ดู ดู๊ ดู ดู มันคิด

0
113

ดู ดู๊ ดู ดู มันคิด
๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙
210559-บทความ-ดู-ดู๊-ดู-ดู-มันคิด
หลังจากที่ฉันได้นำอริยสัจจ์ ๔ มาแสดงโดยสรุป
ได้มีบรรดาสาวกอลัชชีเข้ามาโพสด่า หนึ่งในหลายคนที่เข้ามาโพสด่า
มีผู้นี้ที่โพสด่าพระพุทธธรรมอย่างน่าสมเพชมาก
————————————–
Chanut Kunchayangkul แม้จะยกพระไตรปิฏกมาทั้งหมด มันก็ไม่ได้บอกว่าคนจะเป็นอย่างไร คนเรามันจะดูได้ง่ายจากการกระทำ ตราบใดศีลก็ยังไม่ครบ จะพ่นอะไรออกมามันก็เสมือนผายลม นอกจากไม่มีประโยชน์ ยังรู้สึกน่าสะอิดสะเอียน บ่งบอกที่มาว่าสกปรก คนที่ไม่เข้าใจคำสอนหลวงพ่อธัมมชโยกรุณาเข้าไปฟังdmc,tvเอง หากต้องการรู้จริงๆฟัง7วันนะแล้วจะเข้าใจเอง
————————————–
ฉันไม่แปลกใจหรอกที่คุณพูดมา
เพราะคุณไม่ได้เคารพศรัทธา เทิดทูนบูชาพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า จึงจาบจ้วงดูถูกพระธรรมได้ขนาดนี้
พวกคุณมันไม่ใช่พุทธบริษัทของพระพุทธศาสนานี้ด้วยซ้ำ
คุณถึงเห็นว่าพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าจากพระไตรปิฎกเป็นเรื่องผายลม ไม่มีประโยชน์ สะอิดสะเอียน สกปรก
สู้คำสอนของไอ้อลัชชีปาราชิก ที่ต้องคดีฟอกเงิน ยักยอกทรัพย์รับของโจรไม่ได้
แม้คุณบอกว่าพุทธะอิสระศีลยังไม่ครบ แต่ก็ไม่เคยถูกพระสังฆราชองค์ไหนโจทด้วยอาบัติปาราชิกนะจ๊ะ
แม้พุทธะอิสระศีลยังไม่ครบ แต่ก็ไม่เคยต้องคดียักยอก ฉ้อโกง รับของโจร ฟอกเงิน นะจ๊ะ
แม้พุทธะอิสระศีลยังไม่ครบ แต่ก็ไม่เคยแหกตา ล่อหลอกเอาเงินชาวบ้านจนหมดตัวนะจ๊ะ
แม้พุทธะอิสระศีลยังไม่ครบ ก็ไม่เคยจ้างนักบวชมาเดินธุดงค์อีเว้นท์ บังคับเด็กนักเรียนมานั่งตากแดด โรยดอกดาวรวยนะจ๊ะ
แม้พุทธะอิสระศีลยังไม่ครบ เพราะขัดขวางการเลือกตั้ง เป็นแกนนำเวที ก็เพราะต้องการมากำจัดอลัชชีชั่วอย่างเจ้าลัทธิต้นธาตุต้นธรรมของคุณอยู่นี่ไงล่ะจ๊ะ
ถ้าวันนั้นพุทธะอิสระรักตัวกลัวศีลขาด
วันนี้อลัชชีตัวพ่อของคุณคงไม่ต้องมาทุกข์ทรมาน ทุรนทุรายตะกายหาทางรอดอยู่ขณะนี้ไงล่ะจ๊ะ
นี่เป็นผลงานของพุทธะอิสระที่ไม่รักตัวกลัวศีลขาดล้วนๆ เลยนะจ๊ะ
แม้พุทธะอิสระศีลยังไม่ครบ แต่ก็ไปพบเจ้าหน้าที่หรือพนักงานสอบสวนทุกครั้งที่เขานัดให้ปากคำ
แม้พุทธะอิสระศีลจะยังไม่ครบ แต่ก็ไม่เคยแหกตาทำมายา สร้างเรื่องเจ็บป่วย ไม่ว่าง ติดภารกิจ ไม่ยอมไปพบดีเอสไอ สร้างเรื่องบ่ายเบี่ยงกระทั่งทำใบรับรองแพทย์ปลอมก็ทำ
ทำตัวเป็นผู้มีอภิสิทธิ์ชนอยู่เหนือกฎหมายอย่างเจ้าลัทธิอลัชชีของคุณ ถึงขนาดไม่ยอมรับอำนาจศาล จะไปพึ่งโอบามา ล่ารายชื่อเพื่อขอลี้ภัยไปอยู่สหรัฐฯ
เพราะพุทธะอิสระรู้ตัวว่าตนเองอาจมีข้อน่ารังเกียจต่อพระธรรมวินัย จึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ โจทตนเองกับสำนักพุทธเพื่อให้ส่งเรื่องให้มหาเถรสมาคมดำเนินการสอบ
แต่จนวันนี้ ยังไม่เห็นมหาเถรทำอะไรเลย แล้วอลัชชีของคุณล่ะ เคยทำเช่นนี้บ้างหรือเปล่า หรือเก่งแต่จะหลบๆ แอบๆ อยู่หลังสาวก ไหนคุยนักคุยหนาว่าเกิดมาเพื่อปราบไง พอจะถูกปราบเลยกลัวจนขี้ขึ้นสมองหละซิ
วันที่ ๑๗ พ.ค. ที่ผ่านมา อัยการนัดสอบปากคำ พุทธะอิสระก็ต้องไป เพราะรู้ดีว่าเราผิดนะจ๊ะ ไม่อย่างหนาหน้าด้านเหมือนอลัชชีตัวพ่อของคุณดอกนะจ๊ะ
และเพราะพุทธะอิสระรู้ตัวอยู่เสมอว่ายังไม่ใช่นักบวชที่ดีนัก จึงต้องพยายามดำรงรักษาเอาไว้ซึ่งความบริสุทธิ์บริบูรณ์ของพระธรรมวินัย ไม่ปล่อยให้อลัชชีตัวพ่อของคุณมาย่ำยีได้อีกต่อไปนะจ๊ะ
ด้วยเพราะพระดีๆ มีศีลครบเขาคงไม่กล้า รักตัวกลัวศีลขาด อลัชชีตัวพ่อของคุณมันถึงได้เหิมเกริมสร้างเครือข่ายจนยิ่งใหญ่ ครอบงำสังฆมณฑลและมอมเมาสังคมอยู่ในทุกวันนี้ไงล่ะจ๊ะ
ถึงต้องใช้พระที่ศีลยังไม่ครบอย่างพุทธะอิสระนี่แหละ จึงจะกระชากหน้ากากลวงโลกของลัทธิอลัชชีตัวนี้ได้ไงล่ะจ๊ะ
อ้อ… ไหนๆ คุณก็พยายามติดตามบทความของฉันด้วยความสนใจ
ฉันจึงขอนำเอาสาระสำคัญของพระพุทธธรรมคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้ามาถ่ายทอดให้ได้รู้ เผื่อจะได้หูตาสว่าง เข้าใจถึงความสำคัญของพระธรรมวินัยนี้ว่า
————————————–
อรรถกถา ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ เอกนิบาต
ปฐมวรรค โลภสูตร ประวัตินางขุชชุตตรา
ได้ทราบว่า นับจากนี้ไปในตอนท้ายแสนกัป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ ได้เสด็จอุบัติขึ้นในโลก ทรงประกาศพระธรรมจักรอันประเสริฐ แล้วประทับอยู่ในเมืองหงสาวดี.
อยู่มาวันหนึ่ง กุลธิดานางหนึ่งในเมืองหงสาวดี ได้ไปยังอารามพร้อมกับอุบาสิกา ซึ่งกำลังไปเพื่อฟังเทศนาของพระศาสดา เห็นพระศาสดาทรงแต่งตั้งอุบาสิกาคนหนึ่งไว้ในเอตทัคคะ (ตำแหน่งที่เลิศกว่า) อุบาสิกาทั้งหลายผู้เป็นพหูสูต จึงทำบุญแล้วปรารถนาฐานันดรนั้น.
ฝ่ายพระศาสดาก็ทรงพยากรณ์อุบาสิกานั้นว่า ในอนาคตกาล นางจักได้เป็นอุบาสิกา ผู้เป็นสาวิกาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม จักเป็นผู้เลิศในบรรดาอุบาสิกาผู้เป็นพหูสูตด้วยกัน. นางทำกุศลจนตลอดชีวิตแล้ว ก็ไปบังเกิดในเทวโลก (จุติจากเทวโลกแล้ว) ก็มาบังเกิดในหมู่มนุษย์อีก เมื่อนางท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลก และมนุษยโลกอย่างนี้แล ล่วงไปได้หนึ่งแสนกัป ครั้นแล้วในภัททกัปนี้ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลาย นางก็ได้จุติจากเทวโลกมาถือปฏิสนธิ ในท้องหญิงพี่เลี้ยงในเรือนของโฆสิตเศรษฐี.
ชนทั้งหลายได้ตั้งชื่อให้นางว่า อุตตรา ในเวลาที่เกิดมาแล้ว นางได้กลายเป็นหญิงค่อม เพราะเหตุนั้น จึงปรากฏชื่อว่า ขุชชุตตรา ต่อมาในเวลาที่โฆสิตเศรษฐีถวายนางสามาวดีแก่พระเจ้าอุเทน นางขุชชุตตรานั้นก็ถูกยกให้ไปเป็นนางปริจาริกา ของนางสามาวดีนั้น (และ) อยู่ภายในราชสำนักของพระเจ้าอุเทน.
ก็สมัยนั้น โฆสิตเศรษฐี กุกกุฏเศรษฐี และปาวาริกเศรษฐี ในเมืองโกสัมพี ได้พากันสร้างวิหาร ๓ แห่ง อุทิศพระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อพระตถาคตเจ้าเสด็จจาริกไปในชนบท ถึงพระนครโกสัมพี ก็ได้มอบถวายวิหารแด่พระสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข แล้วพากันบำเพ็ญมหาทาน. ประมาณเดือนหนึ่งผ่านพ้นไป.
ครั้งนั้น เศรษฐีเหล่านั้นได้มีความคิด ดังนี้ว่า ธรรมดาพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงอนุเคราะห์โลกทั้งหมด พวกเราจักให้โอกาสแก่คนอื่นบ้าง แม้คนที่อยู่ในตัวเมืองโกสัมพี ก็ได้เปิดโอกาสให้แก่ประชาชนทั่วไป ตั้งแต่นั้นมา พวกชาวเมืองก็พากันถวายมหาทาน โดยรวมคนในถนน (เดียวกัน) บ้าง โดยรวมกันเป็นคณะบ้าง.
อยู่มาวันหนึ่ง พระศาสดาอันภิกษุสงฆ์แวดล้อมแล้ว ประทับนั่งในเรือนของนายมาลาการผู้เป็นหัวหน้า. ขณะนั้น นางขุชชุตตราได้รับทรัพย์ ๘ กหาปณะ แล้วไปยังเรือนนั้นเพื่อซื้อดอกไม้ไปให้นางสามาวดี นายมาลาการผู้เป็นหัวหน้าเห็นนางแล้วก็กล่าวว่า แม่อุตตรา วันนี้ (ฉัน) ไม่มีเวลาที่จะให้ดอกไม้แก่เธอ ฉันกำลังอังคาสภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข แม้เธอก็จงเป็นสหายในการเลี้ยงดูเถิด เมื่อทำอย่างนี้แล้ว เธอก็จักพ้นไปจากการทำการรับใช้บุคคลอื่น (เสียที). ครั้งนั้น นางขุชชุตตราก็ได้ทำการรับใช้พระพุทธเจ้าทั้งหลายในโรงครัว. นางได้เรียนธรรมทั้งหมดที่พระศาสดาตรัสแล้วด้วยอำนาจเป็นอุปนิสินนกถา ต่อมาได้ฟังอนุโมทนาแล้วได้บรรลุโสดาปัตติผล.
ในวันอื่นๆ นางให้ ๔ กหาปณะเท่านั้น แล้วรับเอาดอกไม้ไป. แต่ในวันนั้น เพราะได้เห็นสัจจะ นางไม่ยังจิตให้เกิดในสิ่งของของบุคคลอื่นให้หมดทั้ง ๘ กหาปณะ แล้วได้รับเอาดอกไม้ไปยังสำนักของนางสามาวดี.
ลำดับนั้น พระนางสามาวดีนั้นได้ถามนางว่า แม่อุตตรา ในวันอื่นๆ เธอนำดอกไม้มาให้ไม่มาก แต่วันนี้นำมาให้มาก พระราชาของเราทั้งหลายทรงเลื่อมใสมากขึ้นหรือ? นางได้ทูลเรื่องทั้งหมดไม่ปกปิดเรื่องที่ตนได้ทำไปแล้ว เพราะไม่สามารถจะกล่าวเท็จได้ และเมื่อนางถูกถามว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไร วันนี้จึงนำดอกไม้มามาก ก็ทูลตอบว่า วันนี้ หม่อมฉันได้ฟังธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วได้ทำให้แจ้งซึ่งอมตะ เพราะเหตุนั้น หม่อมฉันจึงลวงพระองค์ท่านไม่ได้.
พระนางสามาวดีทรงสดับคำนั้นแล้ว ก็มิได้ทรงขู่ตะคอกว่า เฮ้ยนางทาสีผู้ชั่วร้าย แกจงคืนกหาปณะที่แก (ยักยอก) เอาไปตลอดเวลาเท่านี้มา (พระนาง) อันบุรพเหตุตักเตือน ได้ตรัสว่า แม่ *ขอแม่จงให้พวกเราได้ดื่มน้ำอมฤตที่แม่ได้ดื่มแล้วบ้างเถิด.* เมื่อนางขุชชุตตราทูลว่า ถ้าอย่างนั้น จงทรงพระกรุณาให้หม่อมฉันอาบน้ำ (ก่อน) ก็ทรงให้นางอาบน้ำด้วยน้ำหอม ๑๖ หม้อ แล้วรับสั่งให้ประทานผ้าเนื้อเกลี้ยง ๒ ผืน.
นางขุชชุตตรานั้นนุ่งผืนหนึ่ง อีกผืนหนึ่งเอาห่มเฉวียงบ่าแล้ว *ปูลาดอาสนะนั่งบนอาสนะถือพัดอันวิจิตร* ร้องทักมาตุคามทั้ง ๕๐๐ นางซึ่งนั่งอยู่บนอาสนะที่ต่ำกว่า ดำรงอยู่ในเสกขปฏิสัมภิทา แสดงธรรมแก่หญิงเหล่านั้น ตามนิยามที่พระศาสดาทรงแสดงแล้วนั่นแล.
เวลาจบเทศนา หญิงทั้งหลายนั้นได้บรรลุโสดาปัตติผล หญิงทั้งหมดนั้นไหว้นางขุชชุตตราพลางกล่าวว่า ข้าแต่แม่เจ้า ตั้งแต่วันนี้ไป ขอแม่เจ้าอย่าได้ทำงานอันต่ำต้อยอีกต่อไปเลย ขอแม่เจ้าจงดำรงอยู่ในฐานะเป็นมารดา ในฐานะเป็นอาจารย์ของเราทั้งหลายเถิด ดังนี้แล้วได้ตั้ง (นาง) ไว้ในฐานะเป็นที่เคารพ.
————————————–
แม้จะเป็นแค่ทาสในเรือน หากกล่าวธรรมมีวาจาสุภาษิต พระนางสามาวดี พระมเหสีของพระเจ้าอุเทน ผู้เป็นเจ้านายของทาสหญิง ชื่อนางขุชชุตตราผู้รู้พระพุทธธรรมคำสั่งสอน ขึ้นนั่งบนพระแท่นทรงประทับเพื่อแสดงพระพุทธธรรมให้พระนางฟัง
ส่วนพระนางสามาวดีนั่งในอาสนะที่ต่ำ กระทำอัญชลีสดับพระธรรมนั้นด้วยความเคารพนอบน้อม
ธรรมเนียมปฏิบัติในพระธรรมวินัยนี้เขาจะแสดงความเคารพต่อผู้แสดงพระธรรม ไม่ใช่ลัทธิเดียรถีย์อย่างพวกคุณ ที่เคารพแต่อลัชชีเจ้าลัทธิมากกว่าพระธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้า
แต่จะว่าคุณก็ไม่ได้นะ เพราะพวกคุณมันไม่ใช่พุทธ
อ้อระวังตกนรกนะ ที่ดูหมิ่นเหยียดหยามพระธรรม ปากจะเน่า เน่ามาจากข้างใน ทั้งตับ ไต ไส้ พุง หัวใจ อวัยวะทั้งหลายจะเน่าหมด
เน่าเหมือนกับอลัชชีเจ้าลัทธิที่กำลังเน่าเป็นตัวอย่างให้พวกสาวกทาสได้ดูไงล่ะจ๊ะ
เห็นคุยนักคุยหนาว่าเจ้าลัทธิอลัชชีมีฤทธิ์มีเดชเป็นต้นธาตุต้นธรรม
อวตารลงมาเพื่อปราบ
ไงถึงเน่าในได้ล่ะจ๊ะ
ตัดเลย ตัด ตัดให้ขาขาด ฉั๊บๆๆ
เค นะจ๊ะ

พุทธะอิสระ
[ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต]