ปัญหามีเอาไว้ให้เรียนรู้แก้ไข มิได้มีปัญหาเอาไว้ให้หนีและละทิ้ง เพิกเฉย

0
93

ลูกรัก

ชั่วชีวิตพ่อ ชีวิตคือการต่อสู้

ปัญหาคือการเรียนรู้

ศัตรู คือ ครูของเรา

พอท่านนายก ลุงตู่ ออกมาตั้ง ๖ คำถาม ภาคสอง

บรรดาสื่อ ทั้งหลาย ต่างก็หยิบยก เอามาเป็นประเด็น ซักถาม
ไม่เว้นแม้แต่พุทธะอิสระ ก็ถูกตั้งประเด็นถามว่า

ท่านนายก ต้องการอะไร ถ้าอธิบายให้ฟังเข้าใจง่าย ในมุมของพุทธะอิสระ คือ

ทั้ง ๖ คำถาม ท่านนายกต้องการฉายภาพสะท้อนให้คนไทยได้เห็นถึงสภาพของปัญหา ที่ถูกนักเลือกตั้งทั้งหลายซุกเอาไว้ใต้พรม หมักหมมมาอย่างยาวนาน

จนกลายเป็นปัญหาของคนทั้งประเทศ

ในฐานะที่ท่านนายกและ คสช. อาสาเข้ามาแก้ปัญหา

ในรอบ ๓ ปี ที่ผ่านมา มันทำให้ท่านนายก เห็นถึงความสลับซับซ้อน ของสารพัดปัญหาที่มันยุ่งยากต่อการแก้ไข

อีกทั้งยังมีความพยายามจากนักเลือกตั้ง และความต้องการของสังคมทั้งหลาย กดดันรัฐบาล คสช. จนกลายเป็นปัญหาใหม่
เพิ่มพูน แรงกดดัน ให้รัฐบาลมากขึ้นอีก

แน่นอนหละการแก้ปัญหาในท่ามกลางแรงกดดัน เช่นนี้หากไม่หาวิธีลดแรงกดดัน การแก้ปัญหายิ่งสำเร็จยากขึ้น

แม้ท่านนายกจะมีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ มาตรา ๔๔ ก็ตามที

แต่หากไม่ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนอย่างดียิ่ง

การแก้ปัญหาที่ยุ่งเหยิง หมักหมม กองเป็นภูเขาเลากาเหล่านั้น ยิ่งจะสำเร็จได้ยากยิ่ง

ฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็น ๔ คำถามแรก หรือ ๖ คำถามหลัง ก็ดี

ล้วนแต่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อให้ประชาชนได้รู้ได้ทราบถึงความยุ่งยากลำบากของทางแก้ปัญหา

รัฐบาล คสช. ต้องการกระตุกกระตุ้น ต่อมแห่งการรับรู้ ต่อมแห่งจิตอาสา การร่วมไม้ร่วมมือ จากประชาชนคนไทย ทุกคน ให้ได้มีส่วนร่วมต่อการแก้ปัญหาของชาติ

มิใช่ ปล่อยให้ท่านนายก คสช. รัฐบาล เป็นผู้เข้ามาแก้แต่เพียงอย่างเดียว

หากคำถามทั้ง ๔ ข้อแรกหรือ ๖ ข้อหลัง ที่ท่านถาม นอกจากจะเป็นคำถามที่สะท้อนให้ประชาชนได้เห็นถึงสภาพปัญหา ต้นตอของปัญหารากเหง้าของปัญหาแล้ว

ท่านนายก ยังต้องการ ความร่วมไม้ร่วมมือ จากประชาชน ต่อการแก้ปัญหาในทุกปัญหาด้วย

มิใช่ถามปัญหา ให้เป็นเพียงแค่วาทะกรรม ทางการเมืองแต่อย่างใด

และถ้าประชาชน ยังไม่ใยดีต่อปัญหาของชาติ

ยังมีความคิดอ่านเดิมๆ คือบ้านเมืองนี้มิใช่ของฉันคนเดียว เลือกตั้ง ส.ส. แล้วก็ปล่อยให้ ส.ส. ไปแก้ปัญหากันเอาเองเช่นนี้

หากประชาชนในชาตินี้ยังคิดกันอยู่เช่นนี้

ท่านนายกคงต้องกลับไปใช้คำถามข้อที่ ๒ คือ “การที่คสช.จะสนับสนุนพรรคใดหรือตนจะสนับสนุนใครเป็นสิทธิ์ของตนหรือไม่ แล้วตนต้องไปลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ก็เปล่าเพราะลงสมัครเลือกตั้งไม่ได้ เนื่องจากตนไม่ได้ลาออก (ลาออกจากนายกฯ) ก็จบแล้ว สิทธิ์ของตนมีไม่ใช่หรือ ตนจะไปสนับสนุนใครก็ได้ หรือไม่สนับสนุนใครเลยก็ได้ ถ้าไม่มีอะไรใหม่ๆมาตนก็ไม่สนับสนุน”

พุทธะอิสระจึงได้ให้สัมภาษณ์ สรุปประเด็นทั้ง ๖ คำถามไปว่า

ท่านนายก ท่านถามด้วยความห่วงใยบ้านเมือง

ท่านอยากเห็นประชาชน ทุกหมู่เหล่า มีส่วนในการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศ

ท่านต้องการให้การปฎิรูป เดินหน้าไปได้จนสำเร็จกระบวนการ

ท่านอยากเห็นคนไทย แผ่นดินไทยเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน

ไม่ใช่เจริญด้วยการปั่นตังค์เลย

ผลสุดท้าย รวยกระจุกอยู่กับคนไม่กี่ตระกูล

ที่เหลือนอกนั้นพากัน จนกระจายไปทั้งแผ่นดิน

อย่างที่ผ่านๆมา

สรุปสั้นๆง่าย คือ คำถามล่าสุดของท่านนายก

ต้องการให้ประชาชนรับรู้ถึง สภาพต้นตอ ของปัญหาบ้านเมือง

ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา

ต้องการโยนเหยื่อให้นักลากตั้งทั้งหลาย และบริวารได้ออกมาแสดงความคิดเห็น เพื่อประเมิน ดูท่าทีและวิธีคิดของคนเหล่านี้ เพื่อให้ประชาชน พิจารณาในขั้นต่อไปว่า

ประเทศนี้ควรจะฝากอนาคตเอาไว้ให้แก่คนเหล่านี้ได้หรือไม่

พุทธะอิสระ