หลายท่านคงได้ดูการถ่ายทอดสด กรณีทนายประสิทธิ์ สันจิตร สาวกธรรมกาย เข้ามาขอโทษตามคำสั่งศาลแล้ว
เรียกว่า พอมาถึงก็อย่างที่ท่านได้เห็น คือประมาณว่าท่องมาแบบติดปาก เหมือนกับพระ-เณรในวัดอ้อน้อยท่องได้ นั้นคือการขอขมาต่อพระรัตนตรัย
แต่พอได้พูดคุยซักถาม ในประเด็นว่า ทำไมถึงได้มากล่าวหาฉันด้วยอาบัติปาราชิก
เขาก็ยังปฏิเสธว่า ไม่ได้กล่าวหา
พอเรานำหลักฐานเดิมที่เขากล่าวหามายืนยัน
เขาก็ไพล่ไปว่า แค่ต้องการให้มีการตรวจสอบตามสิทธิ์อันพึงมีเท่านั้น
พอเราถามว่า เหตุผลใดที่คุณจึงอยากตรวจสอบฉัน
เขาตอบว่า ต้องการตรวจสอบเพราะเราไปยุ่งการเมือง
เราจึงถามไปว่า ประเทศนี้มีแค่พุทธะอิสระเท่านั้นหรือที่ไปยุ่งการเมือง
เขาตอบว่า เขาไม่รู้
พอเราถามว่า คุณแน่ใจหรือว่า คุณไม่รู้จริงๆ คุณกล้าสาบานไหม
เขาก็ทำกิริยาอึกอักแล้วก็เลียงไปพูดเรื่องอื่น
พุทธะอิสระจึงพิจารณาเห็นว่า พฤติกรรมของทนายประสิทธิ์ ผู้นี้ยังไม่มีจิตรู้สำนึกถึงความผิดของตนเอง ที่กระทำต่อเรา
แล้วเขายังกล้าบอกว่า เขาทำตามหน้าที่
ทั้งที่เราได้พูดยกตัวอย่าง ให้เขาระลึกรู้ว่า ทำไมเขาถึงได้มาจ้องแต่จะตรวจสอบเรา ทั้งที่มีผู้ที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง อีกมากมาย ทำไมเขาไม่ตรวจสอบ
เมื่อเขาปฏิเสธที่จะแสดงความสำนึกผิด ซึ่งผิดเงื่อนไขที่ศาลกำหนดไว้ จึงไม่มีเหตุอันควรให้ถอนฟ้อง
และควรต้องดำเนินคดี ทั้งแพ่งและอาญาสืบไป
แม้จะรู้สึกไม่สบายใจนัก แต่ก็ต้องทำเพื่อให้รู้สึกนึกผิดชอบชั่วดี เข็ดหลาบเสียบ้าง
ทั้งที่ตลอด ๓ ปีที่ผ่านมา พุทธะอิสระก็ให้อภัยคนพวกนี้มาตลอด เมื่อเขามีจิตสำนึกผิด
แต่พิเคราะห์ดูจากพฤติกรรมของทนายธรรมกายคนนี้แล้ว ยังมีความอหังการ ถือตัวถือตน และเย่อหยิ่ง จองหองอยู่มากทั้งที่มีดีกรีความรู้ถึงเปรียญธรรม ๖ ประโยค แต่ก็ยังไม่รู้ดีไม่รู้ชั่ว
เช่นนั้นก็ควรจักต้องดัดสันดานเสียบ้าง จักได้เข็ดหลาบ
พุทธะอิสระ
ท่านสามารถติดตามรับชมคลิปย้อนหลังได้ทาง Youtube : Issaradham




