ตอนที่แล้วได้อธิบาย ได้เขียนถึงนักบวชพวกธรรมกายประกาศลงอุกเขปนียกรรมนอกธรรม นอกวินัย ที่กระทำต่อพุทธะอิสระให้ท่านทั้งหลายได้รับรู้รับทราบกันไปแล้ว
ทีนี้พวกเราลองมาทำความเข้าใจให้แจ่มชัดมากขึ้นในเรื่องอุกเขปนียกรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติไว้ว่า
การลงอุกเขปนียกรรมของพระพุทธเจ้า คือการที่ทรงอนุญาตให้ภิกษุสงฆ์ผู้อยู่ร่วมกัน เคารพกัน ปกครองกันด้วยหลักธรรมและวินัย
หากมีสงฆ์กลุ่มอื่นจะต้องการโจทก์หรือกล่าวหาภิกษุกลุ่มอื่นๆ ด้วยอาบัติใดที่เป็นเทศนาคามินี คืออาบัติที่สามารถปลงได้
สงฆ์กลุ่มอื่นนั้นจะต้องเข้าไปโจทก์หรือกล่าวหาแก่ภิกษุหรือหมู่สงฆ์ที่อยู่ร่วมกันในอาวาสนั้นเพื่อให้ได้รับทราบ
เพื่อที่สงฆ์ในอาวาสนั้นๆ จักได้มีข้อมูลนำมาตั้งเป็นอธิกรณ์หรือประเด็นในการไต่สวนแก่ภิกษุผู้ถูกโจทก์หรือถูกกล่าวหา
แต่พวกลิ่วล้อธรรมกายกลับละเลยพระธรรมวินัยนี้ ลุแก่อำนาจ อาศัยพวกมากประกาศลงอุกเขปนียกรรมต่อพุทธะอิสระทั้งที่ไม่ได้แจ้งอาบัติ ไม่ได้แจ้งแก่คณะสงฆ์ในวัดอ้อน้อย
เรียกว่า ทำกรรมอันลับหลัง ไม่ทำต่อหน้า ลงทัณฑ์โดยไม่ไต่สวนสอบถาม และทำเกินกว่าเหตุด้วยจิตอาฆาตมาดร้าย เกลียดชัง หาได้มุ่งหวังความเจริญของพุทธะอิสระ โดยไม่คำนึงถึงหลักพระธรรมวินัย
ถือได้ว่าเป็นการบัญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติ
เป็นการทำผิดหลักธรรมวินัยชัดแจ้ง
แต่ก็ช่างน่าอนาถนักที่ผู้ปกครองสงฆ์กลับไม่ออกมาห้ามปรามทักท้วง กลับนิ่งเฉยละเลย ไม่เอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย
ที่จริงผู้ที่ไม่ยอมรับอาบัติ เป็นผู้หน้าด้าน ว่ายากสอนยาก ที่ทุกคนในแผ่นดินนี้ได้รู้ได้เห็นกันมาตั้งแต่ปี ๔๒ จนถึงปี ๕๙ ก็คือเจ้าลัทธิธรรมกาย นายธัมมชโยต่างหากเล่า
และต้องอาบัติปาราชิกครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังหน้าด้านนั่งลอยหน้าหลอกเงินชาวบ้านอยู่จนถึงทุกวันนี้ได้
และหากพุทธะอิสระจักใช้หลักคิดเดียวกันกับพวกลิ่วล้อธรรมกายออกมาประกาศลงอุกเขปนียกรรมบ้าง ใครๆ คงจะไม่ว่ากระไร แต่พุทธะอิสระไม่หน้าด้านพอ และไม่กล้าที่จะละเมิดต่อพระธรรมคำสั่งสอนของผู้มีพระภาคเจ้า ไม่หน้าด้านพอที่จะบัญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติ
ด้วยเหตุเหล่านี้แหล่ะ พุทธะอิสระจึงจำเป็นต้องนำเรื่องอุกเขปนียกรรมเถื่อน ขึ้นฟ้องร้องต่อศาลสถิตยุติธรรม เพื่อขอพึ่งบารมีศาลให้ชี้ถูกผิดในกรณีการลงอุกเขปนียกรรมเถื่อนต่อพุทธะอิสระ และในภายภาคหน้า คณะสงฆ์จักได้ใช้เป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติด้านพระธรรมวินัยสืบไป
อีกทั้งพุทธะอิสระก็ได้แถลงต่อศาลว่า ขอให้ศาลได้เห็นแก่ความมั่นคงของพระธรรมวินัย และดำรงรักษาไว้ซึ่งความถูกต้องเที่ยงธรรมตามพุทธบัญญัติที่ได้มีมาแล้วสองพันกว่าปี หากการฟ้องร้องครั้งนี้จะทำให้เกิดคุณูปการมหาศาลต่อพระธรรมวินัย จะถือเป็นกุศลอย่างยิ่ง
พุทธะอิสระ




