บทความ
มันจะไม่สายไปหรือต๋อย
๒๙ มีนาคม ๒๕๕๙
มติชน วันที่: 28 มี.ค. 59 เวลา: 18:39 น.
นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ) กล่าวภายหลังจากพระพุทธะอิสระประกาศจะนำรายชื่อ 2 แสนชื่อ ยื่นถอดถอนตนออกจากตำแหน่งรองคณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์ มจร และยุบ พศ.ทิ้ง ว่า ตนขอท้าดีเบต 1 ต่อ 2 กับพระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์พระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ใน 4 ประเด็น คือ 1.เรื่องพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่มีพระลิขิตให้พระเทพญาณมหามุนีหรือพระธัมมชโย วัดพระธรรมกาย ปาราชิก 2.เรื่องงบอุดหนุนผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช 3.เรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช และ 4.เรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ทั้งนี้ สาเหตุที่ท้าดีเบต เพราะอยากเคลียร์ทุกประเด็นให้จบ และอยากขอดูหลักฐานเพื่อประกอบเรื่องต่างๆ ที่พระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ออกมาแย้งด้วย
(ขอบคุณข่าวจากมติชน)
https://www.matichon.co.th/news/86844
…………………………………………..……….
เห็นนายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา มาร้องท้าดีเบต ๑ ต่อ ๒ กับพระพุทธะอิสระและนายไพบูลย์ นิติตะวัน
แหม… ทำเป็นปากกล้า ขาสั่น คงจะรู้ล่ะซิว่าเรื่อง
– พระลิขิตโจทก์ธัมมชโยเป็นปาราชิก
– เรื่องงบอุดหนุนผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของกระบวนการยุติธรรมแล้ว
เลยอยากให้นำหลักฐานมาเปิดเผย จะได้เสียรูปคดี
พุทธะอิสระไม่ได้กินหญ้านะเฮีย
ส่วนเรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช และเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา
แต่ขอถามเฮียว่าเฮียมีศีลเท่าไหร่
เฮียจะมาดีเบตกับภิกษุในพระพุทธศาสนาผู้มีศีล ๒๒๗
แล้วเฮียล่ะ มีศีลกี่ข้อ ศีลห้าเฮียยังอยู่ครบไหม
เคยเห็นลีลาตีโวหาร เล่นลิ้นของเฮียตอนคุยกับคุณ ส.ศิวรักษ์ แล้ว ทำให้รู้ว่าเฮียเป็นจอมแถตัวพ่อเหมือนกัน
ไหนๆ เฮียลงทุนทำปากกล้าขาสั่น ท้าดีเบตมาทั้งที
พุทธะอิสระ พญาราชสีห์แห่งเวทีแจ้งวัฒนะ ถูกท้าได้ที่ไหน
ทั้งที่จริงแล้วคนที่ควรจะมาดีเบตคือเฮียประสารและมหาโชว์
แต่พอพุทธะอิสระท้าไป กลับป๊อด ทำปากกล้าออกมาอ้างว่ากลัวจะเสียหาย
มาวันนี้ ดันส่งอดีตมหาเก่าที่มีดีกรีเป็นรองคณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์มาท้า
เอางี้แล้วกันเฮีย หากกระสันอยากเทียบรุ่น
เพื่อไม่ให้เป็นการได้เปรียบ เสียเปรียบ แก่กันและกัน
เอาพระไตรปิฎกมาวาง แล้วมาดีเบตกันในประเด็นสังฆราชและปฏิรูปคณะสงฆ์
เชิญผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภาและฝ่ายตุลาการผู้เป็นกลาง รอบรู้พระธรรมวินัยมาเป็นประธาน
ทำหน้าที่ดูว่าใครพูดตรงต่อคำสอนตามหลักธรรมวินัยหรือไม่
ให้ท่านทั้งสองหน่วยงานเป็นประธานพิจารณา
โดยรัฐบาลเป็นผู้จัดงาน
หากฝ่ายไหนพูดตอบไม่ตรงต่อพระธรรมวินัย ต้องรับผิดชอบ
ถ้าพุทธะอิสระพูดบิดเบือน แถกแถ ไม่ตรงต่อพระธรรมวินัย
พุทธะอิสระก็ยินดีจะหยุดต่อต้านการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช และหากประธานชี้มูลว่าพุทธะอิสระพูดบิดเบือน ไม่ตรงต่อเจตจำนงของพระธรรมวินัย
พุทธะอิสระยินดีจะสึกจากความเป็นพระภิกษุ ถือศีล ๘ ตลอดชีวิต
แต่หากนายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ พูดบิดเบือน ไม่ตรงต่อเจตจำนงและอุดมการณ์ของพระธรรมวินัย
นายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ จะต้องรับผิดชอบโดยลาออกจากการเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยทั้ง ๒ แห่ง
และห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการศึกษาของชาติในทุกกรณี
ที่ต้องทำเช่นนี้ เพราะขืนปล่อยให้คนที่มีมิจฉาทิฏฐิ ผู้เห็นผิดจากทำนองคลองธรรม เข้าไปสั่งสอนให้ความรู้แก่คนในชาติ อาจจะกลายเป็นการไปเสี้ยมสอนให้ผู้เรียนติดเชื้อมิจฉาทิฏฐิมากขึ้น
เมื่อคุณท้ามา พุทธะอิสระก็สนองให้ แต่ต้องเซ็นสัญญาปฏิบัติตามกติกาและข้อตกลงที่กำหนด รวมทั้งใช้สถานที่ที่เป็นกลาง ถ่ายทอดสดให้สังคมรับรู้ ดีเบตกันแบบแฟร์ๆ ทำความจริงให้ปรากฏชัดเจน ใครดีใครอยู่ ใครชั่วเตรียมตัวไป บ้านเมืองจะได้ไม่วุ่นวาย พระสงฆ์จักได้ปลอดภัยจากพวกอลัชชีเสียที
หากใครผิดสัญญา ให้นำหนังสือสัญญานั้นไปแจ้งความร้องทุกข์หรือฟ้องร้องทั้งแพ่งและอาญา ฐานหลอกลวงที่ทำให้เกิดความเสียหาย
กล้าไหมเฮีย
พุทธะอิสระ