คนดีชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว (ขออนุญาตแบ่งปันให้ผู้มีปัญญาท่านพิจารณาบ้างนะจ๊ะ)

0
81

จำรัส ธนกิตติพร

17 เมษายน เวลา 21:35 น. •

ความจริงๆๆๆ..จากพระมหาเถรผู้ถูกรังแก..

พระเถระชั้นผู้ใหญทั้ง5 รูปที่ถูกผอ.พศ ผู้เป็นบุตรพราหมณ์ แจ้งความเอาผิดกรณี งป.พศ.และเงินทอนวัด รูปท่านทั้งห้าเป็นพระสงฆ์ในมหานิกายที่ออกมาธำรงพระวินัย และความเป็นธรรม ปกป้องพระพุทธศาสนาและสังฆมณฑล ท้วงติงรัฐใช้อำนาจก้าวก่ายสังฆมณฑล และต่อต้านศาสนาอิสลาม

กรณีงบสนับสนุนวัดและเงินทอนวัด สพศ.เป็นเจ้าของเรื่องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามกฏหมาย จนท.พศ เป็นผู้ดำเนินการตามขั้นตอนกฏหมายด้านเอกสารทั้งหมด ตั้งแต่ตั้งเรื่อง ประกาศ หาตัวผู้รับจ้าง ได้ตัวผู้รับจ้าง จัดซื้อจ้าง ควบคุมงาน ตรวจรับงาน เป็น จนท. พศ.ทำเอกสารทั้งหมด แล้วขอให้พระมีหน้าที่เซ็นซื่่อในเอกสารต่างๆตามที่ จนท.พศ.จัดทำเอกสารฯ.สั่งให้พระเซ็นชื่อ ท่านเชื่อด้วยบริสุทธิ์ใจก็เซ็นชื่อตาม จนท.สั่ง ส่่วน จนท.พศ. ไม่โปร่งใสไปมีลับลมคมนัยกับผู้รับจ้างอยางไร พระจะไปรู้ได้อย่างไรไม่ได้ตามไปดูไม่เกี่ยวข้องกับพระอย่างใด “อย่าให้พระกลายเป็นแพะ”

ผอ. พศ แจ้งความ ปปป.ดำเนินคดีกับพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป หวังจับสึกเข้าคุกทันที เป็นกลยุทธ์จู่โจมหัวใจทำลายความเชื่อถือของพุทธมหานิกาย การกระทำเป็นการสร้างมลทินมัวหมองแก่พระผู้ใหญ่ และความเสียหายเสื่อมเสียแก่สังฆมณฑล รายนามพระเถระทั้งห้าประกอบด้วย

1.พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร

2.พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะภาค 4-7

3.พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะภาค 10

4.พระเมธีสุทธิกร (สังคม ญาณวฑฺฒโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ

5.พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ

กระทำความผิดอาญาคดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม

เตือนด้วยความปรารณาดี คดีนี้ไม่เหมือนคดีสมเด็จช่วง ที่ถูก ดีเอสไอกล่าวหาใส่ร้ายสร้างมลทินมัวหมองให้แก่ท่าน สุดท้ายท่านไม่ได้ทำผิดอย่างใด ไม่มีมนุษย์หรือคน…ตัวไหนออกมาขอโทษสมเด็จฯสักคำไม่มี โชคดีที่ท่านมีเมตตาสูงนะ แต่งานนี้ ผอ.พศ.ระวัง อาจถูกฟ้องกลับฐานแจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน หมิ่นประมาทบุคคลอื่นและสร้างความเสียหายเสื่อมเสียแก่พระผู้ใหญ่และสังฆมณฑล ผิดกฏหมายอาญาและกฏหมายคณะสงฆ์

คดีนี้ ปปป. ทันเกม ส่ง ปปช. พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ปฏิบัติการครั้งนี้ของ ผอ.พศ.มีเลศนัยน่าสงสัย มีประเด็นพิจารณาว่า

ประเด็นแรก ปัญหาประชาชนสงสัยว่า กรณีเป็นการทำลายความมั่นคงของพุทธศาสนามหานิกาย ซึ่งคือนิกายเถรวาทเดิมสืบถอดแต่พุทธกาล มีชาวพุทธนับถือมากที่สุดในไทยหรือไม่
ประเด็นที่สอง ปัญหาคือ ผอพศ. อาจตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มคนที่ไม่หวังดีต่อพระพุทธศาสนา ปฏิบัติการทำลายพระพุทธศาสนาตาม #แผนยึดครองประเทศไทยของมุสลิม หรือไม่
ชาวพุทธอย่าชะล่าใจ น่างสงสัยอย่างยิ่ง ควร ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด #ชาวพุทธรวมเป็นหนึ่ง #ปกป้องพุทธศาสนา #รักษาแผ่นดินไทย

บัญญัติ ภิญโญ

ที่มา : https://www.facebook.com/npceusweden/posts/1588538437866906

————————————————————-

ดูเขาพยายามแถกแถเสียจนหนังกำพร้าถลอกปอกเปิก

ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้คือ

ร่วมกันหลอกลวงตั้งโครงการผีเพื่อขอเงินสนับสนุน เมื่อได้เงินมาแล้วก็นำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

ต่อมาเนื้องานจริงที่ต้องใช้เงินจ่ายจริงๆ มันน้อยกว่าเงินที่ขอตั้งเบิก

ทีนี้ก็ต้องตามไปดูล่ะว่า เงินส่วนต่างที่เหลือไปอยู่ในกระเป๋าใคร

เรื่องมันก็มีอยู่แค่นี้ อย่าพยายามมาแถกแถเฉไฉไปเรื่องอื่นเลยเดียวหนังกำพร้าจะถลอกเสียเปล่าๆ

คิดง่ายๆ ตอบง่ายๆ ไม่สลับซับซ้อนสมมุติว่ามีคำถามลองตอบให้สังคมรู้ซิว่า

๑. มีใครบ้างที่ร่วมกันโกหกหลอกลวง (มีใครบ้าง เดียวไปว่ากันในชั้นศาล) ตั้งโครงการเถื่อนเพื่อให้ได้เงินมาหรือเปล่า ตอบมา

๒. เมื่อได้เงินมาแล้วนำไปใช้อะไร ตอบมา

๓. ตรงกับโครงการที่เขียนขอเงินสนับสนุนไปหรือเปล่า ตอบมา

๔. เงินที่ได้มา จ่ายไปจริงๆ เท่าไหร่ ตอบมา

๕. เงินส่วนที่เหลือ ใครเป็นผู้เอาไป ตอบมา

๖. เอาเงินที่เหลือจากโครงการผีนั้น ไปแบ่งกับใคร แบ่งกันอย่างไรตอบมา

เรื่องง่ายๆ แค่นี้ทำไมไม่ตอบ

ดันลำบากลำบนพยายามสร้างวิวาทะให้สังคมไขว้เขวไปน้ำขุ่นๆ

แถมยังพยายามเบี่ยงเบนประเด็น สร้างเรื่องสร้างสถานการณ์ว่า มีขบวนการทำลายพระพุทธศาสนามหานิกายขึ้นมาอีก

สังคมยังมีคนฉลาดอยู่มากมาย เขาไม่ได้กินหญ้าเหมือนพวกสู

เขารู้ว่าผู้ที่กำลังทำลายพระธรรมวินัย ทำลายความสุจริต ทำลายความเชื่อ ความศรัทธา ก็คือพวกสูเจ้าและนักบวชอลัชชีผู้ละโมบของพวกสูนี่ล่ะ

มีประเด็นให้ท่านผู้อ่านได้สังเกตอย่างถี่ถ้วน คือแม้แต่นามสกุล พราหมณ์เสน่ห์ ของท่านผอ.สำนักพุทธ มันยังเอาไปเปรียบให้เป็นบุตรพราหมณ์เลย

พิเคราะห์ดูคงจะพยายามชี้ช่องให้พวกกินหญ้าของตนเองเชื่อว่า ผอ.สำนักพุทธไม่ใช่ผู้นับถือศาสนาพุทธ แต่เป็นผู้ถือศาสนาอื่นอะไรประมาณนั้น

ไอ้พฤติกรรมใส่ร้ายป้ายสีแบบปัญญาอ่อนเช่นนี้ มักจะมีเฉพาะพวกอีแอบเท่านั้นล่ะ

คนกล้า คนจริงเขาไม่ทำกันดอก

พุทธะอิสระ