กราบเรียนหลวงปู่พุทธะอิสระ
บัดนี้ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้ทรงมีพระเมตตาโปรดเกล้าฯทรงลงพระปรมาภิไธย พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคม
สันติสุข พ.ศ. 2569
ความปรากฏในราชกิจจานุเบกษาว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร
มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการสร้างเสริมสังคมสันติสุขด้วยการนิรโทษกรรมให้แก่
ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมืองอันมีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือ
แรงจูงใจทางการเมืองซึ่งได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548 ถึงวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568
จึงทรงพระกรุณาโปรตเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา
ด้วยผลบทบัญญัติมาตรา ๘ ส่งผลให้คดีกบฏซึ่งอยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกาต้องยุติ
การพิจารณา และศาลฎีกาต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และคดีอื่นที่เกี่ยวเนื่องทั้งปวงต้องยุติ
มีผลให้พ้นมลทินทางคดี
“มาตรา ๘ บัญญัติว่า เมื่อพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับแล้ว ในกรณีที่ผู้ที่ได้รับสิทธิตามมาตรา ๗
ยังมิได้ถูกฟ้องคดีต่อศาลหรืออยู่ในระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ
ให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการระงับหรือยุติการสอบสวนหรือการฟ้องคดี แล้วแต่กรณี
หากผู้นั้นถูกฟ้องคดีต่อศาลแล้วและคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลให้ศาลนั้นยุติ
การพิจารณาและจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
คดีใดที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษผู้นั้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าผู้นั้น
ไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น และถ้าผู้นั้นอยู่ระหว่างการรับโทษให้การลงโทษนั้น
สิ้นสุดลงและให้ปล่อยตัวผู้นั้นไป
กรณีที่มีการบันทึกประวัติอาชญากรรมของผู้กระทำความผิดหรือมีการบันทึกไว้เป็นประวัติ
อาชญากรรม ให้ประวัตินั้นเป็นอันสิ้นผล และจะนำประวัติอาชญากรรมนั้นไปใช้ยันบุคคลนั้นในทางที่
เป็นโทษมิได้ และให้หน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่และอำนาจจัดทำหรือจัดเก็บประวัติอาชญากรรม
ลบข้อมูลประวัติความผิดทางอาญานั้น”
นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร (ทนายความ)
23 สิงหาคม 2569





