เขียนเมื่อเวลาตี ๒ ครึ่ง

0
129

วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ที่ ๑๘-๒๐ มานี้

ณ พื้นที่ท้องสนามหลวง มีพี่น้องประชาชนต่างพากันเดินทางทยอยมาแสดงความไว้อาลัยและกราบพระบรมศพของพ่อผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐเป็นจำนวนมาก

แต่ละวันมีไม่ต่ำกว่าแสนห้าหมื่นคน จนถึง ๒ แสนกว่าคน นี่เป็นตัวเลขของเจ้าหน้าที่กทม.แจ้งยอดให้ฉันได้ทราบ

หลายคนเดินทางมาถึงท้องสนามหลวงตั้งแต่ตี ๓ เพื่อมาเข้าแถวรอคิว แต่กว่าจะได้เข้าไปกราบพระบรมศพก็ปาเข้าไปถึงบ่าย ๒ โมง เพราะมีผู้คนมาเข้าคิวรอก่อนพวกเขาเป็นเรือนพันเรือนหมื่น
ภาระจึงตกหนักมาที่เต็นท์หมายเลข ๙ ที่จะต้องตระเตรียมอาหารและน้ำดื่มเอาไว้แจกพี่น้องประชาชนตั้งแต่ตี ๕ จนถึง ๒ ทุ่ม ซึ่งก็ไม่สามารถเลี้ยงได้ทุกคน ไม่ใช่เพราะของไม่พอ แต่เพราะผลิตไม่ทัน

วันๆ หนึ่งผลิตอาหารแจกไม่ต่ำกว่า ๑๐-๒๐ ครั้ง เรียกว่ากระทะขนาดใหญ่ผัดข้าว ก๋วยเตี๋ยวหรือต้มยำทำแกงเลี้ยงคนได้ไม่ต่ำกว่า ๓ พันคน

วันหนึ่งต้องทำถึง ๑๕-๒๐ กระทะ ใช้แก๊สถังใหญ่เฉพาะแค่เตาลูกเดียว วันหนึ่ง ๒ ถัง

เตาที่เต็นท์หมายเลข ๙ มีถึง ๕ เตา แต่ละเตาก็หาได้ว่างเว้นเลย ทั้งต้ม ทั้งทอด ทั้งผัด

ถึงกระนั้นก็ยังผลิตอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานพระบรมศพของพ่อ

เวลานี้สภาพแม่ครัวพ่อครัวไม่ว่าจะเป็นภายในวัด หรือที่เต็นท์หมายเลข ๙ ต่างอ่อนเพลีย หมดเรี่ยวแรงไปตามๆ กัน ทยอยกันป่วย ลาหยุด ลาพัก นอนโรงพยาบาล ฉีดยาให้น้ำเกลือกันเป็นทิวแถว

อีอ้วนหัวหน้าแม่ครัวที่วัดถึงกับร้องไห้เวลาที่ฉันโทรสั่งให้เตรียมอาหาร ฉันได้ยินมันร้องไห้โฮทางโทรศัพท์แล้วบอกว่าหลวงปู่เจ้าคะ เวลานี้พวกแม่ครัวเหลืออยู่แค่ ๔ คน นอกนั้นไปกันหมดแล้วเจ้าค่ะ

แล้วหลวงปู่สั่งให้ลูกเตรียมอาหารมื้อเช้าเพื่อไปแจกก่อนตอนตีห้า ๕ พันชุด ลูกคงต้องตายแน่ๆ เลย

ฉันจึงดุมันว่า อีอ้วน มึงหลุดอะไรอีกล่ะ ไม่ไหวก็หยุดพัก นอนให้น้ำเกลือซักขวดสองขวด ดีขึ้นแล้วจึงกลับมาทำต่อ

อีอ้วนมันพูดมาทางโทรศัพท์ขณะที่ฉันอยู่ท้องสนามหลวงว่า พวกแม่ครัวที่เหลือต่อให้ให้น้ำเกลือก็เอาไม่อยู่หรอกเจ้าค่ะ

ฉันจึงพูดสวนมันเพื่อให้มันหัวเราะว่า หากน้ำเกลือเอาไม่อยู่ เช่นนั้นก็แช่น้ำปลาก็แล้วกัน

เอางี้ ต่อไปนี้พวกมึงไม่ต้องปรุงอาหารมาส่งให้ที่เต็นท์ดอก พวกมึงทำหน้าที่แค่จัดซื้อตระเตรียมวัตถุดิบประกอบอาหารตามที่กูสั่งก็แล้วกัน

และต้องรายงานทุกวันเช้าเย็นด้วยว่ามีวัตถุดิบหรือของที่ชาวบ้านเขานำมาบริจาคอะไรบ้าง

กูจะได้กำหนดเมนูให้ตรงต่อวัตถุดิบที่มี และหากมีของขาดเหลือจะได้สั่งซื้อเพิ่มเติมเพื่อให้พอแก่คนกิน

อีอ้วนจึงย้อนถามฉันกลับมาว่า ให้พวกลูกเตรียมวัตถุดิบไปแล้วใครจะเป็นคนปรุงล่ะเจ้าคะ

ฉันจึงตอบว่า กูและพวกไอ้แป๊ะ ไอ้ตั้ม เจ้าทิม เจ้าหนุ่ม เจ้าหมู ดาบแสบ และลูกมือ ที่พอจะเรียกใช้ได้ ให้มาช่วยกูปรุงอยู่หน้าเตา
เอาเป็นว่าต่อไปนี้พวกมึงมีหน้าที่ตระเตรียมวัตถุดิบให้พอก็แล้วกัน
อีอ้วนจึงย้อนถามฉันกลับมาว่า แล้วหลวงปู่จะปรุงอาหารทันต่อคนที่เขามาหรือเจ้าคะ เพราะเขามากันตั้งแต่ตอนกลางคืน

ฉันจึงตอบมันว่า กูก็เดินทางออกจากวัดเช้าหน่อยซักตีสี่ตีห้า ถึงสนามหลวงก็ประมาณ ๖ โมงเศษ

เพราะตอนเช้ามืดพวกอีเหน่งเขาจะมาเลี้ยงกาแฟ คุกกี้ แซนวิช วันละ ๓-๔ พันชุดประจำอยู่แล้ว

ยิ่งตอนนี้กทม.และทหารเขาแบ่งพื้นที่ๆคนมารอเข้าไปกราบพระบรมศพให้แต่ละเต้นท์รับผิดชอบ สำหรับเต้นท์หมายเลข ๙ ของเราได้รับผิดชอบแถวตั้งแต่หมายเลข ๗ ถึง ๑๒ หรือหมวด ค และ ง

ซึ่งก็จะมีคนทยอยกันมานั่งรอเข้าคิวไม่ต่ำกว่า ๓-๔ พันคนในแต่ละรอบ หากคนมากันแน่นมากเราก็อาจเลี้ยงได้แค่วันละ ๒ รอบ แต่ถ้าคนไม่แน่นมากเราก็ประกอบอาหารเลี้ยงรอบละ ๑-๒ ชั่วโมง
สรุปรวมความว่า เราต้องเลี้ยงอาหารทั้งที่เต็นท์หมายเลข ๙ และเต็นท์หมวด ค และ ง ด้วย

เมื่อภาระงานมันเพิ่มมากขึ้น พวกมึงก็ไม่ต้องทำอาหาร แค่มีหน้าที่จัดเตรียมตามคำสั่งแล้วที่เหลือกูจะจัดการเอง

อีอ้วนมันจึงย้อนถามฉันกลับมาว่า แล้วหลวงปู่จะไหวหรือเจ้าคะ
ฉันจึงพูดแซวมันกลับไปว่า กูเป็นใคร กูพุทธะอิสระ พญาราชสีห์แห่งเวทีแจ้งวัฒนะนะเว้ย ไม่ใช่หมาขี้เรื้อน

เอาเป็นว่า เมื่อไหร่ที่กูไม่ไหวและล้มลง พวกมึงก็หามกูไปแช่น้ำปลาด้วยก็แล้วกัน

พุทธะอิสระ