ประสงค์จะรับฟัง และได้แยกย้ายกันอย่างฉับพลัน.











