เมื่อไม่สำนึกผิด ก็อย่ามาขอร้อง

0
628

หลายท่านคงได้ดูการถ่ายทอดสด กรณีทนายประสิทธิ์ สันจิตร สาวกธรรมกาย เข้ามาขอโทษตามคำสั่งศาลแล้ว

เรียกว่า พอมาถึงก็อย่างที่ท่านได้เห็น คือประมาณว่าท่องมาแบบติดปาก เหมือนกับพระ-เณรในวัดอ้อน้อยท่องได้ นั้นคือการขอขมาต่อพระรัตนตรัย

แต่พอได้พูดคุยซักถาม ในประเด็นว่า ทำไมถึงได้มากล่าวหาฉันด้วยอาบัติปาราชิก

เขาก็ยังปฏิเสธว่า ไม่ได้กล่าวหา

พอเรานำหลักฐานเดิมที่เขากล่าวหามายืนยัน

เขาก็ไพล่ไปว่า แค่ต้องการให้มีการตรวจสอบตามสิทธิ์อันพึงมีเท่านั้น

พอเราถามว่า เหตุผลใดที่คุณจึงอยากตรวจสอบฉัน

เขาตอบว่า ต้องการตรวจสอบเพราะเราไปยุ่งการเมือง

เราจึงถามไปว่า ประเทศนี้มีแค่พุทธะอิสระเท่านั้นหรือที่ไปยุ่งการเมือง

เขาตอบว่า เขาไม่รู้

พอเราถามว่า คุณแน่ใจหรือว่า คุณไม่รู้จริงๆ คุณกล้าสาบานไหม

เขาก็ทำกิริยาอึกอักแล้วก็เลียงไปพูดเรื่องอื่น

พุทธะอิสระจึงพิจารณาเห็นว่า พฤติกรรมของทนายประสิทธิ์ ผู้นี้ยังไม่มีจิตรู้สำนึกถึงความผิดของตนเอง ที่กระทำต่อเรา

แล้วเขายังกล้าบอกว่า เขาทำตามหน้าที่

ทั้งที่เราได้พูดยกตัวอย่าง ให้เขาระลึกรู้ว่า ทำไมเขาถึงได้มาจ้องแต่จะตรวจสอบเรา ทั้งที่มีผู้ที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง อีกมากมาย ทำไมเขาไม่ตรวจสอบ

เมื่อเขาปฏิเสธที่จะแสดงความสำนึกผิด ซึ่งผิดเงื่อนไขที่ศาลกำหนดไว้ จึงไม่มีเหตุอันควรให้ถอนฟ้อง

และควรต้องดำเนินคดี ทั้งแพ่งและอาญาสืบไป

แม้จะรู้สึกไม่สบายใจนัก แต่ก็ต้องทำเพื่อให้รู้สึกนึกผิดชอบชั่วดี เข็ดหลาบเสียบ้าง

ทั้งที่ตลอด ๓ ปีที่ผ่านมา พุทธะอิสระก็ให้อภัยคนพวกนี้มาตลอด เมื่อเขามีจิตสำนึกผิด

แต่พิเคราะห์ดูจากพฤติกรรมของทนายธรรมกายคนนี้แล้ว ยังมีความอหังการ ถือตัวถือตน และเย่อหยิ่ง จองหองอยู่มากทั้งที่มีดีกรีความรู้ถึงเปรียญธรรม ๖ ประโยค แต่ก็ยังไม่รู้ดีไม่รู้ชั่ว

เช่นนั้นก็ควรจักต้องดัดสันดานเสียบ้าง จักได้เข็ดหลาบ

พุทธะอิสระ

ท่านสามารถติดตามรับชมคลิปย้อนหลังได้ทาง Youtube : Issaradham