แหม…แหม นี่ถึงขนาดออกมารุมกัดรุมทึ้งกันเลยเชียวหรือ

0
145

บทความ

แหม…แหม นี่ถึงขนาดออกมารุมกัดรุมทึ้งกันเลยเชียวหรือ

๒๗ มีนาคม ๒๕๕๙

270359 บทความ แหม...แหม นี่ถึงขนาดออกมารุมกัดรุมทึ้งกันเลยเชียวหรือ (4)

………………………………….………………..
ข่าวสดรายวัน ฉบับที่ 9249
วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2559 ปีที่ 25

เมื่อวันที่ 24 มี.ค. นายเมธาพันธ์ โพธิ ธีรโรจน์ เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา(สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ.ร่วมกับศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย(ศพศ) จัดประชุมกับภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธทุกเครือข่ายทั่วโลก โดยใช้ระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์หารือกับองค์กรสมัชชาสงฆ์ไทยในอเมริกา องค์กรพระ ธรรมทูตไทยในยุโรป และองค์กรอื่นๆ ที่อยู่ต่างประเทศอีก 4 องค์กร เพื่อหารือแนวทางในการเคลื่อนไหว หลังจากที่พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จันทสาโร) เลขาธิการ ศพศ ในฐานะแกนนำเครือข่ายชาวพุทธฯ ประกาศยุติการเคลื่อนไหวตามคำขอร้องของรัฐบาล เพื่อให้รัฐบาลเดินหน้ากระบวนการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช แต่ปรากฏว่ารัฐบาลไม่ดำเนินการตามคำพูด ดังนั้น ภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธจึงได้หารือกันและสรุปได้ 3 ประเด็นหลักๆ ดังนี้ 1.ในขณะที่พระเมธี ธรรมาจารย์ ประกาศยุติการเคลื่อนไหวเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการเรื่องสถาปนาสมเด็จ พระสังฆราช แต่ดูเหมือนรัฐบาลไม่ดำเนินการใดๆ แล้วยังปล่อยให้พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ออกมาจาบจ้วงสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ที่ประชุมจึงมติให้ พระเมธีธรรมาจารย์ กลับมาเป็นแกนนำภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธอีกครั้ง

นายเมธาพันธ์กล่าวต่อว่า 2.ที่ประชุมได้ทบทวนเหตุการณ์ที่ พล.อ.ไพบูลย์ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีรถโบราณ ที่สมเด็จ พระมหารัชมังคลาจารย์เป็นผู้ครอบครอง แต่ดูเหมือนว่าคำที่ให้สัมภาษณ์มีวาระซ่อนเร้นและใช้คำพูดกิริยาที่จาบจ้วงสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ และยังลงมาดูคดีดังกล่าวด้วยตนเอง ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติว่าจะนำรายชื่อที่รวบรวมมาทั้งหมดกว่า 60,000 รายชื่อ นำไปยื่นกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จำนวน 20,000 รายชื่อ เพื่อเสนอให้ปลดจากตำแหน่งหรือย้ายพล.อ.ไพบูลย์ โดยจะนำรายชื่อไปยื่นช่วงต้นเดือนเม.ย.นี้

และ 3.กรณีที่พระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ท้าทายคณะสงฆ์ให้คณะสงฆ์แจ้งความดำเนินคดีกับท่าน ที่ประชุมมติเรื่องดังกล่าวว่า จะสนองตอบโดยการให้คณะสงฆ์ทั่วประเทศแจ้งความทุกสถานีตำรวจภูธรทั่วประเทศใน 2 ข้อหาคือ ละเมิดพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2535 มาตรา 44 ทวิ ที่บัญญัติว่า ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายสมเด็จพระสังฆราช ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 44 ตรี ที่บัญญัติว่า ผู้ใดใส่ความคณะสงฆ์หรือคณะสงฆ์อื่นอันก่อให้เกิดความเสื่อมเสียหรือความแตกแยก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(ขอบคุณข่าวจากข่าวสด)
https://daily.khaosod.co.th/view_news.php…
………………………………….………………..

แต่ก็น่ายินดีที่แกนนำ นปช. รุ่น ๒ อย่างนายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ ถึงกับโผล่ออกมาแสดงตนเป็นหัวหอกในศึกครั้งนี้อย่างเด่นชัด

ดูท่าศึกครั้งนี้น่าจะเป็นศึกครั้งสุดท้ายของลัทธิกินรวบประเทศไทยแล้วกระมัง

เมื่อพวกลัทธิกินรวบประเทศไทยโดนต้อนจนถึงทางตัน เลยหันมาแว้งกัดบ้างเพื่อหวังพลิกสถานการณ์

พี่น้องประชาชนคนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และ กปปส. ทุกคนก็เตรียมตัวให้พร้อม ทั้งรายชื่อและตัวบุคคล

หากพวกลัทธิกินรวบประเทศไทยออกมาข่มขู่คุกคามรัฐบาลเมื่อไหร่

พวกเราก็พร้อมจะเป็นแรงหนุนให้กับรัฐบาลหากเขาเหลือบ่ากว่าแรง

เมื่อใดพวกลัทธิกินรวบประเทศไทยนำรายชื่อไปยื่นถอดถอน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม และผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา

พวกเราก็จะนำ ๒ แสนรายชื่อไปยื่นถอดถอนนายเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ รองคณบดีคณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และยุบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติทิ้งเสีย

ส่วนพวกลัทธิกินรวบประเทศไทย จะให้ภิกษุสงฆ์ทั่วประเทศไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษแก่พุทธะอิสระใน ๒ ข้อกล่าวหา คือ

๑. ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระสังฆราช
๒. และใส่ความคณะสงฆ์

พุทธะอิสระพอเข้าใจได้นะว่านี่คือการแจ้งความแก้เกี้ยวในกรณีที่พุทธะอิสระไปยื่นหนังสือ สตง. ให้ตรวจสอบการอนุมัติเบิกจ่ายเงินอุดหนุนกิจกรรมศาสนกิจของสมเด็จพระสังฆราชปีละ ๒๓ ล้าน ที่มีการเบิกจ่ายโดยมิชอบ

และเงินงบประมาณของสำนักพุทธ มหาเถรสมาคม ปีละกว่า ๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่มีการทุจริต

รวมทั้งเงินอุดหนุนมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง ๒ แห่ง รวมปีละกว่า ๒,๖๐๐ ล้านบาท ที่มีการเบิกจ่ายอย่างผิดระเบียบ

การไปยื่นหนังสือให้ตรวจสอบการทุจริตครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการนำไฟไปแหย่รังแตน

แตนย่อมรักตัวกลัวตาย ออกมาอาละวาดรุมต่อยผู้เผารัง

พุทธะอิสระได้เตรียมใจพร้อมรับสถานการณ์เอาไว้แล้ว

ส่วนข้อกล่าวหาว่าพุทธะอิสระดูหมิ่นอาฆาตมาดร้ายต่อพระสังฆราช

ขอโทษ ถามหน่อยว่าพระสังฆราชองค์ไหนหรือ ?

หากเป็นสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก พระผู้บริสุทธิ์ บริบูรณ์ ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา

พุทธะอิสระ มิหาญกล้าแม้แต่จะคิดดูหมิ่น

ซึ่งพระองค์ได้ทรงทิวงคตไปแล้ว

ยังไม่มีการสถาปนาโปรดเกล้าแต่งตั้งใครเป็นพระสังฆราช

ปัจจุบันนี้ ประเทศไทยยังไม่มีพระสังฆราช

จะมากล่าวหาว่าพุทธะอิสระดูหมิ่นพระสังฆราชได้อย่างไร

หรือพวกลัทธิกินรวบประเทศไทยได้สถาปนาพระสังฆราชของตนเองเรียบร้อยแล้ว

มักใหญ่ใฝ่สูงกันขนาดบังอาจละเมิดพระราชอำนาจเชียวหรือ

ส่วนข้อกล่าวหาว่าพุทธะอิสระใส่ความคณะสงฆ์

ขอถามว่าสมเด็จช่วงเป็นพระสงฆ์ หรือ ธัมมชโยเป็นพระสงฆ์ หรือมหาโชว์ หรือเฮียประสาร เป็นสงฆ์หรือ

ช่วยบอกให้สังคมรับรู้หน่อยว่า ที่พวกลัทธิกินรวบประเทศไทยกล่าวหาว่าพุทธะอิสระใส่ความพระสงฆ์นั่นน่ะคือใคร

เพราะจำได้ว่า คำว่าพระสงฆ์ หมายถึง ภิกษุรวมกันตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป

หรือถ้าภิกษุนั้นบรรลุอริยธรรม เป็นพระอริยบุคคล แม้เพียงรูปเดียวก็เป็นพระสงฆ์ได้

เอาเป็นว่า เมื่อกล้าที่จะแจ้งความ ก็ต้องกล้าที่จะไปพิสูจน์ในชั้นศาล

และก็ต้องกล้าที่จะยอมรับชะตากรรมอันจะเกิดขึ้นจากการกระทำของตนด้วย

งานนี้ดีใจจัง จะได้พิสูจน์กันเสียทีว่า ความจริงนั้นสามารถชนะพวกขี้เท็จได้หรือไม่

กล้าๆ แจ้งความไวๆ แล้วเตรียมตัวหาข้อมูลเอาไปใช้อธิบายเบิกความให้แก่ศาลได้ฟังด้วย

ส่วนเรื่องเงินคงไม่ต้องกังวลมั้ง

เพราะได้ยินมาว่า มีเงินก้อนโตลอยมาจากต่างประเทศแล้วนี่

ขอบอกว่า หากจะต้องสู้ตายกับพวกลัทธิกินรวบประเทศไทยแล้ว พุทธะอิสระไม่เคยหวั่น ไม่งั้นคงไม่ไปเป็นพญาราชสีห์แห่งเวทีแจ้งวัฒนะหรอก ขอบอก

พุทธะอิสระ