โถ… โถ… โถ… ช่างน่าสงสารนัก
๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๙

‘องอาจ’ปัดหมิ่น’DSI-หลวงปู่ฯ’ ย้อนพรุ่งนี้จะไปเร่งรัดข้อหากบฏ
วันจันทร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2559, 16.18 น.
27 มิ.ย. 59 เมื่อเวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางคณะศิษยานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย ได้แถลงกรณีที่มีข่าวว่าทางดีเอสไอได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับ นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และพระสุวิทย์ ธีรธมฺโม (พระพุทธะอิสระ) เจ้าอาวาส วัดอ้อน้อย ได้ไปแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทกับนายองอาจ ที่ สภ.คลองหลวงนั้น นายององอาจ กล่าวว่า 1. กระผมขอปฏิเสธว่าไม่ได้มีเจตนาหมิ่นประมาททั้งดีเอสไอและพระพุทธะอิสระ แต่ประการใด
2. ในการแถลงข่าวที่ผ่านมามีแต่เพียงการ “ตั้งคำถาม” และนำเสนอความจริงที่เกิดขึ้นต่อสื่อมวลชน เป็นการพูดโดยหลักการว่าหน่วยงานราชการจะต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส เพราะหน่วยงานราชการจัดตั้งขึ้นโดยฉันทานุมัติของประชาชน ดำเนินการด้วยภาษีอากรของประชาชน มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน การดำเนินงานจึงต้องระมัดระวังไม่ให้สังคมเกิดข้อคลางแคลงสงสัยว่าเป็นการทำงานแบบ 2 มาตรฐาน หรือมีใบสั่ง เพราะจะทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือได้ โดยไม่มีข้อความใดๆ ยืนยันว่าDSI หรือหน่วยงานของรัฐใด กระทำความผิดต่อกฎหมายอย่างไรแต่อย่างใด
3. ดีเอสไอเป็นหน่วยงานระดับกรม มีบุคลากรนับพันคนที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย มีอาวุธ และมีงบประมาณปีละหลายพันล้านบาท เมื่อดีเอสไอตั้งตัวเป็นคู่กรณีแจ้งความกล่าวโทษใคร คนๆนั้นย่อมต้องกลัว เพราะเหมือนสู้อยู่กับยักษ์ใหญ่ มีกระบอง มีอำนาจ มีเงินมหาศาล แต่กระผมแม้เป็นเพียงเด็กหนุ่ม ไม่มีอำนาจราชศักดิ์ใดๆ แต่ก็เชื่อมั่นในความถูกต้องบริสุทธิ์ใจของตน และพร้อมจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรม
4. แทนที่จะค้าความตั้งตนเป็นคู่กรณีกับประชาชน ซึ่งอาจทำให้คนหวาดกลัวไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ดีเอสไอ เกรงว่าภัยจะมาถึงตัว ถ้าดีเอสไอใช้โอกาสนี้รับฟังความเห็นของประชาชน เพื่อพิจารณาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สมบูรณ์ขึ้น จนเป็นที่ยอมรับของประชาชน ย่อมจะเป็นแนวทางที่ถูกต้องสร้างสรรค์ สมเป็นหน่วยราชการที่รับใช้ประชาชนมิใช่หรือ
5. ข้อกล่าวหาของพระพุทธะอิสระ มีมากมายหลายประเด็นที่น่าแปลกใจ อาทิ การตั้งกองทุนเพื่อเยียวยาช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ที่เดือดร้อนกลับถูกกล่าวโทษว่าเป็นความผิด คงต้องให้ฝ่ายกฎหมายดูรายละเอียดก่อน แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า พระพุทธะอิสระมีใจตรงกับดีเอสไอ แจ้งความต่อกระผมในวันเดียวกันอย่างน่าแปลกใจ
และ6. ในวันพรุ่งนี้เวลา 14.00 น. คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายจะได้ไปสอบถามเร่งรัดการดำเนินคดีข้อหากบฏของพระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป
https://www.naewna.com/local/222756
—————————————————-
โตะ จาย หมก เลย ทำไมถึงทำกับดิฉันได้
โถๆๆ ช่างน่าสงสาร ขวัญเอยขวัญมา
ทำไมท่านพญาราชสีห์ถึงได้ทำร้ายน้องหนูได้ หนูเป็นแค่เด็กหนุ่มที่ไม่มีอำนาจราชศักดิ์ใดๆ หนูไม่มีบารมียิ่งใหญ่ที่มาคอยหนุน หนูไม่มีเจตนาหมิ่นประมาท ทั้งดีเอสไอและพระสุวิทย์แห่งวัดอ้อน้อย
แถมกาลที่ผ่านมาหนูแค่ตั้งคำถามและนำเสนอความจริงที่เกิดขึ้นต่อสื่อมวลชนเท่านั้น หนูไม่มีเจตนาหมิ่นประมาทใครใดๆ เลย หนูแค่เผลอหลุดปากเอ่ยชื่อพระสุวิทย์และหน่วยงานดีเอสไอออกไปเท่านั้น
ต๊าย ตาย หนูไม่มีเจตนาจริงๆ นะจ๊ะ
หนูไม่คิดว่าท่านพญาราชสีห์ผู้มีบารมีจะมาเอาเรื่องกับหนูผู้เป็นเด็กหนุ่มธรรมดาๆ คนหนึ่งได้ หนูแค่ต้องการจะสื่อให้สังคมเห็นว่าการทำหน้าที่ของดีเอสไอไม่ชอบด้วยหลักนิติรัฐนิติธรรมอย่างไร มีมาตรฐานขนาดไหน อย่างนี้หนูผิดด้วยหรือ
หนูแค่ยกเอาชื่อและคดีของพุทธะอิสระขึ้นมาเปรียบเทียบให้เห็นว่าคดีกบฏซึ่งมีโทษร้ายแรงกับคดียักยอก ฉ้อโกง ฟอกเงิน รับของโจร ที่พระเดชพระคุณหลงป้อกระทำมีโทษแค่จิ๊บๆ แต่ทำไมดีเอสไอถึงได้เร่งรัดคดีของพระเดชพระคุณหลวงป้อหนูนัก
ช่างไม่ยุติธรรมเลย หนูรับไม่ได้ อย่างนี้ต้องลาออก
หนูแค่ระบายความรู้สึกอัดอั้นอยู่ในใจของพวกหนูออกมาก็เท่านั้น
ทำไมหนูไม่มีสิทธิหรือ หนูผิดด้วยหรือ หนูเสียจาย โตะจาย หมดเลย
ทำไมถึงทำกับดิฉันผู้ใสซื่อคนนี้ได้
ฮือๆ ปื้ด อะซื้ด อะฮือ หนูจะไปฟ้องพระเดชพระคุณหลงป้อ
โอ๋.. นิ่งเสียนะ นิ่งเสียนะหนู รู้จักสงบจิตสงบใจ แล้วฟังดีๆ นะหนู
การที่หนูเที่ยวโพนทะนายกคดีกบฏของพญาราชสีห์ขึ้นมาเปรียบเทียบกับคดีพระเดชพระคุณหลงป้อหนูนั่นน่ะนะ หนูควรจะรู้ว่าไปเทียบกันไม่ได้
เพราะพญาราชสีห์ท่านเมื่อรู้ว่าต้องคดี ท่านก็มิได้บ่ายเบี่ยงล่าช้า ประวิงเวลาที่จะไม่ไปรับฟังข้อกล่าวหา
มิหนำซ้ำท่านยังเดินทางไปให้ดีเอสไอสอบปากคำอยู่ถึงสองครั้งสองครา
เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหาว่าไม่มีเจตนาจะหลบหนี แถมยังให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี พนักงานสอบสวนก็มีอำนาจพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวแก่ผู้ถูกกล่าวหา และเมื่อสำนวนส่งไปถึงอัยการจึงได้ประกันตัวต่ออัยการ
พร้อมทั้งอัยการมีคำสั่งให้สอบพยานเพิ่มเติม และผู้ถูกกล่าวหาต้องไปรายงานตัวตามที่อัยการนัดสอบทุกครั้ง
พญาราชสีห์ท่านก็มิได้ดื้อด้านดันทุรัง แหกปากโพนทะนาหรือให้ผู้อื่นออกมาโพนทะนาว่า ข้าไม่ผิด ข้าบริสุทธิ์ เจ้าหน้าที่เลือกปฏิบัติ สองมาตรฐาน ทีคดีเผาบ้านเผาเมืองผ่านมาเป็นสิบปีแล้วยังไม่เห็นดำเนินการใดๆ
ทำไมถึงมาจ้องเล่นงานกับคดีกบฏของพญาราชสีห์
เรื่องเหล่านี้พญาราชสีห์ท่านไม่ทำ ท่านทำไม่ได้ แต่ไม่ใช่ทำไม่เป็น
นั่นก็เพราะพญาราชสีห์ท่านถูกโคตรเหง้าอบรมสั่งสอน ให้อยู่อย่างภาคภูมิ สู้อย่างองอาจ ตายอย่างสง่างาม ไม่ใช่หลบๆ แอบๆ ทำตัวเป็นพวกหน้าตัวเมียอย่างพระเดชพระคุณหลงป้อของน้องหนู
การที่ดีเอสไอเขามีข้อสงสัยในคดียักยอกฟอกเงิน รับของโจร เพราะมีผู้ไปแจ้ง เขาจึงมีหมายนัด ตามมาด้วยหมายเรียก และหมายจับ สุดท้ายจนศาลอาญาต้องออกหมายค้น
แถมยังต้องถูกพี่น้องของหนู พรรคพวกของหนู ลิ่วล้อของหลงป้อหนู ออกมาปฏิบัติการขัดขวางเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปจับกุมผู้ต้องหาหนีหมายจับดังที่สังคมเขาเห็น
หนูลองใช้สมองในกะโหลกอันน้อยนิดของหนูคิดดูสิ ว่าจากผู้ต้องสงสัยกลายเป็นผู้ต้องหา
ใครเป็นคนทำให้พระเดชพระคุณหลงป้อหนูกลายเป็นผู้ต้องหา
หากวันนั้นหลงป้อหนูยินยอมไปให้ปากคำแต่โดยดี
วันนี้เขาจะตกเป็นผู้ต้องหาได้อย่างไรถ้าไม่ผิด
นอกจากหลงป้อของหนูไม่พยายามพิสูจน์ความจริงแล้วยังส่งพวกหนูๆ ทั้งหนูเล็ก หนูใหญ่ ดาหน้ากันออกมาโพนทะนาแต่คำว่า หลงป้อไม่ผิด หลงป้อบริสุทธิ์ หลงป้อทำดีมาตลอด หลงป้อได้โล่รางวัลมากมาย หลงป้อสร้างวัด สร้างพระ สร้างคนมาชั่วชีวิต
เมื่อพวกน้องหนูใช้มุขสาธยายสรรพคุณหลงป้อของหนูไม่สำเร็จ
พวกหนูเลยหันมาเล่นมุข โหด มัน ฮา ด้วยการใส่ไคล้ใส่ร้ายกล่าวหาให้ผู้อื่นเสียหายอย่างเมามัน เน้นมัน เน้นฮา แม้ต้องโกหก
เมื่อพวกหนูเล่นมุขที่ไม่มีบทพิสูจน์ได้จริง เพราะพวกหนูโกหก หนูและพวกก็คงจะต้องได้รับบทเรียนจากการโกหก เพราะการโกหกเป็นสิ่งที่ไม่ดี
พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า บุคคลโกหกได้ทั้งที่รู้อยู่ จักไม่ทำชั่วอื่นที่ยิ่งกว่านั้นเป็นไม่มี
เมื่อมุขโกหกของหนูไปกระทบกับบุคคลและหน่วยงานอื่น ที่ทำให้เขาเสียหาย
ก็เป็นสิทธิที่เขาจะต้องออกมาปกป้องตัวเขาตามบทบัญญัติของกฎหมายที่อนุญาตไว้
หากหนูไม่อยากถูกลงโทษ ทีหลังหนูก็อย่าโกหกสิจ๊ะ
และหากจะถามว่าทำไมพวกหนูถึงได้ชอบพูดโกหก
ตอบได้โดยเร็วว่า ก็เพราะพวกหนูมันมืดบอดไงจ๊ะ
มืดบอดเอามากๆ จนแยกแยะไม่ได้ว่าอะไรถูก อะไรผิด
ดังคำโบราณท่านว่าไว้ว่า คนมืดบอดมีมิจฉาทิฏฐิ มักจะเห็นกงจักรกลายเป็นดอกบัว
และที่พวกหนูออกมาโกหกอยู่แทบทุกวันเนี่ย
ใครๆ เขาก็รู้ว่าหนูอยากช่วยพระเดชพระคุณหลงป้ออลัชชีของหนู
ถามว่าผิดไหม ตอบว่าไม่ผิดหรอกหนู
เพราะควายย่อมเดินตามฝูงควาย ลูกราชสีห์ย่อมเดินตามพญาราชสีห์
เอาเป็นว่าถ้าพรุ่งนี้หนูไปดีเอสไอทวงถามให้เร่งรัดคดีกบฏของพุทธะอิสระ
ก็อย่าลืมช่วยทวงถามเร่งรัดคดีสั่งเผาบ้านเผาเมืองด้วยนะจ๊ะหนู เพราะปู่ก็เห็นว่ามันนานเป็นสิบปีแล้ว ทำไมยังไม่คืบหน้าเลย
เคไหมจ๊ะหนู อย่าร้องไห้นะ เอาไว้เจอกันในศาลนะจ๊ะ
พุทธะอิสระ



