นึกเอาไว้แล้วเชียวว่าจะต้องมีพวกสมองกลวงมาคอมเม้นด่าอีกจนได้

0
161

บทความ

นึกเอาไว้แล้วเชียวว่าจะต้องมีพวกสมองกลวงมาคอมเม้นด่าอีกจนได้

๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

นึกเอาไว้แล้วเชียวว่าจะต้องมีพวกสมองกลวงมาคอมเม้นด่าอีกจนได้

 
วันนี้ขอเสียเวลาตอบผู้ใช้นามว่า Chet Pateeproa สักหน่อย

 

เริ่มตั้งแต่บทความเรื่องสภาโจ๊กของ EU ส่งหนังสือเชิญอดีตนายกปูไปเสวนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของสถานการณ์ในบ้านเมืองไทย

 
ตามมาด้วยลิ่วล้อตระกูลชิน นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรองนายกรัฐมนตรี

 
ออกมารับหนังสือว่าเป็นของจริงจากรัฐสภาEU พร้อมยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเป็นเรื่องที่ดีแก่ประเทศชาติ

 
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า “การที่รัฐสภายุโรปส่งหนังสือเชิญน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทยนั้น ถือว่าเป็นประโยชน์และเป็นสิ่งที่ดีต่อประเทศไทย เพราะจะเป็นการช่วยยืนยันให้ประชาคมยุโรปได้เห็นว่า ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง กำลังอยู่ระหว่างการร่างรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญที่สุดคือ รัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนขั้นพื้นฐาน”

 
นายสุรพงษ์ยังกล่าวต่อว่า“หวังว่าหัวหน้าคสช.จะพิจารณา และหนังสือเชิญเขาไม่ได้กำหนดหรือเจาะจงวันเชิญ เพราะเขารู้และเข้าใจว่าท่านยิ่งลักษณ์จะต้องขออนุญาตการเดินทางจากศาล และต้องมีนัดที่จะต้องไปศาล และต้องขออนุญาตการเดินทางจากคสช.อีกด้วย ซึ่งทำให้เขาต้องทำหนังสือเชิญแบบเปิดเอาไว้ และหนังสือเชิญก็ลงนามโดยประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ และประธานคณะกรรมาธิการด้านความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศในภาคพื้นเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐสภายุโรป”

 
ต่อมาพวกลิ่วล้อเชียร์นายกปูก็ออกมาโพนทะนากันในโลกโซเชียลว่ารัฐสภายุโรปให้ความสำคัญแก่อดีตนายกปูมากกว่าพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน

 
ฉันจึงเขียนบทความวิจารณ์ว่าหากเป็นหนังสือจากรัฐสภาอียูไม่น่าจะส่งตรงถึงหน้าบ้านผู้รับ ควรจะต้องผ่านขั้นตอนทางการทูต เพราะเป็นระเบียบ เป็นเรื่องระหว่างรัฐต่อรัฐ

 
หนังสือนี้มีข้อพิรุจอยู่หลายอย่าง แม้แต่การลงชื่อผู้เชิญก็มิได้บอกตำแหน่งและข้อสังเกตต่อมาว่าคงจะมีการวิ่งเต้นล็อบบี้กันฝุ่นตลบ ลงทุนไปไม่ใช่น้อยกว่าจะได้หนังสือฉบับนี้มา

 
ในเวลาต่อมานายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ออกมายืนยันว่ารัฐสภาอียูมิได้มีหนังสือเชื้อเชิญ มีแต่สมาชิกรัฐสภา ๒ คน เป็นผู้เชิญ ถือว่าเป็นการเชิญส่วนตัว

 
ฉันก็ตั้งข้อสังเกตต่อไปว่า หากเป็นการเชิญส่วนตัวแล้วทำไมใช้กระดาษที่มีตราของรัฐสภาอยู่ที่หัวกระดาษ

 
เช่นนี้มันเป็นการส่อเจตนาทุจริต ทำให้สังคมเข้าใจผิด

 
หากเป็นข้าราชการในบ้านเราใช้กระดาษที่มีตรากระทรวงหรือกรมกองที่ตนเองทำงานอยู่มาเขียนจดหมายเชิญเพื่อนมากินข้าวสังสรรค์ โดยมิได้เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต้นสังกัด อาจมีโทษถึงกับโดนตำหนิ ภาคทัณฑ์ ตัดขั้นเงินเดือน หรือถ้าเป็นข้อความที่กระทบต่อความเสียหายของหน่วยงาน เป็นปัญหาความมั่นคง ต้องโดนไล่ออกและติดคุกสถานเดียว

 
ตอนหนึ่งของคำวิจารณ์ที่ฉันเขียน ฉันยกเอาประสบการณ์จากที่ได้รับเชิญไปบรรยายให้แก่นักศึกษาปริญญาโทของมหาวิทยาลัยฟูกูโอกะในประเทศญี่ปุ่น ว่าหนังสือที่มหาลัยเชื้อเชิญมามันต้องผ่านระเบียบและพิธีการทูตอย่างไรบ้าง พร้อมกับสำทับว่าคนอย่างอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรองนายกรัฐมนตรี เช่น นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล จะไม่รู้เชียวหรือว่า

 
หนังสือที่ส่งโดยรัฐต่อรัฐจะต้องมีระเบียบ แลต้องผ่านพิธีการทูต และหากเป็นหนังสือเชิญส่วนตัว ทำไมไม่ออกมาบอกชาวบ้านว่าเป็นการเชิญส่วนตัว แต่กลับยืนยันว่าเป็นหนังสือจากรัฐสภา EU เมื่อความจริงเปิดเผยก็เงิบเงียบหายหน้าหดหัวไม่ออกมาชี้แจง หรือแก่แต่ตัวส่วนสำนึกยังเป็นเด็กเลี้ยงแกะอยู่

 
ส่วนผู้ใช้นาม Chet Pateeproa ยังหน้าด้านดันทุรังแถไปอีกว่า

 
Chet Pateeproa “ถถถถถ ขำ สุวิทย์ จัง

 
เจ้าอาวาสยังได้แค่นี้ เด็กวัดก็คงระดับเดียวกัน ตอนนี้ ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้มีบทบาทและตำแหน่งอะไรในรัฐบาล อีกทั้งเขาก็เชิญเป็นการส่วนตัว ทำไมต้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศมิทราบ

 
เขาไม่โง่ขนาดไม่รู้ว่า รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งถูกล้มล้างโดยคณะทหารโจร ถ้าเขาส่งไปแล้วทหารไม่ส่งให้ยิ่งลักษณ์ล่ะ จะทำไง
ตรรกะนี้เด็กปัญญาอ่อนยังรู้เลย

 
แล้วอีกอย่างมันชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลนี้ต่างชาติไม่ได้ยอมรับ ไม่ให้เกียรติ ก็แค่นั้น

 
หรือไม่แน่ เด็กวัดอาจฉลาดกว่าสุวิทย์ก็ได้นะ ลาออกจากเจ้าอาวาสแล้วให้เด็กวัดที่ฉลาดกว่าเป็นแทนเหอะ”

 
สรุปแล้วใครโกหกหลอกชาวบ้าน เล่นเกมลับลวงพราง สับขาหลอกเพื่อหวังผลทางการเมืองกันแน่ ทำไมคนพวกนี้มันชอบทำให้สังคมวุ่นวายโดยใช้วิธียั่วยุ โกหกแหกตาชาวบ้านไปวันๆ เพื่อสร้างปัญหาให้แก่บ้านเมือง ฉันล่ะไม่เข้าใจเลยว่ามึงเป็นคนไทยหรือเปล่า (อัยยะ ขออภัย หลุดอีกจนได้)

 
ถามจริงเถอะ พวกมึงเป็นคนไทยหรือเปล่า ทำไมพวกมึงถึงได้สร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองกันนัก (อุ่ย! ขออภัยลืมตัวไปหน่อย นึกว่าอยู่เวทีแจ้งวัฒนะ)

 
พุทธะอิสระ