พระอานนท์ (ตอนที่ 1)

0
16

พระอานนท์ (ตอนที่ ๑)
๑ กันยายน ๒๕๖๕

พระอานนท์ เป็นพระโอรสของเจ้าสุกโกทนะ พระอนุชาในพระเจ้าสุทโธทนะแห่งแคว้นสักกะ ท่านประสูติที่พระตำหนักของพระบิดา คัมภีร์มธุรัตถวิลาสินีระบุว่าท่านประสูติวันเดียวกับเจ้าชายสิทธัตถะ

เมื่อพระพุทธเจ้าประทับที่อนุปิยนิคมของพวกมัลลกษัตริย์ เจ้าชายอานนท์ได้ตามเสด็จเจ้าชายภัททิยะ เจ้าชายอนุรุทธะ เจ้าชายภคุ เจ้าชายกิมพิละ และเจ้าชายเทวทัต กับอุบาลีซึ่งเป็นช่างกัลบก (ช่างตัดผม) ออกบวชพร้อมกัน เมื่อได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้ว เจ้าชายทั้ง 6 พระองค์ กราบทูลขอให้บวชอุบาลีก่อน เจ้าชายบวชภายหลัง จะได้ลุกต้อนรับ ทำอัญชลีกรรม สามีจิกรรมแก่เขา เพื่อเป็นการลดความถือตัวว่าเป็นเจ้าชายศากยะ พระพุทธเจ้าทรงจัดการตามพระประสงค์ของเจ้าชายศากยะ โดยให้พระเวลัฏฐสีสะเป็นอุปัชฌาย์

ในอานันทสูตร พระอานนท์กล่าวกับภิกษุทั้งหลายว่าท่านบรรลุธรรมเพราะได้ฟังธรรมจากพระปุณณมันตานีบุตร ซึ่งมีใจความว่า เพราะบุคคลยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5 จึงเกิดตัณหา มานะ และทิฏฐิว่า “เรามี” เมื่อไม่ยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ 5 จึงไม่เกิดตัณหา มานะ และทิฏฐิว่า “เรามี” เมื่อบุคคลเข้าใจว่าขันธ์ 5 ไม่เที่ยงแล้วจึงจบกิจได้

*************************************************

อธิบายคำว่า ขันธ์ ๕ หมายถึง

รูป ร่างกายอันประกอบด้วยธาตุทั้ง ๔ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ

เวทนา คือ อารมณ์สุข ทุกข์ และเฉยๆ

สัญญา คือ ความทรงจำ

สังขาร คือ ความปรุงแต่งอารมณ์

วิญญาณ คือ การรับรู้ถึงสิ่งที่มากระทบกับตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ

*************************************************

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแม้ตรัสรู้แล้วถึง 20 พรรษา แต่ยังไม่มีผู้ใดเป็นพุทธอุปัฏฐากประจำ ซึ่งได้สร้างความลำบากแก่พระองค์เป็นอย่างมาก สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสว่า

บัดนี้พระองค์ทรงพระชราแล้ว ภิกษุผู้อุปัฏฐากพระองค์บางรูปทอดทิ้งพระองค์ไปตามทางที่ตนปรารถนา บางรูปวางบาตรจีวรของพระองค์ไว้บนพื้นดินแล้วเดินจากไปเสีย จึงขอให้พระสงฆ์เลือกพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่งขึ้นเป็นพุทธอุปัฏฐากประจำ คณะสงฆ์เห็นว่าควรจะมีพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่งคอยสนองงานของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ในครั้งนั้นพระสงฆ์ทั้งหลายนำโดยพระสารีบุตรมหาเถระ ได้กราบทูลขอเป็นพุทธอุปัฏฐาก แต่พระพุทธองค์ทรงห้ามเสีย แม้พระเถระรูปอื่นๆ จะกราบทูลเสนอตัวเป็นพุทธอุปัฏฐาก แต่พระพุทธองค์ก็ทรงห้ามเสียทุกรูป คงเว้นแต่พระอานนท์ที่มิได้กราบทูลด้วยถ้อยคำใด พระภิกษุรูปอื่นได้เตือนให้พระอานนท์ขอโอกาส แต่ท่านพระอานนท์กล่าวว่า

“ท่านผู้เจริญทั้งหลาย อันตำแหน่งที่ขอได้มานั้นจะมีความหมายอะไรเล่า พระบรมศาสดาไม่ทรงเห็นข้าพเจ้าเลยกระนั้นหรือ?

ก็หากพระองค์ทรงพอพระทัยในตัวข้าพเจ้าแล้วไซร้ พระองค์ก็คงตรัสเองว่า อานนท์เธอจงอุปัฏฐากเราเถิด”

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกับพระภิกษุทั้งหลายว่า ไม่มีผู้ใดจะสามารถให้ท่านพระอานนท์เกิดความอุตสาหะขึ้นมาได้เลย แต่เมื่อท่านพระอานนท์รู้แล้ว ท่านจักอุปัฏฐากพระองค์เอง เมื่อพระภิกษุทั้งหลายได้ยินพระดำรัสนั้น ก็ทราบทันทีว่า พระองค์ทรงประสงค์ให้ท่านพระอานนท์เป็นพุทธอุปัฏฐาก จึงได้พูดตักเตือนให้พระอานนท์ทูลขอตำแหน่งพุทธอุปัฏฐากจากพระองค์

เมื่อพระอานนท์ทรงทราบพุทธประสงค์ที่ต้องการให้ท่านทำหน้าที่พระอุปัฏฐากแก่พระองค์

ดังนั้นพระอานนท์จึงได้กราบทูลขอพร 8 ประการ หากพระองค์ทรงประทานพร 8 ประการนี้ ท่านจึงจะรับตำแหน่งพุทธอุปัฏฐาก ท่านกราบทูลขอพรว่า

1. ต้องไม่ประทานจีวรอันประณีตที่พระองค์ได้แล้วแก่ข้าพระองค์

2. ต้องไม่ประทานบิณฑบาตอันประณีตที่พระองค์ได้แล้วแก่ข้าพระองค์

3. ต้องไม่โปรดให้ข้าพระองค์อยู่ในที่ประทับของพระองค์

4. ต้องไม่ทรงพาข้าพระองค์ไปในที่ที่ทรงรับนิมนต์ไว้

5. ขอพระองค์ทรงโปรดไปสู่ที่นิมนต์ที่ข้าพระองค์รับไว้

6. ถ้าข้าพระองค์จะพาบริษัทซึ่งมาแต่ที่ไกลเพื่อเข้าเฝ้าพระองค์ได้

7. ถ้าความสงสัยของข้าพระองค์เกิดขึ้นเมื่อใด ขอโอกาสให้ข้าพระองค์ได้เข้าเฝ้าทูลถามซึ่งปัญหานั้นๆ

8. ถ้าพระองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาอันใดในที่ลับหลังข้าพระองค์ ทรงได้โปรดเสด็จมาตรัสบอกพระธรรมเทศนานั้นแก่ข้าพระองค์ด้วย

เมื่อข้าพระองค์ได้รับพร 8 ประการนี้ แหละจึงจักเป็นพุทธอุปัฏฐากของพระผู้มีพระภาค
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามถึงโทษและอานิสงส์ที่ทูลขอพร 8 ประการนี้ ท่านได้กราบทูลว่า

ถ้าท่านไม่ทูลขอพรข้อ 1-4 ก็จักมีคนพูดได้ว่า ท่านรับตำแหน่งพุทธอุปัฏฐากเพื่อหวังลาภสักการะอย่างนั้น ๆ เพื่อป้องกันปรวาทะอย่างนั้น ท่านจึงได้ทูลขอพร 4 ข้อนี้

ถ้าท่านไม่ทูลขอพรข้อ 5-7 ก็จักมีคนพูดได้ว่า พระอานนท์บำรุงพระศาสดาไปทำไม เพราะกิจเท่านี้พระองค์ก็ยังไม่ทรงสงเคราะห์เสียแล้ว

ถ้าหากท่านไม่ทูลขอพรข้อ 8 เมื่อมีคนมาถามท่านลับหลัง พระพุทธองค์ว่า คาถานี้ สูตรนี้ ชาดกนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสที่ไหน?

ถ้าข้าพระองค์ตอบเขาไม่ได้ เขาก็จะพูดได้ว่า พระอานนท์เฝ้าติดตามพระผู้มีพระภาคเหมือนเงาของพระองค์อยู่เป็นเวลานาน ทำไมเรื่องเท่านี้ยังไม่รู้?

ครั้นท่านได้ทูลชี้แจงแสดงโทษในข้อที่ไม่ควรได้ และอานิสงส์ในข้อที่ควรได้อย่างนี้แล้ว พระผู้มีพระภาคจึงทรงประทานพรตามที่พระอานนท์กราบทูลขอทุกประการ ท่านพระอานนท์จึงได้รับตำแหน่งพุทธอุปัฏฐาก และได้อุปัฏฐากพระพุทธองค์ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจนพระบรมศาสดาทรงเสด็จดับขันธปรินิพพาน เป็นเวลา 25 พรรษา

พุทธะอิสระ

——————————————–