มีข่าวว่ารัฐมนตรีประจำสำนักนายก นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และผู้เกี่ยวข้อง ได้เข้าประชุมร่วมกับตัวแทนของมหาเถรสมาคม โดยมี
พระพรหมบัณฑิต แห่งวัดประยุรวงศาวาส
พระพรหมโมลี วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
พระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิต มหาสีมาราม
ณ ห้องประชุมสีเหลือง พุทธมณฑล
หนึ่งในหลายประเด็นที่ประชุมกันมีเรื่องทำบัตรสมาร์ทการ์ดให้แก่พระภิกษุสามเณรทั่วประเทศ
ในประเด็นนี้แม้พุทธะอิสระจะไม่เห็นด้วยนัก เพราะที่เป็นเรื่องเป็นราวอยู่ในขณะนี้คือเรื่องการทุจริตโกงกินงบประมาณอุดหนุนวัดของสำนักพุทธ
การจับพระเณรมาตีทะเบียนมันดูไม่น่าจะเกี่ยวกับการจ่ายเงินทอน
แต่ถ้ามองในด้านความมั่นคงและความเป็นระเบียบเรียบร้อย พุทธะอิสระเห็นด้วยกับการทำบัตรสมาร์ทการ์ดพระเณร
จะได้รู้กันไปเลยว่ารูปไหนเป็นพระเณรไทย รูปไหนเป็นพระเณรเขมร พม่า ลาว ศรีลังกา และไทยใหญ่
เพราะทุกวันนี้เห็นเดินกันให้กวัดไกวเต็มบ้านเต็มเมือง โดยเฉพาะแถวๆ มหาลัยสงฆ์ทั้ง ๒ แห่ง ไม่รู้ว่าเข้าเมืองมาอย่างถูกต้องหรือไม่ แว่วๆ มาว่าพวกนี้ยังได้สิทธิ์งบอุดหนุนจากรัฐเท่าๆ กับพระเณรไทยอีกตะหาก
และช่วงที่มีการชุมนุมที่พุทธมณฑลในปี ๕๙ พวกพระต่างชาติพวกนี้แหละที่เป็นกำลังสนับสนุน
หากรัฐบาลสามารถทำบัตรสมาร์ทการ์ดประจำตัวพระเณรได้ พวกพระต่างชาติทั้งหลายจะได้กลับบ้านกลับเมืองไป หรือไม่ก็ต้องทำให้ถูกต้องตามระเบียบของการเข้าเมือง
ส่วนประเด็นที่ตัวแทนมหาเถรแสดงความห่วงใยในเรื่องการมีข่าวที่เกี่ยวข้องกับพระและวัดต่างๆ ในทางเสียหายต่อการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ว่าจะมีผลกระทบกับจิตใจของชาวพุทธ
พุทธะอิสระก็อยากจะตะโกนบอกบรรดากรรมการมหาเถรว่า ที่ชาวบ้านเขาสนใจเรื่องทุจริตเงินทอนวัดนั้น ก็เพราะเขาอยากรู้ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร ใครจะรับผิดชอบต่อการโกงเงินอุดหนุนวัดบ้าง
พุทธะอิสระให้สงสัยในวิธีคิดของพระสงฆ์เหล่านี้จริงๆ พวกท่านปล่อยให้มีการทุจริตจ่ายเงินทอนมาเป็นสิบๆ ปี ทั้งที่เงินงบประมาณนั้นก็เป็นเงินภาษีของราษฎร
มิใยที่พุทธะอิสระจะตะลอนไปยื่นเรื่องร้องเรียนกับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ ตั้งแต่ปี ๕๖
ยื่นเรื่องต่อสำนักพุทธในยุคที่ราชินีปลวกกัดกินบ้านเมือง
ยื่นเรื่องให้ สตง. ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ให้พิจารณาตรวจสอบ
ก็ไม่เห็นพวกกรรมการมหาเถรเหล่านี้ใส่ใจที่จะตรวจสอบ
พอมาวันนี้ คสช.เขาสนใจตรวจสอบ จนเรื่องแดง มีหลักฐานปรากฏชัดเจน สามารถที่จะเอาผิดแก่ผู้ร่วมรับรายจ่ายเงินทอนได้ เป็นข่าวเป็นคาวดังไปทั่วโลก
กรรมการมหาเถร ผู้ปกครองสงฆ์กลับมาทำเป็นหน้าบาง เป็นห่วงเป็นใยชื่อเสียงหน้าตาขึ้นมาเสียงั้น
หากเรื่องนี้ไม่แดง พวกเปรตกินเงินทอนคงจะอ้วนไปตามๆ กัน
แล้วความถูกต้อง สุจริต ศีลธรรม ต้นแบบที่งดงาม กรรมการมหาเถรไม่คิดจะห่วงกันบ้างหรือ
ไม่เข้าใจวิธีคิดของคนพวกนี้จริงๆ
พุทธะอิสระ






