ไม่รู้จะช่วย หรือจะซ้ำ

0
86

บทความ

ไม่รู้จะช่วย หรือจะซ้ำ

๑๘ มีนาคม ๒๕๕๙

180359-บทความ-ไม่รู้จะช่วย-หรือจะซ้ำ

ขออนุญาติแชร์นะจ๊ะ

ชี้ให้เกียรติ ‘สมเด็จฯช่วง’ แล้ว ฉะทนายตั้งแง่-เรื่องมาก
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์วันที่ 17 มีนาคม 2559, 13:31
https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/691116

“พล.อ.ไพบูลย์” ย้ำดีเอสไอ ให้เกียรติ “สมเด็จฯช่วง” ที่สุดแล้ว ถ้าไม่ใช้สิทธิให้ปากคำภายหลังอย่ามากล่าวหาว่าไม่ให้ความเป็นธรรม

ฉะทีมทนายตั้งแง่-เรื่องมากจะให้พระเสียหาย

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปพบสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จฯช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช แต่ยังไม่ได้สอบปากคำ เนื่องจากฝ่ายกฏหมายของวัดขอให้ดีเอสไอกลับไปกำหนดประเด็นคำถามเป็นลายลักษณ์อักษร ส่งมาให้วัดปากน้ำพิจารณา ว่าไม่ให้ก็ไม่ให้ดีเอสไอทุกคนทำตามหน้าที่เขาก็มีสิทธิจะไม่ให้ปากคำ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็มีสิทธิการทำหน้าที่ของดีเอสไอครั้งนี้ ตนได้กำชับสั่งการให้นำดอกไม้ธูปเทียนแพไปกราบเป็นการให้ความเคารพให้เกียรติและให้สิทธิในการชี้แจงความบริสุทธิ์ ถ้าท่านไม่ใช้สิทธิ์ก็จบคดีก็เดินต่อไปหากพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานแค่ไหนก็ดำเนินการกล่าวหาไปตามนั้น จะต้องวินิจฉัยตามแนวทางที่มีเพราะพนักงานสอบสวนมีข้อสงสัย และต้องการสอบถามให้สมเด็จฯช่วงได้ชี้แจงข้อมูล แต่ถ้าไม่ให้การแล้วจะมาบอกว่าเจ้าหน้าที่ไม่ให้ความเป็นธรรมไม่ได้ เพราะดีเอสไอได้ดำเนินการอย่างสมบูรณ์ให้เกียรติอย่างเต็มที่ในฐานะพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ หากเป็นบุคคลทั่วไปดีเอสไอสามารถออกหมายเรียกให้มาให้การก็จบแต่ครั้งนี้เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ ตนจึงสั่งการให้ส่งหนังสือขอนัดหมายไปก่อนเพื่อให้เกียรติ

“ผมอยากเตือนทนายความวัดปากน้ำ คุณทำอะไร ผมสั่งลูกน้องให้เกียรติแล้ว คุณกลับมาเรียกร้อง ปกติเขาไม่ทำหนังสือกัน การให้เกียรติของเรา คุณนำกลับนำเป็นข้อต่อรอง เราให้เกียรติทุกเรื่อง อย่ามาเล่นแง่ ผมไม่เชื่อว่าสมเด็จฯช่วงจะอยากทำเช่นนี้ แต่คิดว่าเรื่องนี้คนที่เรื่องมากคือทีมทนาย และทีมทนายนั่นเองที่กำลังทำให้สมเด็จฯช่วงเสียหายหรือไม่ ทนายของวัดผิดพลาดไปหรือไม่ หากสมเด็จฯช่วงจะทำหนังสือชี้แจงมาก็ให้ดำเนินการมา” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่าเรื่องนี้หากท่านตอบตามที่รู้เห็นมาก็จบแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้หากคดีช้าออกไปก็อย่าบอกว่าถูกดึงเรื่องคดีไม่เสร็จจนทำให้ไปผูกพันกับการแต่งตั้งสังฆราช

(ขอบคุณข่าวจากกรุงเทพธุรกิจ)
……………………………………………………

อั๊ย…ยะ รักษาสิทธิ อย่างกับนักการเมืองเลย

แล้วพระธรรมวินัย ทำไมไม่รักษากันบ้างหล่ะจ๊ะ

ยิ่งช่วยดูจะยิ่งยุ่ง

เรื่องมันไม่ได้สลับซับซ้อนอะไรเลย ถ้าไม่มีอัตตามากจนเกินไป

แค่ถามมา ตอบไป

ความจริง ก็คือความจริง

เรื่องที่ควรจะง่าย ก็กลายเป็นเรื่องยาก

ผู้ตอบคำถาม ก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าอะไรจริง อะไรเท็จ

จริยธรรมทางใจ กับข้อกฎหมายมันไม่ได้ต่างอะไรกันมากนัก

คนถาม ถามบนพื้นฐานของความจริง ที่มีข้อสงสัยใคร่รู้

คนตอบ ตอบด้วยสำนึกละอายชั่ว กลัวบาป รู้รับผิดชอบต่อหลักธรรมวินัย

การถามมา ตอบไป มันก็ง่าย ใช้เวลาไม่มาก

แต่ถ้า ผู้ถามยึดหลักความจริง

ผู้ตอบ กลับเกรงกลัวความจริง

การพบปะพูดคุยเพื่อถามมา ตอบไป เลยกลายเป็นดุจยาขม

เมื่อผู้ตอบ ไม่นิยมชมชอบ

จึงต้องยุ่งยากแก่ผู้ถาม ตามที่เห็น

สถานการณ์เช่นนี้ ความรักตัวกลัวคุก กลายเป็นเรื่องใหญ่กว่ารักษาพระธรรมวินัยและกฎหมายบ้านเมือง

ถามมา ตอบไป จึงกลายเป็นหมันอย่างที่เห็น

ช่างน่าอนาถนัก ว่าที่สังฆราชไม่รู้จักคำว่า อุดมการณ์ ขาดความกล้าหาญทางมโนธรรม หาความสง่างามแทบไม่เจอ

พระพุทธเจ้าทรงชนะทุกข์ได้ด้วยความจริง

แล้วสมเด็จช่วงหละ… จะชนะคดีนี้ ด้วยวิธีอะไร

พุทธะอิสระ