ได้ยินข่าวว่า ลัทธิดูดทรัพย์บุญธรรมกายกำลังฟื้นคืนกิจกรรมออกมาขอส่วนบุญนอกวัดอีกแล้ว
ด้วยข้ออ้างสารพัดเหตุผลที่สุดแสนจะสวยหรูว่า
“สร้างความสุข และปลื้มใจแก่สาธุชนด้วยบุญสามัคคี ด้วยการตักบาตรพระภิกษุนับพันรูป”
“จัดปฏิบัติธรรมในมหกรรมเจริญพระพุทธมนต์ บำเพ็ญจิตตภาวนา ถวายสังฆทาน เพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา”
“การรวมศรัทธา ผู้รักษาให้สร้างสาธารณกุศลมอบทุนการศึกษาให้สถานศึกษาในเส้นทาง”
“กิจกรรมสานสามัคคีเครือข่ายบวร ร่วมทำความสะอาดวัด ดูแลรักษาศาสนสถานให้เป็นรมณียสถานศูนย์รวมใจของชุมชน”
“งานบุญแห่งความกตัญญูรู้คุณปุพพเปตพลี ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ”
ทั้งที่สำนักนี้มีประวัติเสียหายเรื่องเงินๆ ทองๆ และคำสอนมาตลอดจนถึงกับมีคดีความฟ้องร้องกันหลายสิบปี ทำเอาเจ้าลัทธิถึงต้องมุดดินหนีหายไป (เพราะลูกศิษย์บอกว่าเขาเดินไม่ได้ ลิ้มเลือดอาจไปอุดตันเส้นเลือดหัวใจ เลยต้องมุดดินหายไป)
การจัดกิจกรรมดูดทรัพย์ครั้งนี้ ผู้จัดพยายามจะโฆษณาให้เห็นว่าทำตามแนวทางของมหาเถรสมาคม ทำตามโครงการหมู่บ้านศีล ๕ ที่มหาเถรและรัฐสนับสนุนเพื่อแก้ปัญหาสังคม
หน่ำซ้ำยังยกสารพัดองค์กรที่อยู่ในเครือข่ายของตนที่อุปโลกน์ขึ้น เพื่อฟอกตัวให้ดูขาว จากข่าวฉาวที่มีอยู่ในสำนักนี้ เพื่อให้สาวกได้เห็นความอลังการยิ่งใหญ่ อบอวลไปด้วยกลิ่นไอของศรัทธาที่ถูกปลูก ถูกกระตุ้นจากกรรมวิธีอีเว้นท์ที่ลัทธินี้ถนัด
ทั้งที่หลักการบูชาในวันมาฆบูชา ท่านปรารภขึ้นเพื่อให้ระลึกถึงพระพุทธธรรมของพระบรมศาสดา ที่ทรงตรัสสรุปพุทธธรรมทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์เอาไว้แค่ ๓ ข้อ คือ
สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง
การไม่ทำบาปทั้งปวง
กุสะลัสสูปะสัมปะทา
การทำกุศล (คือความชาญอย่างถูกต้องงดงาม) ให้ถึงพร้อม
สะจิตตะปะริโยทะปะนัง
การชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้ว แจ่มใส
หลัก ๓ ข้อ ของพระบรมศาสดานี้จักเห็นได้ว่า ไม่มีคำว่า สัตว์ บุคคล ตัวตน เราเขา สิ่งของใดๆ ปรากฏเลย
มีแต่สิ่งที่ไม่ควรทำ และสิ่งที่ควรทำ และวิถีแห่งปัญญาล้วนๆ
แต่ลัทธิดูดทรัพย์นี้กลับนำเอาหลักธรรมอันบริสุทธิ์บริบูรณ์ ขององค์พระผู้มีพระภาคเจ้า มาจัดอีเว้นท์ เรียกศรัทธาหาตังค์
นี่มันเป็นวิถีของพวกนอกรีต นอกธรรม นอกวินัยชัดเจน
แล้วทำไมมหาเถร สำนักพุทธ รัฐบาล คสช. ถึงได้ปล่อยให้มันย่ำยีพระธรรมวินัยอยู่ได้อย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ช่างอย่างหนากันจริงๆ
แม้รัฐบาล คสช. จักใช้มาตรา ๔๔ จัดการกับสำนักนี้แล้ว
แต่กลับปล่อยให้มีการจัดอีเว้นท์ดูดเงินกันเป็นระยะ
รวมความว่า หลังจากใช้มาตรา ๔๔ ระดมกองกำลังมากมายไปปิดล้อม ตรวจค้นจนทำให้เจ้าลัทธิแสดงฤทธิ์มุดดินหนีไปแล้ว
แต่สิ่งที่ได้มา กลับแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปตามหลักพระธรรมวินัยเลย
ที่รัฐบาลมีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ มีพระประมุของค์ใหม่ของมหาเถรสมาคม มีผู้อำนวยการสำนักพุทธคนใหม่ ที่คนไทยมุ่งหวังไว้ว่า เข้ามาเป็นแสงสว่างในปลายอุโมงค์ให้ชาวพุทธ
แต่สถานภาพของพระธรรมวินัย ก็ยังถูกลัทธิดูดทรัพย์นี้ย่ำยีเหมือนเดิม
เป็นความมืดบอดเหมือนเดิม
หรือว่าแผ่นดินนี้มันต้องมีกบฏเพิ่มขึ้นอีก
ทุกอย่างจึงจะเข้าที่เข้าทาง ชัดเจน ถูกต้อง ซื่อตรง
แล้วที่พุทธะอิสระลงทุนเป็นกบฏ ทำได้แค่ทำให้เจ้าลัทธิไม่มีแผ่นดินอยู่กระนั้นหรือ
ทำไมปัญหาที่หมักหมมอยู่ในพระพุทธศาสนา แทบจักไม่ได้รับการแก้ไข
ใครกันที่มันคอยขัดขวางการปฏิรูปคณะสงฆ์ กิจการพระพุทธศาสนาและกฎหมายคณะสงฆ์
ใครกันที่มันคอยปกป้องลัทธิดูดทรัพย์นี้อยู่
พุทธะอิสระ
ขอขอบคุณภาพข่าวจาก http://www.tnews.co.th




