ประชาธิปไตยของไทยที่ผ่านมา
คนไทยเอือมระอาต่อพฤติกรรมของนักการเมืองอย่างเหลือทน
จนนำมาซึ่งผู้คนออกไปเดินกันเต็มถนนเพื่อขับไล่รัฐบาลประชาธิปไตย นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงขึ้นในบ้านเมือง ด้วยการมีรัฐบาล คสช. เข้ามาแก้ปัญหาบ้านเมืองและจัดระเบียบนักการเมืองด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญที่พึ่งผ่านกระบวนการประชามติ
ฉะนั้นผลคะแนนจึงออกมาว่าเสียงส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๙ ทั้งฉบับ ณ เวลา ๑๙:๓๓ น. (ร้อยละ ๙๔) ปรากฏว่ามีผู้เห็นชอบถึง ๑๕,๕๖๒,๐๒๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๖๑.๔๑ ไม่เห็นชอบ ๙,๗๘๔,๖๘๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๘.๕๙
และมีการรับคำถามพ่วงด้วย ซึ่งมีคะแนนการรับคำถามพ่วง คือ ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง ๕ ปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี พบว่ามีผู้เห็นชอบถึง ๑๓,๙๖๙,๕๙๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๘.๑๑ ไม่เห็นชอบ ๑๐,๐๗๐,๕๙๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๑.๘๙
ส่วนผู้ที่ไม่เห็นชอบก็มิได้หมายความว่า ไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ แต่เพราะเขาต้องการให้รัฐบาล คสช. อยู่ต่อ จึงไม่ออกมารับร่าง เช่นนี้ก็มี
ผลการลงประชามติครั้งนี้ มันบอกอะไรให้กับรัฐบาลและบรรดานักการเมืองได้หลายอย่าง
จึงสมควรที่บรรดานักการเมืองทั้งหลาย รวมทั้งรัฐบาล คสช. ด้วย ต้องกลับมาคิดทบทวนบทบาทตนเองว่า จะปฏิรูปตน ปฏิรูปพรรคอย่างไร ปฏิรูปการทำงานของ คสช. เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของภาคประชาชนทั้งประเทศได้อย่างไร
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ คุณมีชัยและคณะเขาเขียนขึ้นมา สำหรับปราบนักการเมืองขี้ฉ้อ สกัดกั้นคนไม่ดี ไม่ให้เข้ามาปกครองบ้านเมืองโดยเฉพาะ
หวังว่าเมื่อมีการเลือกตั้งในคราวหน้าคงจะไม่มีนักการเมืองขี้ฉ้อคนใดหลุดเข้ามาในสภาได้นะ
ส่วนนักการเมืองที่ดี ที่ซื่อตรง น่าจะไม่ต้องหวาดกลัวใด ๆ เพราะยังไงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขาเปิดโอกาสให้คนดีเข้ามาปกครองบ้านเมืองอยู่แล้ว
ฉะนั้นใครที่พยายามจะอธิบายว่า เพราะประชาชนเขาต้องการเลือกตั้ง จึงได้พากันออกไปรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นั่นก็เป็นเพียงเหตุผลส่วนหนึ่งเท่านั้น
แต่ยังมีสาระสำคัญ คือ คำถามพ่วงที่ให้ ส.ว. เลือกนายกคนนอกได้ นี้ตะหากเล่า ที่เป็นตัวชี้วัดความนิยมในรัฐบาล คสช. และตัวนายกรัฐมนตรี
เมื่อผลการทำประชามติออกมาเช่นนี้
ก็เท่ากับว่า ๒ ปี ที่ผ่านมารัฐบาล คสช. ทำงานเข้าตากรรมการ จึงทำให้ประชาชนทุ่มเทคะแนนให้อย่างท่วมท้น
แต่รัฐบาลก็ไม่ควรประมาท
รัฐบาลควรจะต้องตรวจสอบดูว่ามีภาคไหน จังหวัดไหน เขตไหนที่คะแนนรับร่างอ่อนด้อยไป
ต้องถือว่าเป็นภารกิจที่สำคัญจำเป็นเร่งด่วนของรัฐบาล คสช. จะต้องเข้าไปแสดงความจริงใจ ในการทำงานรับใช้บ้านเมืองและช่วยเหลือ ชี้แจงให้พวกเขาเหล่านั้นได้รับรู้ถึงความซื่อตรงจริงใจของรัฐบาล
อีกทั้งผลการทำประชามติออกมาหาได้แค่รับร่างอย่างเดียว แต่มีการรับคำถามพ่วงด้วย ซึ่งมีคะแนนการรับคำถามพ่วงที่มีผู้เห็นชอบถึง ๑๓,๙๖๙,๕๙๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๘.๑๑ ไม่เห็นชอบ ๑๐,๐๗๐,๕๙๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๑.๘๙
นี่ย่อมแสดงว่าความนิยมชื่นชอบของประชาชนที่มีในรัฐบาล คสช. และตัวท่านนายกฯ คะแนนเหล่านี้คือ ดัชนีชี้วัดว่าการทำงานอย่างทุ่มเท ซื่อตรง จริงใจ จนประชาชนสัมผัสจับต้องได้ของ คสช. ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ ชาวบ้านเขารับรู้อยู่แก่ใจ เขาจึงให้รางวัล ให้กำลังใจ โดยการเทคะแนนนิยมเลือกคำถามพ่วง ที่พวกนักการเมืองอ้างว่าไม่เป็นประชาธิปไตย
ซึ่งบรรดานักการเมืองทั้งหลายก็สมควรจักดูไว้เป็นเยี่ยงอย่างว่า ทำดี ซื่อสัตย์ สุจริต ย่อมมีผลดีตอบแทน
หากวันนี้บรรดานักการเมืองทั้งหลายยังมืดบอด ดูไม่ออก มั่วแต่โทษนั่นโทษนี่ แต่ไม่เคยโทษตัวเองเลย เช่นนี้ก็อยู่รอให้สูญพันธุ์ไปเถอะ อย่าได้ผุดได้เกิดอีกเลย
ต้องขอขอบคุณทุกเสียง ทุกสิทธิ ทุกกำลังใจ ที่ทุ่มเทให้กับรัฐบาล คสช. และท่านนายกประยุทธ์ ที่พวกเขายอมเสียสละเพื่อบ้านเพื่อเมือง และออกมาปกป้องสถาบันอันเป็นที่รักยิ่ง
ฉันเชื่อว่าสิ่งที่คนไทยทุกคนออกมาลงคะแนนรับร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วงอย่างมากมายเช่นนี้ ย่อมเป็นเครื่องแสดงความขอบคุณจากคนทั้งประเทศได้ดียิ่ง
พวกเราคนไทยผู้มีหัวใจรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ หวังใจว่าท่านนายกประยุทธ์ และคณะ คสช. จะตั้งใจ ทุ่มเททำงานเพื่อบ้านเมืองและวางรากฐานให้กับอนาคตลูกไทย หลานไทย ให้ก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างปลอดภัย มั่นคง รุ่งเรือง
ท้ายนี้ต้องขอขอบใจ กกต. กระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทหารตำรวจทุกท่านทุกฝ่าย ที่ทำให้การลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
ขอบคุณ คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ และคณะยกร่างรัฐธรรมนูญทุกคนที่ทำให้รัฐธรรมนูญในฝันของคนไทยคลอดรอดมาได้อย่างปลอดภัย และสำเร็จประโยชน์
ขอบคุณรัฐบาล คสช. และคณะรัฐมนตรี ท่านนายกประยุทธ์และคุณประวิตร ที่ทุ่มเททำงานเพื่อบ้านเมืองจนเป็นที่ยอมรับของประชาชน
ขอบคุณลุงกำนันและมวลชนทุกเวทีที่อยู่ในนาม กปปส. ที่เป็นแรงผลักดันอันสำคัญในระดับล่าง ที่ช่วยให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง จนนำมาซึ่งการตัดสินใจที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศในที่สุด
และขอบคุณแกนนำเวทีแจ้งวัฒนะ รวมทั้งพี่น้องแจ้งวัฒนะทุกๆ คน ที่ทุ่มเททำงานอย่างหนักในภารกิจที่มอบหมายให้ จนนำมาซึ่งความสำเร็จอันงดงาม
ขอบคุณทุกความเสียสละอย่างซื่อตรง ที่ให้ต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์
และขอส่งสัญญาณไปยังบรรดาพวกนักการเมืองที่ออกมาประกาศว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงว่า
เมื่อพวกคุณไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว คุณจะมาลงสมัครรับเลือกตั้งโดยบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มันจะสมควรหรือ
หรือเข้าตำราที่ว่า เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง
ต่อมสำนึกน่ะมีไหม
พุทธะอิสระ
[ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก NationTV22 และ อินเทอร์เน็ต]























