ไอ้หวังตายแน่ ตายแน่ไอ้หวัง
๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๙
———————————————-
ดีเอสไอ’ไฟเขียวฟ้อง ‘ธัมมชโย’ สมคบฟอกเงิน
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันที่ 14 มิถุนายน 2559, 05:30
‘ดีเอสไอ’ไฟเขียวฟ้อง ‘ธัมมชโย’ สมคบฟอกเงิน
“อธิบดีดีเอสไอ” เซ็นอนุมัติฟ้อง “ธัมมชโย” กับพวกสมคบฟอกเงิน-ร่วมรับของโจร พร้อมส่งสำนวนให้อัยการแล้ว ย้ำเร่งรัดคดีคู่กับจัดการทางวินัยสงฆ์
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า วานนี้ (13 มิ.ย.) ตนได้เซ็นอนุมัติความเห็นสั่งฟ้องคดีสมคบฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร จากการยักยอกฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จากเช็คสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น วงเงินกว่า 1,400 ล้านบาท พร้อมมอบหมายให้พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร ส่งสำนวนพร้อมหลักฐานให้อัยการคดีพิเศษพิจารณามีคำสั่งต่อไป ทั้งนี้การเร่งรัดสรุปสำนวนเป็น 1 ใน 5 มาตรการที่ดีเอสไอกำหนดกรอบการทำงานไว้อยู่แล้ว ส่วนขั้นตอนการดำเนินการทางสงฆ์ผ่านการเจรจาของเจ้าคณะปกครองทางสงฆ์ก็ดำเนินการแยกส่วนไป
หลังจากนี้มีช่วงเวลาการพิจารณาในชั้นอัยการ หากอัยการมีคำสั่งส่งฟ้องคดีต่อศาลจะต้องนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คนส่งฟ้องต่อศาลได้แก่ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ถูกควบคุมตัวในเรือนจำ น.ส. ศรันยา มานหมัด อดีตเจ้าหน้าที่การเงิน สหกรณ์ นางทองพิณ กันล้อม อดีตรองประธานสหกรณ์ ซึ่งดีเอสไอได้แจ้งข้อกล่าวหาแล้ว อีก 2 คน คือ พระธัมมชโย มีหมายจับของศาลอาญา และ น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์หลบหนีไปต่างประเทศแล้ว อย่างไรก็ตาม วันนี้ (14 มิ.ย.) ดีเอสไอจะประชุมร่วมกับอัยการ ในเวลา 10.00 น. และจะแถลงข่าวก่อนชุดเจรจาจะเดินทางไปพบเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี
ด้านพ.ต.ท. สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ หัวหน้าชุดเจรจาทางเจ้าคณะปกครองสงฆ์ กล่าวว่า แม้จะมีการสรุปความเห็นส่งอัยการแล้ว แต่ดีเอสไอจะยังเจรจาเพื่อให้ได้ตัวพระธัมมชโยเข้าสู่ขั้นตอน ดังนั้นวันนี้ (14 มิ.ย.) เวลา 14.00 น. ดีเอสไอจะไปพบเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ซึ่งประสานกับพระธัมมชโยตามนัดหมายเดิม เพื่อแจ้งขั้นตอนและหาทางออกร่วมกันต่อไป
[ที่มา : กรุงเทพธุรกิจhttps://www.bangkokbiznews.com/news/detail/702394]
———————————————-
พวกเราดีใจ ที่ดีเอสไอ และอัยการ ไม่ถูกเผ่าอลัชชีเป่าหู ปั่นหัว ให้วนมึนอยู่ในกลเกมส์ของเขา
คงได้เวลารบเสียที
เจรจามาหลายยกแล้ว
ขืนเอาแต่เจรจา ปล่อยให้ผู้ต้องหาต่อรอง ดึงเกมส์ บิดพลิ้วไปเรื่อยๆ เดี๋ยวดีเอสไอ และอัยการ จะเสียศูนย์เอา
โดยเฉพาะ ศูนย์ความเชื่อมั่นของประชาชน ในการบังคับใช้กฎหมาย
ดีเอสไอ และอัยการ ต้องคำนึงถึง ประโยคที่ว่า “ความล่าช้า คือความอยุติธรรม”
พวกเราเชื่อว่า ดีเอสไอ ไม่ได้ทำงานอยู่บนพื้นฐานของอารมณ์ และความรู้สึก
แต่ต้องทำงานอยู่บนพื้นฐาน ของตัวบทกฎหมาย
กฎหมายเขียนไว้อย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น
ฝ่ายผู้ต้องหา จะได้ไม่มาอ้างได้ว่า เจ้าหน้าที่ไม่ยุติธรรม
ช่วงเวลาที่ผ่านมาผู้ต้องหา สร้างเงื่อนไข เรียกร้อง ต่อรองสารพัด ถือว่านานเกินไปแล้ว
เกินขีด ที่ผู้ต้องหาทั่วไปควรจะได้โอกาส และได้สิทธิแล้ว
พวกเรา จึงเห็นด้วย ที่ดีเอสไอ จะรวบรวมหลักฐาน แล้วส่งอัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหา ที่หนีหมายศาลและพวก ได้แล้ว
ส่วนศาลจะรับฟ้องหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจ ที่ศาลจะพิจารณา
ในพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหา และพยานหลักฐาน ว่าจะมีน้ำหนักพอให้ศาลพิจารณาสั่งฟ้องได้หรือไม่
อันนี้คงต้องอยู่ที่ฝีมือและความเชี่ยวชาญเฉพาะที่เกิดจากประสบการณ์ตรงของเจ้าหน้าที่ผู้รวบรวมหลักฐาน และเขียนสำนวนฟ้องแล้ว
ถึงยังไง พวกเราก็ขอเอาใจช่วย
ส่วนเรื่องศาลสงฆ์ เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเป็นนักบวชในพุทธศาสนา หากดีเอสไอ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นพนักงานสืบสวนและสอบสวน จนได้หลักฐานชี้มูลความผิด ของผู้ถูกกล่าวหาสมบูรณ์แล้ว
ถ้าสามารถนำหลักฐานการกระทำความผิด ยื่นฟ้องต่อศาลสงฆ์ได้จริง
ถือว่า เป็นบุญของพระธรรมวินัยและพุทธบริษัท ที่รัฐกำลังทำหน้าที่ได้ปกป้องคุ้มครองพระธรรมวินัยได้อย่างแท้จริง
ขออนุโมทนาด้วย หากทำได้จริง
พุทธะอิสระ




