คอมเม้นท์นี้มีประเด็นให้ต้องขยาย

0
366

ท่านทั้งหลายลองอ่านคอมเม้นท์ของผู้ใช้นามแฝงว่า โออิชิ โมไฮ กะว่ายุ
———————————
โออิชิ โมไฮ กะว่ายุ
เป็นอะไรกันหมดแล้วนี่ พระฟ้องพระ พระพุทธองค์ไม่มีความหมายใช่ไหม
———————————
ทีนี้ลองมาช่วยกันค้นหาดูซิว่าในอดีตเมื่อเกิดอธิกรณ์ขึ้นในหมู่สงฆ์

พระภิกษุผู้รู้เรื่องจะไปฟ้องใคร

จากหลักฐานในพระไตรปิฎกทั้งสาม จะปรากฏว่า

เมื่อมีภิกษุรูปใดรู้เห็นว่าภิกษุรูปใดละเมิดอาบัติ ประพฤติตัวไม่เหมาะสม มีการกระทำให้ชาวโลกติเตียน จนเป็นเหตุให้เกิด
ความเสื่อมเสียแก่คณะสงฆ์ เป็นผู้ไม่ละอาย

พระภิกษุผู้รู้เห็นรูปนั้น จักนำเรื่องไปฟ้ององค์พระผู้มีพระภาคเจ้า หรือไม่ก็โจทก์ขึ้นในท่ามกลางหมู่สงฆ์

เมื่อทรงทราบเรื่องจึงทรงให้ประชุมสงฆ์ แล้วทรงเรียกตัวภิกษุผู้ละเมิดอาบัติสร้างเรื่องรูปนั้นเข้ามาซักถาม

เมื่อได้ทรงรับทราบความจริง จึงทรงตำหนิภิกษุผู้ไม่ละอายนั้นเป็นอันมากต่อหน้าที่ประชุมสงฆ์

หากการละเมิดอาบัติของภิกษุผู้ไม่ละอายนั้นไม่ถึงกับอาบัติปาราชิก ทรงปรับอาบัติแก่ภิกษุผู้ไม่ละอายนั้นตามแต่โทษที่ได้กระทำ

โดยอาบัติเช่น สังฆาทิเสส และอนิยต ทรงอนุญาตให้พระสงฆ์และบุคคลควรเชื่อได้ คือ บุคคลที่อาจจะไม่ใช่ภิกษุก็ได้ มีส่วนร่วมในการระงับอธิกรณ์และลงทัณฑ์

ต่อมาเมื่อมีพระภิกษุสงฆ์สาวกมากขึ้น จึงมีพระพุทธานุญาตให้พระภิกษุที่เป็นมหาเถระ ผู้รู้ทางธรรม เป็นพระธรรมธร
ภิกษุผู้เจนจบวินัย เป็นพระวินัยธร

คอยทำหน้าที่ตีความในข้อกังขาที่พระภิกษุมีต่อพระธรรมวินัยให้กระจ่างชัด แล้วชี้ถูก ชี้ผิด ให้ภิกษุผู้ละอายควรปฏิบัติ ส่วนภิกษุผู้ไม่ละอายก็จะถูกปรับโทษตามความผิด

นอกจากจะทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้รู้เห็นอาบัติฟ้องร้องได้แล้ว ยังทรงปรับอาบัติแก่ภิกษุผู้ปกปิดอาบัติหรือผู้รู้เห็นการปกปิดอาบัติเอาไว้ด้วย

มาถึงยุคปัจจุบันในสังฆมณฑล มีใครบ้างที่ทำหน้าที่ชี้ถูกชี้ผิดให้สังฆมณฑลยอมรับ

แม้แต่มหาเถรก็ไม่เห็นออกมาทำหน้าที่ชี้ถูกชี้ผิดอะไรเลย
ขนาดกรณีคดีธรรมกาย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงออกมาทำหน้าที่ชี้ให้มหาเถรและคณะสงฆ์ได้เห็นถึงพฤติกรรมความวิปริตผิดธรรม ผิดวินัย ไม่ละอายของพวกลัทธิธรรมกาย แล้ว พวกมหาเถรทำอะไรบ้าง

นอกจากจะไม่ทำอะไรแล้ว ยังยกเอาเรื่องนิกาย เรื่องคำว่าอิจฉา เรื่องคนละพวกเข้ามาอ้างโดยไม่ใยดีต่อหลักธรรมวินัย

ทั้งยังปล่อยให้อลัชชีลอยนวลจนเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอย่างที่เห็นๆ

นี่ยังไม่รวมถึงสารพัดเรื่องร้องเรียน ต่อพฤติกรรมของพวกอลัชชีสมีที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ

ถามว่ามหาเถร เจ้าคณะปกครอง ทำอะไรได้บ้าง

ล่าสุดก็มีเรื่องร้องเรียนกันให้สนั่นเมืองไปว่า

พระเมือง พลวัฑโฒ หรือพระโพธิญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาส เสพเมถุนกับผู้หญิง

เจ้าอาวาสวัดปากน้ำมิชิแกน เสพเมถุน ถึงขนาดออดอ้อนกับสีกาคนสนิทว่าอยากจะมีลูกสาว เพราะรักเด็กผู้หญิง

ตามมาติดๆ ด้วยเจ้าอาวาสวัดเขาวงพรหมจรรย์ หมู่ ๑ ตำบลวังหิน อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ที่เลี้ยงผู้หญิงคนสนิทเอาไว้ใช้แก้เหงา แถมยังสารภาพกับคนใกล้ชิดว่า ตนขาดผู้หญิงไม่ได้เพราะเป็นคนขี้เหงา

เรื่องเหล่านี้ ชาวบ้านเขาร้องเรียนไปยังเจ้าคณะปกครองและกรรมการมหาเถรสมาคมจนนับครั้งไม่ถ้วน จนเขาสิ้นหวัง ถึงขนาดยกขบวนมาร้องเรียนต่อพุทธะอิสระ

ถามว่ามหาเถรทำอะไรบ้าง

นอกจากจะไม่ทำอะไรแล้วยังมีหน้ามาตำหนิติว่าผู้ฟ้อง ผู้ร้องเรียนอีก

เมื่อคณะสงฆ์ ศาลสงฆ์ ไม่เป็นที่พึ่งของสังฆมณฑลและชาวบ้าน เขาก็ต้องหันไปพึ่งศาลสถิตยุติธรรมทางโลก หรือจะให้ไปฟ้องศาลพระภูมิ

ดูพวกคุณจะชมชอบกับพฤติกรรมของอลัชชีผัวชาวบ้านที่มาอาศัยผ้าเหลืองหาเลี้ยงลูกเมียเสียจริง

ทีหลังถ้าพวกคุณจะเข้ามาคอมเม้นท์ด่าอะไรฉัน ก็ควรจะต้องหาข้อมูลให้ชัดเจน

อย่ามโนเอามันและสร้างบาปให้กับจิตตัวเองมากนัก มันน่าเสียดายชาติเกิด

ว่างนักก็ไปตามตัวเจ้าลัทธิผีบุญของพวกคุณมามอบตัวดีกว่า

อย่างมาเสียเวลามาตำหนิติด่าฉันอยู่เลย รู้สึกสมเพช

พุทธะอิสระ