อ่านถ้อยแถลงของอดีตพระมหาอภิชาต ที่ออกมาสารภาพถึงความผิดพลาดที่ได้กระทำการยุยงให้เกิดความแตกแยกกันในหมู่คนไทยพุทธกับมุสลิม
ว่าตนได้คิดผิด หลงผิด หลงอยู่ในโมหะจริต มีมิจฉาทิฏฐิ กระทำการไปโดยอารมณ์ที่ขาดความไตร่ตรอง ไม่ยั้งคิดให้ถี่ถ้วน ซึ่งอาจจะเป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองอันเป็นที่รักยิ่งของตนได้
บัดนี้ตนสำนึกผิดแล้ว ขอขมาอภัยแก่ทุกฝ่ายและพี่น้องมุสลิมมา ณ ที่นี้ด้วย และต่อไปจะไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองอีก
ฉันได้อ่านถ้อยแถลงการณ์ของอดีตพระมหาอภิชาตที่ลาเพศสมณะไปแล้ว ทำให้เห็นถึงความกล้าหาญองอาจที่อยู่ภายในจิตใจของทิดอภิชาต
ขอให้ทิดจงรักษาความแกล้วกล้าองอาจเช่นนี้ตลอดไป แล้วอย่าปล่อยตัวปล่อยใจให้ใครต่อใครนำเรื่องของทิดมาเป็นประเด็นในการสร้างความวุ่นวายกับบ้านเมือง อย่างที่คนกลุ่มหนึ่งกำลังพยายามทำกันอยู่
ลูกผู้ชายตัวจริงอีกท่านหนึ่งที่ควรจักปรบมือในความแน่วแน่ แก้ไขในสิ่งผิด ของท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี
ที่กล้าหาญทำในสิ่งที่ถูกต้อง เห็นความถูกต้องชอบธรรมมากกว่าเห็นแก่หน้าพวกพ้อง จึงกล้าที่จะกลับมติคณะรัฐมนตรี ในการย้าย พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ให้กลับมาดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักพุทธต่อไป
จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่ก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ชอบด้วยหลักนิติรัฐ นิติธรรม และตรงต่อพระบรมราโชวาทของพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ ๙ ที่ทรงตรัสว่า
“ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดี และคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้”
พวกเราปวงชนชาวไทยหวังใจว่า การกลับมาดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักพุทธของคุณพงศ์พร ในครั้งนี้ คงจะทำให้สังฆมณฑลและสำนักงานพระพุทธศาสนา สะอาด ฉลาด สว่าง ขึ้น
ดังที่ท่านนายกเคยได้พูดเอาไว้ว่าจะให้คุณพงศ์พรช่วยงานปฏิรูปวงการพระพุทธศาสนา
พวกเรารอดูอยู่นะท่าน
พุทธะอิสระ






