ว่าจะไม่พูดถึงเถรใบลานเปล่าประสารนี่แล้วนะ
๑ เมษายน ๒๕๕๙
แต่ก็ยังมาข้องแวะวอแว โชว์โง่แก้เกี้ยว พาดพิงโฉบเฉี่ยวฉันอีกจนได้
ไหนๆ เฮียเถรใบลานเปล่าอุตส่าห์ส่งลิ่วล้อออกมาท้าดีเบตแล้ว
เพื่อให้เรื่องมันง่ายขึ้น จะได้ไม่ต้องเหนื่อยกันหลายเวที
พุทธะอิสระขอท้าคนที่มียศเป็นเจ้าคุณ นามว่า “ประสาร จนฺทสาโร” รองเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พุทธะอิสระขอท้าดีเบตออกสื่อสาธารณะ
จะยินยอมนำเอาหลักฐานคดีพระลิขิตมาเปิดเผยให้สังคมได้รับรู้ก่อนที่คดีจะถึงที่สุด
โดยใช้กติกาเดิมที่กำหนดดีเบตกับนายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์
ส่วนที่ขอมาว่าจะดีเบตทั้ง ๔ ประเด็น คือ
๑. ประเด็นพระลิขิต
๒. ประเด็นสังฆราช
๓. ประเด็นปฏิรูปคณะสงฆ์
๔. ประเด็นการเบิกเงินประจำตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช
คงเป็นไปไม่ได้ เพราะคดีทุจริตเงินงบประมาณยังอยู่ในชั้นสืบสวนสอบสวน
แม้จะรู้สึกผิดที่นำเอาหลักฐานสำคัญมาเปิดเผยทั้งที่ยังไม่มีคำพิพากษา แต่ฉันมั่นใจในหลักฐานที่มี
อีกทั้งในประเด็นพระลิขิต ดีเอสไอได้สรุปสำนวนส่งฟ้อง ป.ป.ช. แล้วจึงสามารถนำมาเปิดเผยได้
ซึ่งถ้าแลกกับการกระชากจีวรออกจากคนไม่แยกแยะดีชั่วก็น่าจะคุ้ม
กล้าไหมเฮียประสาร หากเฮียพูดผิดธรรม ผิดวินัย
เฮียต้องถอดจีวรนอนคุก
พุทธะอิสระ หากพูดผิดธรรม ผิดวินัย
ก็พร้อมจะถอดจีวรนอนคุก
ไหนๆ พวกเฮียกล้าท้ามาแล้ว ก็จัดให้สุดๆ กันไปเลย
พุทธะอิสระ
…………………………………………….
เฟสบุ๊คพระเมธีธรรมาจารย์ – เจ้าคุณประสาร
อย่าหลบเลี่ยง
ผศ.ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) ซึ่งทำงานเพื่อพิทักษ์ปกป้องพระพุทธศาสนา เคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกันตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน
ได้ยื่นข้อเสนอสำคัญผ่านสื่อมวลชนไปถึง นายไพบูลย์ นิติตะวัน และ พระสุวิทย์ธีรธมฺโม วัดอ้อน้อย จังหวัดนครปฐม สาระสำคัญของการสื่อสารในครั้งนี้ด้วยเหตุผลว่า ท่านทั้งสองพูดจาวนเวียน ซ้ำซาก จำเจ ในเรื่องเดิมๆ คือ
1.พระลิขิตสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19
2.การเสนอรายนามสมเด็จพระราชาคณะเพื่อทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20
3.การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา
4.งบประมาณถวายในกิจการสมเด็จพระสังฆราช
เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา เห็นว่า การที่พระหนึ่งรูปโยมหนึ่งคน พูดและแสดงออกในปัจจุบันนี้ค่อนข้างคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงมากและมีการจาบจ้วงก้าวล่วงต่อคณะสงฆ์และพระเถระผู้ใหญ่อยู่ตลอดเวลา การกระทำแบบนี้อาจจะทำให้สังคมเข้าใจข้อเท็จจริงผิดพลาดได้
ผศ.ดร.เมธาพันธ์ จึงแสดงเจตจำนงชัดเจนว่า ถ้าจะทำให้ 4 ประเด็นหลักนี้ชัดเจน ทำให้คนทั้งประเทศได้เข้าใจ มองเห็นและจับต้องได้ ควรจะมีการแสดงหลักฐานและพูดโต้แย้งกันด้วยเหตุ ด้วยผล และกระทำต่อหน้าซึ่งกันและกัน วิธีแบบนี้เรียกว่าการโต้วาที หรือดีเบตกันนั่นเอง
และเมื่อข่าวนี้ปรากฏแพร่หลายออกไปตามสื่อมวลชน วันนี้ (29 มีนาคม) คุณไพบูลย์ นิติตะวัน ได้ออกมาพูดผ่านสื่อว่า ตัวคุณไพบูลย์ กับ ผศ.ดร.เมธาพันธ์นั้นเป็นมวยคนละรุ่นกัน ไม่คู่ควรจะดีเบต ผู้ที่ควรจะดีเบตกับเขาคือ พระเมธีธรรมาจารย์
ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของมวยคนละรุ่นกันหรอก แต่มันเป็นเรื่องของมวยคนละชั้นมากกว่า คุณไพบูลย์ กับ ดร.เมธาพันธ์ นั้น ทั้งสองเคยไปปะทะฝีปากกันมาแล้วในหลายเวที ปรากฏว่า ทั้งเนื้อหา สาระ ธรรม และความรอบรู้นั้น ผศ.ดร.เมธาพันธ์ น่าจะเหนือกว่ามาก
เรียกว่านี่แหละคือ มวยคนละชั้น
เมื่อถูกถลุงจนแพ้ยับเยินมาหลายสังเวียน การจะดีเบตกันครั้งนี้ จึงทำให้ออกอาการเข็ดขยาด กลัวจะเสียฟอร์มหรือไม่ จึงแกล้งใช้วาทกรรมเพื่อหลบเลี่ยงการดีเบต
แนะนำคุณไพบูลย์ว่า ต้องค่อยๆ ตั้งสติ คำนึงถึงเหตุถึงผล แล้วแข็งใจไปดีเบตกับ ผศ.ดร.เมธาพันธ์ เถิด
พระเมธีธรรมาจารย์ (เจ้าคุณประสาร จนฺทสาโร)
#เจ้าคุณประสาร
29 มีนาคม 2559
(ขอบคุณข้อมูลจาก เฟสบุ๊คเจ้าคุณประสาร และ alittlebuddha.com)