พูดมาได้ ว่าไม่มีวินัยห้าม

0
149

ข่าวพฤติกรรม ของเจ้าอาวาสวัดหนองคู ในจังหวัดบุรีรัมย์
ถูกชาวบ้านร้องเรียน ขับไล่ ในข้อกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมปล่อยเงินกู้ เรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

เมื่อข่าวนี้ ไปถึงหูเจ้าคณะปกครอง โดยเฉพาะเลขาเจ้าคณะจังหวัด พระมงคลสุตกิจ (พระบุญถิ่น ปุณณสิริ) ออกมาพูดตอนหนึ่งว่า ต้องรอตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเอกสารหลักฐานดูข้อเท็จจริงก่อน แต่ตามระเบียบของสงฆ์ไม่ได้มีข้อห้าม เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ซึ่งอาจไม่ผิดวินัยสงฆ์ แต่ถือเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ฟังท่านเจ้าคุณเลขา ท่านเจ้าคณะจังหวัดพูดแบบนี้

จึงไม่รู้สึกแปลกใจเลยว่า ทำไมคนระดับเลขาหนกลาง เช่น เจ้าคุณเทียม

ถึงได้ไปมีชื่อร่วมเปิดบัญชี ออมทรัพย์รับเงินทอนวัดมาฝากไว้เป็นสมบัติของตน

จนบัดนี้ ยังหาตังค์ไม่เจอ

หากรัฐบาล คสช. คิดว่า ปฎิรูปศาสนา แต่ยังปล่อยให้พระสงฆ์องค์เจ้า มีเงินเป็นอาเสี่ย ปล่อยกู้ได้ขนาดนี้

ก็อย่าหวังเลยว่า พระสงฆ์องค์เจ้า จะปฎิบัติตามพระธรรมวินัย อย่างซื่อตรง

เพราะเวลานี้ พระวินัยที่ว่าด้วย โกสิยวรรค สิกขาบทที่ ๘ ความว่า ภิกษุรับเองก็ดี ใช้ให้ผู้อื่นรับก็ดี ซึ่งทอง และเงิน หรือยินดีในทองและเงิน ที่เขาเก็บไว้เพื่อตน ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ต้องสละทองและเงินนั้น ให้ขาดจากตน จึงจะปลงอาบัติตก
ถามว่า พระสงฆ์ ทั้งในและนอกประเทศนี้ เรียนรู้พระวินัยข้อนี้มาบ้างหรือไม่

ตอบว่ารู้ทุกองค์

ถามว่าแล้วทำไม พระสงฆ์ยังมีเงิน ให้ชาวบ้านกู้อยู่

ตอบว่า เหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ มันมีมานานแล้ว และมีอยู่เกือบทุกจังหวัด

ถามว่าพวกเจ้าคณะปกครองไม่รู้เลยหรือ

ตอบว่า ทำไมจะไม่รู้ บางวัดเจ้าคณะปกครองเป็นผู้ออกเงินกู้เสียเองด้วยซ้ำ

ถามว่าแล้วจะแก้อย่างไร

ตอบว่า ออกกฎหมายบังคับให้พระสงฆ์ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนต้องมีโทษ ตามบทบัญญัติของกฎหมายกำหนด เท่านี้ก็สามารถกำจัดผู้ที่เข้ามาอาศัยผ้าเหลืองหากินได้แล้ว

พุทธะอิสระ

ขอขอบคุณภาพจาก Manager Online และ alittlebuddha