อย่างนี้ไม่เรียกว่ากบฏแล้วจะให้เรียกว่าอะไร

0
680

จากพฤติกรรมของเจ้าลัทธิกบฏผีบุญยักยอกเงินวัด ๙๖๐ กว่าล้านบาท มาเป็นชื่อของตนแล้วให้ลูกน้องคนสนิทไปกว้านซื้อที่ดิน ๑,๒๐๐ กว่าไร่ มาเป็นชื่อตน พอถูกตรวจสอบ ทักท้วง จากสมเด็จพระสังฆราชจนถูกฟ้องร้อง พอเห็นท่าจะไม่รอดคุก ก็ยอมคืนเงิน แต่ไม่ยอมรับอาบัติปาราชิกที่พระสังฆราชทรงโจทก์

ขณะเดียวกันนายสมพร เทพสิทธา ได้ยื่นหนังสือโจทก์เจ้าลัทธิกบฏผีบุญ ในข้อหาอวดอุตริมนุสธรรม แกก็มีการเคลียร์คดีโดยยายชีอวบ ลูกน้องพระธรรมโมลีเจ้าคณะภาค ๑ แห่งวัดพิชัยญาติ ในขณะนั้น ซึ่งไม่รู้ว่ามีการจ่ายเงินจ่ายทองกันไปเท่าไหร่ จนนายสมพรต้องถอนฟ้องไปในที่สุด และตลอดเวลา ๑๐ กว่าปี ตั้งแต่ปี ๔๑ ถึงปี ๕๕ เจ้าลัทธิและผู้ใกล้ชิดถูกฟ้องร้องในคดีฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ถึง ๕๗ คดี แต่ก็เคลียร์คดีด้วยการจ่ายเงินจนถอนฟ้อง

ถึงปี ๕๔ – ๕๗ เกิดคดีฉ้อโกงยักยอกเงินฝากของสหกรณ์เคดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยอัครมหารัตนอุบาสกไวยาวัจกรของวัดพระธรรมกาย ซึ่งแต่งตั้งโดยเจ้าลัทธิกบฏผีบุญ

แต่พอมีเรื่อง เจ้าลัทธิกลับออกมาบอกว่าไม่รู้จักไม่เคยสนิทสนมด้วย ซึ่งจากหลักฐานของเจ้าพนักงานสอบสวน นายศุภชัยได้จ่ายเงินของสหกรณ์เข้าบัญชีของเจ้าลัทธิเป็นการส่วนตัว เป็นเงินหลายร้อยล้านบาท พอพุทธะอิสระร้องขอให้เจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ ไปเจรจา ขอคืนเงินมาให้กับผู้เฒ่าผู้แก่ที่ต้องเสียเงินก้อนสุดท้ายที่พวกเขาเก็บหอมรอมริบเอาไว้กินดอกยามเจ็บป่วย แต่กลับถูกนายศุภชัยประธานสหกรณ์ยักยอกเอาไปให้กับลัทธิกบฏผีบุญและเจ้าลัทธิเป็นพัน ๆ ล้านบาท

สิ่งที่พุทธะอิสระและผู้เสียหายได้รับคำตอบก็คือ อยากได้เงินคืนให้ไปฟ้องร้องเอา พอเขาจะเอาเรื่องเข้าจริง ๆ ก็ขอเจรจาจ่ายเงินคืน โดยมีเงื่อนไข ให้ถอนฟ้องในคดีแพ่ง

ต่อมาเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ ได้ทำการสืบสวนสอบสวนในคดีอาญาจนได้หลักฐานแน่ชัด สามารถจับตัวนายศุภชัย อัครมหารัตนอุบาสกไวยาวัจกรของวัดฟ้องศาลอาญา ศาลอาญาพิพากษาให้ ๓๒ ปี รับสารภาพลดกึ่งหนึ่งเหลือ ๑๖ ปี

ทั้งยังมีหมายเรียกเจ้าลัทธิมาให้ปากคำ แต่จนแล้วจนรอด เขาก็ไม่มา ไม่ว่าจะนัดซักกี่รอบ ออกซักกี่หมายแต่เจ้าลัทธินี้ก็หาได้ไยดี จนนำมาซึ่งศาลออกหมายจับ

พอเจ้าหน้าที่จะเข้าไปจับ สาวกก็ออกมาขัดขวางสารพัดวิธี จนมีวลีเด็ดออกมาว่า บ้านเมืองยังไม่เป็นประชาธิปไตย หลวงพ่อจะยังไม่ยอมมอบตัว รวมทั้งเจ้าลัทธิให้ลูกศิษย์ออกมาบอกว่าจะขอตายอยู่ในวัด จะไม่ยอมมอบตัวเด็ดขาด

แม้ในเวลานี้รัฐบาลประกาศใช้มาตรา ๔๔ เพื่อขอเข้าค้น นำตัวผู้ต้องหามาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เมื่อค้นได้แค่ ๓ วัน ก็เป็นอันต้องยุติการค้นเพราะถูกต่อต้านจากบรรดาสาวก แล้วก็ออกมาโพนทะนาบิดเบือนใส่ร้ายว่าเจ้าหน้าที่ค้นหมดแล้ว ทำไมยังต้องมาค้นอีก พร้อมกับเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา ๔๔

ทั้งที่แท้จริงแล้วเจ้าหน้าที่เพิ่งจะค้นได้แค่ ๑ ใน ๑๐ ส่วนเท่านั้น ๒๐ กว่าวันที่ผ่านมา มีการระดมสาวกให้เข้ามาร่วมชุมนุมต่อต้านอำนาจรัฐ จนเป็นเหตุให้มีคนเจ็บป่วยตายคาสำนัก

เจ้าหน้าที่รัฐทั้งทหาร ตำรวจ ดีเอสไอ ข้าราชการการปกครอง ต้องมายืนกลางถนนตากแดดปิดล้อมรอบสำนักจำนวนเกือบ ๕,๐๐๐ นาย ต้องสูญเสียงบประมาณไปไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท

ขณะเดียวกัน ลัทธิกบฏผีบุญ และหัวคะแนนฝ่ายการเมืองก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อปลุกระดมผู้คนให้เข้ามาร่วมชุมนุมกดดันต่อต้านกับเจ้าหน้าที่รัฐ

มิไยที่เจ้าคณะปกครอง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะออกคำสั่งประกาศห้ามพระและฆราวาสเข้ามาชุมนุมในเขตพื้นที่ควบคุม แต่พวกกบฏผีบุญพวกนี้ก็หาได้ปฏิบัติตามไม่

แม้กระทั่งข้อตกลงที่เจ้าลัทธิได้ทำไว้กับมหาเถรสมาคม ในวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๔๒ โดยพระธรรมโมลีแห่งวัดพิชัยญาติ ได้มีข้อกำหนดที่ลัทธินี้จะต้องปฏิบัติตามโดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ๔ ข้อ ดังนี้คือ

๑. ให้วัดพระธรรมกายมีการเรียนการสอนพระอภิธรรม

๒. ให้วัดพระธรรมกายมีการปฏิบัติบำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติบรรลุถึงวิปัสสนาญาณตามลำดับขั้น ดังที่ปรากฏตามคัมภีร์พระไตรปิฎก

๓. ให้วัดพระธรรมกายสำรวมในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด

๔. ให้วัดพระธรรมกายปฏิบัติตามกฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งมติ ประกาศ พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช โดยเคร่งครัดเป็นพิเศษ

ทั้งนี้เพื่อความสงบเรียบร้อยดีงามของวัดและพระพุทธศาสนา

ข้อตกลงเหล่านี้ พวกลัทธิกบฏผีบุญก็หาได้ไยดีไม่ ทั้งที่ทำข้อตกลงกันมาตั้งแต่ปี ๔๒ เป็นต้นมา แต่ก็ปรากฏว่า ลัทธินี้ทำไม่ได้ซักข้อ ทั้งยังทำสิ่งที่ตรงกันข้ามมาโดยตลอด จนก่อให้เกิดความเสียหายและเป็นภัยต่อความมั่นคงของศาสนจักรและอาณาจักร ดังที่ท่านทั้งหลายได้เห็น เช่นนี้จะไม่เรียกว่า “กบฏผีบุญได้กระนั้นหรือ”

พุทธะอิสระ