หยิบแล้ววาง วางแล้วว่าง ดับแล้วเย็น

0
50

วันนี้ขออนุญาตหยิบประเด็นข้อสงสัยของพี่น้องลูกหลานผู้ร่วมอุดมการณ์ มาชี้แจ้งแถลงไขเพื่อความเข้าใจกับอีกซักที

ผู้หวังดีมีประเด็นสงสัยถามว่า ท่านจะยอมถอดจีวรนอนคุกเมื่อรับฟังคำสั่งของอัยการในคดีกบฏ โดยไม่ยอมสู้คดีจริงๆ หรือ

เช่นนี้เท่ากับท่านยอมแพ้แล้วหรือ ?

พุทธะอิสระขออนุญาตอธิบายว่า ต้องขอบคุณในน้ำจิตน้ำใจของทุกท่าน ที่แสดงความห่วงใยจนวิตกกังวล ดั้นด้นเดินทางมาสอบถาม

พุทธะอิสระไม่เคยมีความคิดที่จะยอมแพ้ต่ออริราชศัตรูของแผ่นดินและศัตรูของพระธรรมวินัยเด็ดขาด ที่สู้ที่เสี่ยงจนความจริงปรากฏมาถึงทุกวันนี้ ก็เพราะไม่เคยกลัว ไม่เคยยอมแพ้ ทั้งที่รู้ว่าเราจักต้องเผชิญกับอันตราย และความอาฆาตพยาบาทจากผู้สูญเสียผลประโยชน์สารพัด

แต่เพื่อความมั่นคงของชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่ง ต่อให้ต้องสู้จนตัวตายก็ไม่เคยหวั่น

เหตุที่มีความคิดว่า เมื่อเราสมัครใจออกมาสู้ ก็ต้องพร้อมที่จักยอมรับผลของชะตากรรม ที่เรากระทำโดยไม่หลบหนีหรือหลีกเลี่ยง

วันแรกที่ก้าวเท้าเดินออกจากวัดเพื่อมาสู้ ก็ได้บอกกับแม่และตัวเองอยู่แล้วว่า เรายอมติดคุกดีกว่าต้องให้ประเทศชาติ ตกอยู่ในเงื้อมือทรราชที่โกงบ้านกินเมือง และปล้นพระพุทธศาสนา

เมื่อตัดสินใจเช่นนี้ การที่เราสามารถต่อสู้จนรอดมาได้ถึงวันนี้ ทั้งได้มาซึ่งความสำเร็จที่สามารถมองเห็นชัยชนะแห่งความถูกต้องได้ ด้วยการทำงานของ คสช.

พุทธะอิสระก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงอีกแล้ว

เราจึงควรที่จักทำตนให้เป็นแบบอย่าง ด้วยการยอมรับข้อกฎหมายเมื่อถูกกล่าวหา ก็พาตัวเข้าสู้กระบวนการพิจารณาของศาล

ส่วนเรื่องการสึกออกจากสมณะเพศนั้น เพราะมีเหตุผล ๔ ประการคือ

๑. ไม่มีเงินเงินหรือหลักทรัพย์ใดๆ ไปประกันตัว

๒. ไม่ต้องการให้ผ้ากาสาวพัสตร์ต้องมาตกเป็นจำเลย

๓. ไม่ต้องการไปรบกวนใครเขา เพราะตัวเราต้องพึ่งตัวเองให้ได้และเป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้เท่านั้น นี่คือหน้าที่และสำนึกที่มีมาตลอด

๔. เกรงใจ

รวมความว่า การที่พุทธะอิสระตัดสินใจยอมถอดจีวร นอนคุกก็ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวมา มิใช่เพราะพุทธะอิสระพ่ายแพ้หรือท้อถอย อีกทั้งชั่วชีวิตที่ผ่านมาไม่ต้องการที่จักหายใจโดยไม่ภาคภูมิ หากเราจักต้องกลายเป็นภาระของคนอื่น

เราจักยังหายใจอย่างภาคภูมิได้อยู่อีกหรือ

เหล่านี้คือเหตุผลที่พุทธะอิสระตัดสินใจจะถอนจีวรนอนคุก

แต่หลังจากมีการประชุมบรรดาพี่น้องลูกหลานผู้ร่วมอุดมการณ์ที่ศาลาวัดอ้อน้อย ซึ่งทุกคนแสดงสารพัดเหตุผลด้วยความห่วงใย ขอร้องอย่าให้พุทธะอิสระสึก จนกว่าจะต่อสู้คดีถึงศาลฎีกา

พุทธะอิสระก็ได้สดับในทุกเหตุผลด้วยใจที่เป็นกลาง

แต่พอมีผู้เสนอเหตุผลว่า

ท่านรู้ไหมว่า การที่ท่านต้องสึกก่อนที่คดีจักจบลง มันจักกลายเป็นแรงกระเพื่อมกระทบไปถึงรัฐบาล คสช. ที่ทุกคนสนับสนุนอยู่ พวกเขาอาจจะมองว่ารัฐบาล คสช. กำลังกลั่นแกล้งทำร้ายพี่น้อง กปปส. และแกนนำด้วยการให้อัยการยัดข้อหากบฏให้แกนนำ

พอได้ฟังดังนี้ จึงต้องคิดหลายตลบว่า หากเราสึกจริง ความฝันที่พวกเราต้องการเห็นต้องการปฎิรูปประเทศชาติเดินหน้าไปได้ คงจักต้องมีอุปสรรค์เป็นแน่

พุทธะอิสระจึงต้องกลับมานั่งทบทวนอีกหลายตลบ

วันนี้ตอบคำถามแค่นี้ก่อนนะจ๊ะ เพราะเหนื่อยแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้จักตอบคำถามข้อต่อไป

พุทธะอิสระ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here