บทความ
แหม…แหม นี่ถึงขนาดออกมารุมกัดรุมทึ้งกันเลยเชียวหรือ
๒๗ มีนาคม ๒๕๕๙
………………………………….………………..
ข่าวสดรายวัน ฉบับที่ 9249
วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 25
เมื่อวันที่ 24 มี.ค. นายเมธาพันธ์ โพธิ ธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา(สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ.ร่วมกับศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย(ศพศ) จัดประชุมกับภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธทุกเครือข่ายทั่วโลก โดยใช้ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์หารือกับองค์กรสมัชชาสงฆ์ไทยในอเมริกา องค์กรพระ ธรรมทูตไทยในยุโรป และองค์กรอื่นๆ ที่อยู่ต่างประเทศอีก 4 องค์กร เพื่อหารือแนวทางในการเคลื่อนไหว หลังจากที่พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จันทสาโร) เลขาธิการ ศพศ ในฐานะแกนนำเครือข่ายชาวพุทธฯ ประกาศยุติการเคลื่อนไหวตามคำขอร้องของรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลเดินหน้ากระบวนการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช แต่ปรากฏว่ารัฐบาลไม่ดำเนินการตามคำพูด ดังนั้น ภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธจึงได้หารือกันและสรุปได้ 3 ประเด็นหลักๆ ดังนี้ 1.ในขณะที่พระเมธี ธรรมาจารย์ ประกาศยุติการเคลื่อนไหวเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องสถาปนาสมเด็จ พระสังฆราช แต่ดูเหมือนรัฐบาลไม่ดำเนินการใดๆ แล้วยังปล่อยให้พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ออกมาจาบจ้วงสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ที่ประชุมจึงมติให้ พระเมธีธรรมาจารย์ กลับมาเป็นแกนนำภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธอีกครั้ง
นายเมธาพันธ์กล่าวต่อว่า 2.ที่ประชุมได้ทบทวนเหตุการณ์ที่ พล.อ.ไพบูลย์ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีรถโบราณ ที่สมเด็จ พระมหารัชมังคลาจารย์เป็นผู้ครอบครอง แต่ดูเหมือนว่าคำที่ให้สัมภาษณ์มีวาระซ่อนเร้นและใช้คำพูดกิริยาที่จาบจ้วงสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ และยังลงมาดูคดีดังกล่าวด้วยตนเอง ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติว่าจะนำรายชื่อที่รวบรวมมาทั้งหมดกว่า 60,000 รายชื่อ นำไปยื่นกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จำนวน 20,000 รายชื่อ เพื่อเสนอให้ปลดจากตำแหน่งหรือย้ายพล.อ.ไพบูลย์ โดยจะนำรายชื่อไปยื่นช่วงต้นเดือนเม.ย.นี้
และ 3.กรณีที่พระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ท้าทายคณะสงฆ์ให้คณะสงฆ์แจ้งความดำเนินคดีกับท่าน ที่ประชุมมติเรื่องดังกล่าวว่า จะสนองตอบโดยการให้คณะสงฆ์ทั่วประเทศแจ้งความทุกสถานีตำรวจภูธรทั่วประเทศใน 2 ข้อหาคือ ละเมิดพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2535 มาตรา 44 ทวิ ที่บัญญัติว่า ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายสมเด็จพระสังฆราช ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 44 ตรี ที่บัญญัติว่า ผู้ใดใส่ความคณะสงฆ์หรือคณะสงฆ์อื่นอันก่อให้เกิดความเสื่อมเสียหรือความแตกแยก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(ขอบคุณข่าวจากข่าวสด)
https://daily.khaosod.co.th/view_news.php…
………………………………….………………..
แต่ก็น่ายินดีที่แกนนำ นปช. รุ่น ๒ อย่างนายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ ถึงกับโผล่ออกมาแสดงตนเป็นหัวหอกในศึกครั้งนี้อย่างเด่นชัด
ดูท่าศึกครั้งนี้น่าจะเป็นศึกครั้งสุดท้ายของลัทธิกินรวบประเทศไทยแล้วกระมัง
เมื่อพวกลัทธิกินรวบประเทศไทยโดนต้อนจนถึงทางตัน เลยหันมาแว้งกัดบ้างเพื่อหวังพลิกสถานการณ์
พี่น้องประชาชนคนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และ กปปส. ทุกคนก็เตรียมตัวให้พร้อม ทั้งรายชื่อและตัวบุคคล
หากพวกลัทธิกินรวบประเทศไทยออกมาข่มขู่คุกคามรัฐบาลเมื่อไหร่
พวกเราก็พร้อมจะเป็นแรงหนุนให้กับรัฐบาลหากเขาเหลือบ่ากว่าแรง
เมื่อใดพวกลัทธิกินรวบประเทศไทยนำรายชื่อไปยื่นถอดถอน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม และผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา
พวกเราก็จะนำ ๒ แสนรายชื่อไปยื่นถอดถอนนายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ รองคณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และยุบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทิ้งเสีย
ส่วนพวกลัทธิกินรวบประเทศไทย จะให้ภิกษุสงฆ์ทั่วประเทศไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษแก่พุทธะอิสระใน ๒ ข้อกล่าวหา คือ
๑. ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระสังฆราช
๒. และใส่ความคณะสงฆ์
พุทธะอิสระพอเข้าใจได้นะว่านี่คือการแจ้งความแก้เกี้ยวในกรณีที่พุทธะอิสระไปยื่นหนังสือ สตง. ให้ตรวจสอบการอนุมัติเบิกจ่ายเงินอุดหนุนกิจกรรมศาสนกิจของสมเด็จพระสังฆราชปีละ ๒๓ ล้าน ที่มีการเบิกจ่ายโดยมิชอบ
และเงินงบประมาณของสำนักพุทธ มหาเถรสมาคม ปีละกว่า ๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่มีการทุจริต
รวมทั้งเงินอุดหนุนมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง ๒ แห่ง รวมปีละกว่า ๒,๖๐๐ ล้านบาท ที่มีการเบิกจ่ายอย่างผิดระเบียบ
การไปยื่นหนังสือให้ตรวจสอบการทุจริตครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการนำไฟไปแหย่รังแตน
แตนย่อมรักตัวกลัวตาย ออกมาอาละวาดรุมต่อยผู้เผารัง
พุทธะอิสระได้เตรียมใจพร้อมรับสถานการณ์เอาไว้แล้ว
ส่วนข้อกล่าวหาว่าพุทธะอิสระดูหมิ่นอาฆาตมาดร้ายต่อพระสังฆราช
ขอโทษ ถามหน่อยว่าพระสังฆราชองค์ไหนหรือ ?
หากเป็นสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก พระผู้บริสุทธิ์ บริบูรณ์ ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา
พุทธะอิสระ มิหาญกล้าแม้แต่จะคิดดูหมิ่น
ซึ่งพระองค์ได้ทรงทิวงคตไปแล้ว
ยังไม่มีการสถาปนาโปรดเกล้าแต่งตั้งใครเป็นพระสังฆราช
ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยยังไม่มีพระสังฆราช
จะมากล่าวหาว่าพุทธะอิสระดูหมิ่นพระสังฆราชได้อย่างไร
หรือพวกลัทธิกินรวบประเทศไทยได้สถาปนาพระสังฆราชของตนเองเรียบร้อยแล้ว
มักใหญ่ใฝ่สูงกันขนาดบังอาจละเมิดพระราชอำนาจเชียวหรือ
ส่วนข้อกล่าวหาว่าพุทธะอิสระใส่ความคณะสงฆ์
ขอถามว่าสมเด็จช่วงเป็นพระสงฆ์ หรือ ธัมมชโยเป็นพระสงฆ์ หรือมหาโชว์ หรือเฮียประสาร เป็นสงฆ์หรือ
ช่วยบอกให้สังคมรับรู้หน่อยว่า ที่พวกลัทธิกินรวบประเทศไทยกล่าวหาว่าพุทธะอิสระใส่ความพระสงฆ์นั่นน่ะคือใคร
เพราะจำได้ว่า คำว่าพระสงฆ์ หมายถึง ภิกษุรวมกันตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป
หรือถ้าภิกษุนั้นบรรลุอริยธรรม เป็นพระอริยบุคคล แม้เพียงรูปเดียวก็เป็นพระสงฆ์ได้
เอาเป็นว่า เมื่อกล้าที่จะแจ้งความ ก็ต้องกล้าที่จะไปพิสูจน์ในชั้นศาล
และก็ต้องกล้าที่จะยอมรับชะตากรรมอันจะเกิดขึ้นจากการกระทำของตนด้วย
งานนี้ดีใจจัง จะได้พิสูจน์กันเสียทีว่า ความจริงนั้นสามารถชนะพวกขี้เท็จได้หรือไม่
กล้าๆ แจ้งความไวๆ แล้วเตรียมตัวหาข้อมูลเอาไปใช้อธิบายเบิกความให้แก่ศาลได้ฟังด้วย
ส่วนเรื่องเงินคงไม่ต้องกังวลมั้ง
เพราะได้ยินมาว่า มีเงินก้อนโตลอยมาจากต่างประเทศแล้วนี่
ขอบอกว่า หากจะต้องสู้ตายกับพวกลัทธิกินรวบประเทศไทยแล้ว พุทธะอิสระไม่เคยหวั่น ไม่งั้นคงไม่ไปเป็นพญาราชสีห์แห่งเวทีแจ้งวัฒนะหรอก ขอบอก
พุทธะอิสระ