บทความ
ขออนุญาตแชร์นะจ๊ะ
๒๑ มีนาคม ๒๕๕๙
อ่านบทความของคุณเปลวสีเงินแล้ว
ไม่มีคำบรรยาย ทุกวลีล้วนสมบูรณ์ถูกต้อง
ขอบคุณที่ช่วยพระพุทธศาสนา
คงจะใกล้ได้เวลาแล้วล่ะพี่น้อง
พุทธะอิสระ
………………………………………………….
ยิ่งมากลีลา ‘ยิ่งสิ้นท่า’ มหาเถรฯ
วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม 2559
ที่เขาว่า “คำพูดบอกเจตนา ลีลาบอกค่าย-สำนัก” มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วย!
เรื่องตำแหน่ง “พระสังฆราช” ไม่มีใครบอกว่าจะไม่ตั้ง?
มีแต่นายกฯ ประยุทธ์และประชาชนส่วนใหญ่ เห็นตรงกันว่า….
ในเมื่อ “สมเด็จพระราชาคณะ ผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์” ในที่นี้คือ “สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์” วัดปากน้ำ
ต้องมลทินทางอาญา ฐานมี “เบนซ์เถื่อน” ไว้ในครอบครอง!
อีกทั้งเป็นพระอุปัชฌาย์……….
เมื่อศิษย์ คือธัมมชโย วัดพระธรรมกาย ประพฤติผิดทั้งพระธรรมวินัย ทั้งกฎหมายอาญา ร้ายแรงถึงขั้นบิดเบือนคำสอนพระพุทธองค์
แทนที่จะว่ากล่าว และจัดการตามพระธรรมวินัย ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์
กลับเห็นดี-เห็นงาม สนับสนุน ส่งเสริม………
ถึงขั้นมั่วสุมในทางนอกรีต-นอกรอย ปล่อยให้ใคร-ต่อใครมาโกนหัว-ห่มเหลือง เป็นหมื่น-เป็นแสน เดินย่ำดอกไม้อ้างว่า นี่คือธุดงค์ แถมชม…นิ่ม (ตีน) ดีจัง
ธัมมชโยเอาเงิน-ทองถวาย ก็ยกย่องว่าดี ลองฟังดู……..
“ถือว่าวัดปากน้ำกับวัดพระธรรมกายเป็นวัดพี่วัดน้อง หรือเสมือนหนึ่งว่าเป็นวัดเดียวกัน มีอะไรก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน วัดปากน้ำมีวัดพระธรรมกาย มีอะไรก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
แต่ส่วนใหญ่วัดพระธรรมกายให้กับวัดปากน้ำเป็นส่วนใหญ่ เป็นต้นว่า พระมหาเจดีย์ที่ท่านทั้งหลายกำลังนั่งเห็นอยู่นี้
วัดพระธรรมกาย ถวายจตุปัจจัยมา ๓๐ ล้านบาท ทองคำอีกจำนวนหนึ่ง แล้วก็พระธาตุอื่นๆ อีกจำนวนมาก
ทุกอย่างท่านให้ สละ เพราะถือว่าเป็นวัดพี่วัดน้อง หรือว่าเป็นวัดเดียวกัน”
คำว่าสละของ “สมเด็จพระราชาคณะ ผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์” หมายถึงเอาเงิน-เอาทองมาให้ อย่างนี้หรือ?
ถ้าเช่นนั้น อย่าง “สิริปัญโญ ภิกษุ” ลูกชายมหาเศรษฐีมาเลเซีย จบการศึกษาจากอังกฤษ
ทิ้งทรัพย์สมบัติอันเป็นมรดก ประมาณ ๒๘๕,๐๐๐ ล้านบาท มาบวชเป็นศิษย์ “หลวงพ่อชา” วัดหนองป่าพง
มุ่งแก่นพระธรรม เป็นสงฆ์สาวกผู้ปฏิบัติดี-ปฏิบัติชอบมาร่วม ๒๐ พรรษา
เช่นนี้ คือ “การสละ”?
หรือ การ ถือเอา-ยักยอก-ฟอกเงิน ได้แล้วแบ่งปันพระอุปัชฌาย์
นี้คือ “การสละ”?
แล้วที่ระดับ “ผู้ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราช” กล่าวสอนชาวบ้าน ลองฟังกันดูซิว่า ถูกต้อง-เหมาะสมกับภิกษุภาวะ และฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราชแค่ไหน?
“สายัณห์ สัญญา” อ้อนแฟนเพลงเขาว่า…รักสายัณห์น้อยๆ แต่ขอให้รักนานๆ
แต่สมเด็จช่วง ท่ามกลางสาวกธรรมกายที่เอาเงินทองมาถวาย กล่าวสัมโมทนียกถาว่า….
“……….มีแต่คนรักพระเทพญาณมหามุนี (ธัมมชโย) มีแต่คนรักพระภาวนาวิริยะคุณ (ทัตตชีโว)…
แต่อาตมา…ไม่มีเลย!”
ถูกใจชาวธรรมกายหัวเราะกันครืน พลันเสียงหวานแจ๋วดังทะลุขึ้นว่า…..ร้ากกกกคร้าบบบบบ!
กล้องจับภาพ เจ้าของเสียงนั้น โถ…นึกว่าสาวไหน?
“ธัมมชโย” นั่นเอง!
ประจบฆราวาส-อ้อนศิษย์ ด้วยปลื้ม ด้วยหวัง และด้วยหลงในลาภสักการะ
“โลกวัชชะ” คือชาวโลกติเตียน เศร้าใจนัก
ลองเทียบกันดู ระหว่างพระเมาเหล้า กับพระมีของเถื่อนในครอบครอง แถมมั่วสุมสมี-อลัชชีบ่อนทำลายพระศาสนา
ในแง่ “โลกวัชชะ” ด้วยกัน ไหนจะเป็นภัยพระพุทธศาสนามากกว่า?
ยุค “การเมืองกาลี-อลัชชีซุกธรรม” เป็นเช่นนี้ละหนอ?!
“พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา” รมว.ยุติธรรม ………..
ผมอนุโมทนากับท่านนะ ทั้งชาตินี้-ชาติหน้า ท่านไม่ตกนรกแล้ว!
เพราะท่านทำคุณ กำจัดด้วงแมลงที่แฝงแทะให้พระพุทธศาสนา โดยไม่กริ่งเกรงว่า ฝูงด้วงนั้น ด้วงยักษ์หรือด้วงด๊อกด๋อย
เพราะท่านทำหน้าที่ “พุทธบริษัท” ปกป้องพระพุทธศาสนา สมกับที่พระพุทธองค์ทรงฝากฝังไว้
ฝ่าย “มารเมือง” ทั้งในคราบอลัชชีซุกธรรม และในคราบอาจารย์เดียรถีย์จึงโผล่หัว-สลัดลาย ผนึกกันเข้าต่อต้าน
ที่โผล่ออกมาตอนนี้ มีอะไรบ้างล่ะ นอกจากแก๊ง นปช.เพื่อไทย ก็มี….
-ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
-นายกสมาคมตำรวจ
-เครือข่ายพระธรรมจาริกแห่งประเทศไทย
ศูนย์พิทักษ์ฯ คงไม่ต้องแจงกำพืด เห็นอลัชชีประสาร-โช อาจารย์เดียรถีย์ซุกคราบศาสนาหาแดก ก็รู้แล้ว
นายกสมาคมตำรวจนี่ซี ไม่อยากบอกว่าแปลก อยากบอกว่า…สุดท้ายก็…หางโผล่!
กรณีตั้ง-ไม่ตั้งพระสังฆราช ถามจริงๆ เหอะ ถ้าไม่ใช่ซุกคำว่า “ตำรวจ” ตั้งสมาคมเป็นหนังคลุมหัว เพื่อทำงานให้ทักษิณแล้ว
เรื่องไม่ใช่เรื่องของ “ตำรวจ” อย่างนี้ ……..
จะฉวยโอกาสซุกสบง ออกแถลงการณ์ “บีบไข่อลัชชี” ให้ระดมโล้นออกมาป่วนเมือง “ยืมมือเหลือง ไล่ทหาร” ตามแผนทักษิณมั้ย?
ยุคนี้มันวิปริตไปหมด เมื่อก่อน ใครจะทำอะไรก็ต้อง “มีพระนำ”
แต่เดี๋ยวนี้ พระดันใช้ “หมานำ” ออกบิณฑบาต ให้คนเอ็นดูหมา แล้วมาใส่บาตรให้พระกิน
ชื่ออะไรล่ะ ที่เป็นข่าววันก่อน…พระหนูที ที่ถูกจับข้อหา ทรมานสัตว์ ใช้หมานำบิณฑบาต จนหมาป่วยนั่นน่ะ!
และที่มัวหมองด้วยคดีทางโลก พระมีศีล ไม่ต้องถึงขนาด ๒๒๗ หรอก แค่ศีล ๕ ก็พูดปดไม่ได้แล้ว
แต่นี่…แค่ DSI ไปถามตามกระบวนการ เรียกว่า สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องคดี ………..เบนซ์เถื่อนคันนี้ ท่านได้แต่ใดมา?
เท่าเนี้ย…เขาถาม ก็ตอบไปตามที่ตัวรู้-ตัวไม่รู้, ตัวเห็น-ตัวไม่เห็น, ตัวทำ-ตัวไม่ได้ทำ แค่นั้น ก็จบเรื่อง
“สุทธิ อสุทธิ ปัจจัตตัง นาญโญ อัญญัง วิโสธเย บริสุทธิ์-ไม่บริสุทธิ์ เป็นของเฉพาะตัว คนอื่นทำให้บริสุทธิ์-ไม่บริสุทธิ์ไม่ได้”
ไม่ต้องถึง ๙ ประโยคหรอก แค่นักธรรมตรีก็รู้ว่าพระพุทธเจ้าตรัสไว้!
ฉะนั้น…..เป็นพระเหนือมนุษย์ เหนือเทวดา เหนือราชาทั้งปวง
ให้ทนายนำ พระซุกหลัง ให้อายทั้ง ๓ โลกไปเพื่ออะไร?
ทนายนั้น หน้าที่เขา คือการฟอกถ่านให้ขาว พระคุณเจ้าก็ตรองด้วยหิริ-โอตตัปปะซิว่า การฟอกถ่านให้ขาวนั้น
แค่ศีลข้อเดียว “มุสาวาทา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ” คนเป็นทนายก็ยากรักษา
แล้วพระ ศีล ๒๒๗ ………….
ซุกหลังคน “ศีลข้อเดียว” ก็แทบไม่มี แบบนี้ ถึงพ้นคดีเบนซ์เถื่อนทางบ้านเมืองได้
แต่ทางพระธรรมวินัย “ความผิดทางใจ” ไม่พ้น
นั่นคือ จะอาบัติหรือไม่อาบัติ “สุทธิ-อสุทธิ ปัจจัตตัง” คือ ผิดหรือไม่ผิด ตัวเองนั่นแหละ “รู้อยู่กับตัว” จะต้องให้ใครไหนเล่าเป็นผู้บอก!
ยังไม่ได้พูดถึงอีกหน่วยที่ออกมาตอนนี้ คือ “เครือข่ายพระธรรมจาริกแห่งประเทศไทย”
มาแรงถึงขั้นให้ “ปลดพลเอกไพบูลย์” ออกจากตำแหน่ง!
พระธรรมจาริกนี้ มีมา ๔๐-๕๐ ปีแล้ว ออกเผยแผ่พระพุทธศาสนาชาวเขา-ชาวดอย-คนเผ่าตามชายแดน
เช่น เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา เชียงราย ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย เพชรบูรณ์ และกาญจนบุรี
มีคุณประโยชน์มาก และท่านทราบมั้ย?
สมเด็จช่วง เป็น “ธรรมจาริก” รุ่นแรก เมื่อปี ๒๕๐๘ คอมมูนิสต์ตึงตัง ท่านไปเผยแผ่พระพุทธศาสนากับชาวม้งที่บ้านภูลมโล เพชรบูรณ์
ต้องอนุโมทนาในส่วนนี้กับพระเดชพระคุณเจ้า!
แต่ยุคนั้น ธรรมกาย-ธัมมชโย ยังไม่เกิด ศาสนายังไม่มีคนแฝงเข้ามาบิดเบือนเป็นอื่น
ถึงยุคนี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไป และโปรดทราบ ณ วันนี้-ขณะนี้ ผู้เป็นประธาน “มูลนิธิพระธรรมจาริก” คือ
“สมเด็จช่วง”!
ฉะนั้น ไม่ต้องแปลกใจที่เห็น “เครือข่ายธรรมจาริก” ออกมาปกป้องสมเด็จช่วง และแถลงการณ์ให้ปลดพลเอกไพบูลย์
ที่ควรจะแปลก คือ………..
จะสังเกตเห็นว่า แถลงการณ์ “เครือข่ายธรรมจาริก” ครั้งนี้ มีแต่ข้อความ ไม่มี “ตัวตน” ว่าใคร ลงนามเป็นผู้ “รับผิดชอบ” เลย
ก็….แปลกดีนะ?
(ขอขอบคุณบทความจาก เปลว สีเงิน และ ไทยโพสต์)
https://www.thaipost.net/?q=%E0%B8%A2%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%