หยิบมาเล่าสู่กันฟัง

0
460

เช้าวันที่ ๕ มิ.ย. ๖๐ ก่อนออกเดินทางมาคุมรถขุด ๗ โมงเช้า ได้เข้าไปป้อนข้าวแม่ เห็นแม่นั่งรออยู่หน้าห้อง หน้าโต๊ะอาหาร บนโต๊ะอาหารมีข้าวต้ม ไข่ตุ๋น หัวปลาแซลมอนนึ่งซีอิ๊วจนเปื่อยนิ่ม และผักกาดดองเค็ม

ฉันทักทายพูดคุยยอกเย้าอารมณ์ให้แม่ตื่นตัว เพราะเห็นแม่นั่งซึม พร้อมชวนแม่กินข้าวต้มอร่อยๆ ฉันพยายามตักเนื้อจากหัวปลาตุ๋น ที่มีโปรตีน แคลเซียม วิตามิน สารพัดที่มีในหัวปลาแซลมอน พร้อมกับข้าวต้ม เพื่อให้แม่ได้กินบำรุงสมองและกระดูก

ขณะที่ป้อนข้าวไปก็พยายามชวนแม่คุยหลังจากกลืนอาหารแล้ว แม่จะได้ไม่รู้สึกเหงา

แม่อายุถึง ๙๑ แล้ว สิ่งที่แม่ต้องการคือการได้อยู่ใกล้ลูกหลาน ได้พูดคุยเจรจา บ่อยครั้งที่แม่จะชวนฉันกินข้าวด้วย

เวลาแม่กินอะไรอร่อย ท่านจะชวนว่า อร่อยนะท่าน ลองกินดูซิ ฉันก็ได้แต่ยิ้มด้วยความเข้าใจในความรู้สึกของแม่ ในสายตาของแม่ ไม่ว่าลูกจะเป็นอะไร อยู่ในสถานะไหน ลูกก็ยังเป็นลูกของแม่เสมอ

แม่ป่วยครั้งนี้ แม่คงจะลำบากใจมากโขอยู่ เพราะสังเกตดูแม่จะมีอาการซึม ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา ซึ่งจะแตกต่างจากก่อนที่กระดูกสะโพกจะหัก คงเป็นเพราะชั่วชีวิตของแม่ที่ผ่านมา แม่อยู่ด้วยลำแข้งตนเองมาตลอด แม่ไม่อยากเป็นภาระให้กับใครแม้จะเป็นลูกก็ตามที

เมื่อฉันอยู่ใกล้จะพยายามชวนแม่พูดคุย และสั่งให้คนดูแลคอยชวนแม่คุยตลอด แม่จะได้ไม่เป็นโรคซึมเศร้า

หลังจากป้อนข้าวแม่ แม่จะมีอาการเหนื่อย หายใจถี่ ก็พยายามหาสาเหตุว่าทำไมแม่ถึงได้รู้สึกเหนื่อยหลังจากกินข้าว

รุ่งขึ้นเมื่อฉันรู้สึกไม่สบาย แล้วฉันข้าว ก็มีอาการเหนื่อย จึงได้เข้าใจว่าคนที่ร่างกายอ่อนแอ แม้แต่จะเคี้ยวข้าว กลืนข้าว ก็จะรู้สึกเหนื่อยหอบ จึงได้เข้าใจว่าแม่เริ่มจะมีร่างกายที่อ่อนแอลงทุกวัน

ฉันจึงให้เจ้ากุดโทรศัพท์สั่งเจ้าโต๊ดให้นำถังออกซิเจนที่ฉันเคยใช้ไปเติมออกซิเจนใหม่ เปลี่ยนสายยางส่งออกซิเจนที่ใช้แล้วเสียใหม่ เพื่อให้แม่ได้ใช้ในเวลาเหนื่อยหอบหรือในเวลานอน

เพราะแม่จะมีปกติที่ชีพจรต่ำมากอยู่แล้ว ยิ่งออกซิเจนไปเลี้ยงสมองน้อย จะทำให้แม่เซลล์สมองเสื่อมมากขึ้น แม้จะมีหมอนไอออนที่มีประจุไฟฟ้าสำหรับใช้หนุนแล้วก็ตามที แต่ต้องมีออกซิเจนช่วยอีกจึงจะทำให้แม่หายใจสะดวก ไม่เหนื่อยง่าย ร่างกายจะได้สดชื่นขึ้นด้วย สมองที่ถูกรมยาสลบจักได้ฟื้นตัว

จากการสังเกตอาการป่วยของแม่ครั้งนี้ทำให้ฉันรู้ว่า ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของแม่จะเป็นช่วงเวลาที่มีค่ายิ่งสำหรับชีวิตฉัน ที่ต้องพยายามทำหน้าที่ของลูกให้สมบูรณ์มากที่สุด

ในขณะเดียวกัน ฉันก็ต้องทำหน้าที่ของศากยบุตรพุทธชิโนรส ลูกหลานของพระพุทธเจ้าด้วย อีกทั้งต้องทำหน้าที่ของลูกไทยหลานไทย ที่ต้องทดแทนคุณแผ่นดิน เดินตามรอยเบื้องยุคลบาทขององค์พระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ ๙

และก็ต้องทำหน้าที่ของครู ที่ควรทำดีให้ดู เป็นครูให้ศิษย์เห็นอีกด้วย มันจึงเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสยิ่งสำหรับชีวิตลูกผู้ชายคนหนึ่งอย่างฉัน

โชคดีที่บรรพบุรุษฉันได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคท้อแท้ โรคพ่ายแพ้ หรือท้อถอย เอาไว้ในตัวฉันหลายเข็ม ฉันจึงยืนหยัดทำหน้าที่อยู่ได้ถึงทุกวันนี้

ช่วงกลางวันที่ผ่านมา พอดีเป็นวันเกิดท่านโพธิรักษ์ สหธรรมิกผู้มีหัวใจนักสู้ นักเสียสละ ทำเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ตลอดมา
ฉันจึงสั่งให้มหาหยกนำกระเช้าผลิตภัณฑ์หอมจังไปมอบให้พร้อมสั่งว่า เมื่อถึงแล้วก็ให้โทรศัพท์เข้ามาพร้อมกับยื่นให้ท่านโพธิรักษ์ได้คุยสายด้วย

เมื่อได้พูดคุยกันเป็นที่ระลึกถึงตามมารยาท ทั้งได้ซักถามสารทุกข์สุขดิบของกันและกัน จึงได้รู้ว่าท่านโพธิรักษ์กำลังเป็นเนื้องอกที่ลำคอ ใกล้หลอดลม ไม่สามารถผ่าตัดได้

ฉันจึงบอกไปว่า ทดลองกินยาต้มสมุนไพรแก้โรคมะเร็งของฉันดูซักหน่อยไหมล่ะ เพราะเคยทดลองใช้รักษาคนเป็นมะเร็งกรามช้างแล้วเขาหาย มีอาการปกติ

ท่านโพธิรักษ์แจ้งว่า เอาก็ได้ ขอให้หายผมฉันได้ทั้งนั้น

ฉันจึงบอกว่าอย่าพึ่งเป็นอะไรไปเสียก่อนล่ะ อยู่เป็นเพื่อนร่วมรบร่วมสู้กับพวกกินบ้านกินเมืองให้ชนะก่อน

ท่านโพธิรักษ์จึงพูดมาว่า ผมยังไม่เป็นอะไรหรอก กะว่าจะอยู่ให้ได้ ๑๕๐ ปี แล้วท่านล่ะ เราสองคนใครจะตายก่อนกัน

ฉันตอบท่านโพธิรักษ์ไปว่า เอาไว้รบชนะแล้วเราค่อยตายพร้อมกันก็แล้วกัน

ที่เขียนเล่ามาเสียยืดยาวก็เพื่อชี้ให้ท่านทั้งหลายได้เห็นว่า นักบวชที่ดำรงตนอยู่กับโลกแห่งความจริง เวลาเขาพูดคุยกันเขาจะคุยแต่เรื่องจริง เขาไม่พูดไม่คุยในเรื่องมายาการให้เป็นขยะของจิตใจ

เอาไว้วันหน้าจะหยิบมาเล่าใหม่นะจ๊ะ

พุทธะอิสระ