บทสัมภาษณ์องค์หลวงปู่กับผู้สื่อข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์ส
องค์หลวงปู่ : กับคำถามเดิมที่พวกคุณถามว่า ศาสนาพุทธในไทยจะกลั่นแกล้งศาสนาอิสลามหรือไม่
อยากขอชี้แจงว่า ไม่น่าจะมี เพราะเหตุผลว่า ในประเทศไทยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวล้นเกล้าทั้ง ๒ พระองค์ ตั้งแต่รัชกาลที่ ๙ จนถึงรัชกาลที่ ๑๐ พระองค์ทรงเป็นเอกอัครราชูปถัมภกที่ทรงยอยกทุกศาสนา ไม่นานมานี้ท่านก็จะเห็นว่า พระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ ๑๐ ยังทรงเสด็จไปในงานเมาลิดกลางและอ่านคัมภีร์อัลกุรอานเลย เพราะฉะนั้นข่าวที่คุณได้ยินมาก็ไม่น่าจะถูกต้อง
ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ส : แต่เคยมีบ้าง รู้สึกว่า คือไม่ใช่ว่ามีกลุ่มหลายกลุ่ม แต่ก็มีบ้างใช่มั้ย ค่ะท่าน
องค์หลวงปู่ : ถ้าจะเป็นทัศนะคติระหว่างกลุ่ม ระหว่างบุคคล ฉันก็ไม่ปฏิเสธนะ
เพราะว่าที่ผ่านมา เราก็จะเห็นว่าพวกลัทธิธรรมกายเค้ามีการเชื่อมต่อกับศาสนาพุทธในประเทศพม่า และ มจร. หรือว่า มหาวิทยาลัยสงฆ์ของไทย มหาจุฬาราชวิทยาลัย ก็มีการอัญเชิญ พระวิีระธู พระพม่าที่มีชื่อเสียงในการเคลื่อนไหวต่อต้านศาสนาอิสลามในพม่า ให้ท่านเข้ามารับประกาศนียบัตร ในมหาวิทยาลัยสงฆ์ของไทย อันนี้ก็ถือว่าเป็นทัศนคติระหว่างกลุ่มหรือระหว่างบุคคลซึ่ง เป็นความชอบส่วนตัว แต่ถ้าจะมาเหมารวมว่าเป็นคณะสงฆ์ทั้งหมดของไทยคงไม่น่าจะใช่ หรือแม้แต่ปัจจุบันนี้ เราก็จะเห็นลัทธิธรรมกายหรือพวกสาวกธรรมกายที่สนับสนุนพระวิีระธู ถึงขนาดเชิญมาพัก เชิญมาอยู่อาศัยในสำนักธรรมกาย ซึ่งอันนั้นจัดเป็นความชอบส่วนตัว แต่ไมใช่ของสังฆมณฑลไม่ใช่ของมหาเถรสมาคม
ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ส : อันนี้เราเข้าใจค่ะ แต่สิ่งที่อยากจะรู้จากท่านคือ ท่านคิดว่ามีกลุ่มแบบนี้ค่ะ มีจำนวนเยอะหรือเปล่าค่ะ หรือแค่แบบว่า ?
องค์หลวงปู่ : ก็อย่างที่ยกตัวอย่างให้ฟัง เป็นแค่กลุ่ม แค่กลุ่มก้อน แล้วก็กลุ่มก้อนนี้ก็เป็นกลุ่มที่เชื่อมโยงกับฝ่ายการเมืองทางพรรคเพื่อไทยด้วยด้วย มันก็เลยดูเหมือนกับว่าพวกกลุ่มนี้มีพลัง มีเพาเวอร์ที่จะผลักดันนโยบาย ผลักดันให้สังคมเชื่อตาม แต่ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ คงเป็นไปได้ยาก เพราะว่าในหลายร้อยปีที่ผ่านมา ไทย พุทธ มุสลิม คริสต์ อิสลาม ฮินดู เราอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขมาโดยตลอด มันไม่ได้มีการแตกแยกอะไรเยอะแยะมากมาย เว้นซะแต่ว่าทัศนคติของบางกลุ่ม ซึ่งมีมุมมองที่เป็นลบต่อกัน อันนั้นเราก็ปฏิเสธไม่ได้เพราะเป็นความชอบส่วนตัวของแต่ละบุคคล
ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ส : แล้วที่ท่านได้สังเกต ในระยะ ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ท่านคิดว่าจะมีคนที่แอนตี้ศาสนาอิสลามมากขึ้นมั้ยค่ะ หรือเพิ่มขึ้นอะไรแบบนี้
องค์หลวงปู่ : มันขึ้นอยู่กับการชี้นำ ของผู้ที่มีเพาเวอร์ในสังคม ว่าชี้นำสังคมไปแบบไหน อย่างกรณีของกลุ่มธรรมกาย ผู้ที่มีเพาเวอร์ของเค้า ก็คือหัวหน้าลัทธิที่พยายามชี้นำสาวกให้ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองคิด และสิ่งที่ตัวเองคิดดันมาเป็นภัยต่อความมั่นคง เป็นภัยต่อศาสนาอื่น เป็นภัยต่อพระธรรมวินัย มันจึงกลายเป็นเหมือนกับภาพที่ คสช. ต้องยกทหารไปล้อมยกตำรวจไปปราบ จริงๆแล้วหลักคิดของกลุ่มนี้เป็นหลักคิดที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงมานานแล้ว เพราะว่าไปสร้างเงื่อนไข ไปสร้างความแตกแยก ระหว่างศาสนาซึ่งเค้าไปอยู่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปฝั่งตัวอยู่ในนั้น ไปให้ผลประโยชน์ต่อพระสงฆ์ ซึ่งเราก็เข้าใจนะ เพราะมันก็เกิดความรุนแรง เพราะเราเองก็เคยเข้าไปในพื้นที่ แล้วเราก็เห็นความแตกแยกมันเกิดขึ้นจริงๆ แต่เป็นความแตกแยกที่ไม่ใช่ทั้งประเทศ เป็นแค่กลุ่มๆเดียว ทีนี้เค้าพยายามหยิบเอาประเด็นตรงนี้มาขยายผล และให้กระจายไปทั่วประเทศ เราจะเห็นได้ว่าช่วงแรกๆที่ คสช. เข้ามาดำเนินการ จะเห็นได้ว่ามีการเดินขบวนประท้วงอิสลามทางภาคเหนือ มีการเดินขบวนขับไล่ประท้วงอิสลามทางภาคอีสาน ซึ่งจริงๆแล้วก็คือ มันเกิดมาจากคนกลุ่มนี้ทั้งนั้น แล้วก็พยายามขยายผลออกไปให้มันทั้งแผ่นดิน แต่จริงๆแล้วก็คือคนกลุ่มเดียวกัน ที่รับงานมาแล้วก็กระจายกันไปขยายผล แม้แต่คนบางคนในกรรมการมหาเถรสมาคมก็ไปรับลูกของคนกลุ่มนี้แล้วก็ออกมา ให้สัมภาษณ์ ฉันยกตัวอย่างเลยแล้วกัน อย่างวัดสัมพันธวงศ์ ก็เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ในเชิงที่จะสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นระหว่างศาสนาพุทธกับอิสลามมาแล้ว
ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ส : แล้ววัดนี้อยู่ที่ไหนหรอค่ะ
องค์หลวงปู่ : วัดสัมพันธวงศ์ ก็อยู่ในกรุงเทพไง เป็นกรรมการมหาเถรสมาคมคนหนึ่ง พวกเดียวกับธรรมกาย เราต้องไม่ลืมว่าในอดีตธรรมกายเขาได้แผ่ขยายอิทธิพลเข้าไปในทุกสังคมในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา แล้วในหลายสิบปีที่ผ่านมา เค้าพยายามจะโน้มน้าวชักจูง ให้คนในทุกวงสังคมเชื่อ ศรัทธาในสิ่งที่เค้าคิด เค้าทำ แม้นสิ่งที่เค้าเชื่อเค้าทำมันจะละเมิดในพระธรรมวินัย ละเมิดในกฎหมายอย่างเช่น เรี่ยไรไปทั่วแผ่นดินมันผิดกฎหมายอยู่แล้ว เดินบิณฑบาตเรี่ยไรไปทั่วแผ่นดิน ทั้งที่จริงๆ แล้วมันไม่ถูกต้องตามกฏหมายการขายบุญมันก็ผิดพระธรรมวินัยอยู่แล้ว แต่ว่าทำไมธรรมกายจึงทำมาได้เนิ่นนานก็เพราะว่ามีอำนาจการเมือง อำนาจมหาเถรคุ้มกะลาหัว คุ้มตัวอยู่ไง แต่พอ คสช. เข้ามาเค้าเห็นว่านี่มันเป็นภัย นี่มันไม่ยั่งยืน มันทำให้คนแตกแยกในสังคม เค้าก็เลยต้องเข้าไปจัดการคือเข้าไปสกัดกันวิธีคิดที่ทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างศาสนาเสีย ตั้งแต่นั้นมาเราก็จะไม่เห็นว่า ไทย พุทธยกขบวนมาประท้วงอิสลาม อิสลามไปประท้วงไทยพุทธ ซึ่งก่อนหน้านี้มันมีมาเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่มาก มันเกิดขึ้นแค่กลุ่มเดียว พระสงฆ์อีกเยอะแยะที่ยังอยู่ร่วมกับอิสลามได้ อย่างฉันเนี่ยพี่น้องอิสลามก็เป็นเพื่อนกันหลายคน โต๊ะครู โต๊ะอีมาก ก็เคยเอาข้าวเอาอาหารมาให้ฉันกิน ถือว่าเอามาให้เพื่อนกิน เราก็ไปแบ่งปันเค้าเวลาเค้าตกทุกข์ได้ยาก
ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ส : แต่เท่าที่ท่านได้เห็น ไม่ค่อยมีกลุ่มใดเลือกให้ไปเผามัสยิด อะไรแบบนั้นใช่มั้ยค่ะ
องค์หลวงปู่ : ไม่มีคุณ ถ้าจะมีก็คงมีแต่กลุ่มนี้กลุ่มเดียวนี่แหละ แล้วก็กลุ่มนี้กลุ่มเดียวที่คอยจะสร้างรอยร้าว ความแตกแยกไปเรื่อยๆ ซึ่งก็โดนปรามด้วยอำนาจ คสช. ไปแล้ว เพราะมันจะทำให้แผ่นดินลุกเป็นไฟขึ้นมา ซึ่งตอนนี้ก็ดูจะซาๆ ลงไปแต่ฉันไม่รู้ว่าเค้าไปเดินเกมใต้ดินกันหรือเปล่านะ
ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ส : คำถามสุดท้ายค่ะท่าน ความสัมพันธ์ ระหว่างวัดธรรมกายกับวัดที่พม่าหรือพระวิีระธู เค้าเป็นยังไง
องค์หลวงปู่ : เค้าก็แนบแน่นะคุณ เท่าที่ทราบ เมื่อไม่นานมานี้เค้าก็เปิดวัดให้ชาวพม่าที่นิยมลัทธิพระวิีระธู เข้ามาทำกิจกรรมในศาสนาพุทธที่เค้านิยมในประเพณีของพม่าดูจะเป็นหมื่นๆ คนที่ปทุมธานีที่สำนักของธรรมกาย คนพม่าที่เข้าไปในวัดธรรมกายล้วนเป็นสายของพระวิีระธูทั้งนั้น รัฐบาลพม่าเองก็พยายามกำราบพระวิีระธู เรื่องเกี่ยวกับความมั่นคง แต่ในขณะเดียวกันตัวรัฐบาลพม่าก็ปากว่าตาขยิบ ดังกรณีโรฮินจาเป็นต้น นั้นหมายถึงรัฐบาลพม่า ทางหนึ่งดูเหมือนกับห้ามพระวิีระธู อีกทางหนึ่งก็ส่งทหารไปจัดการกับพวกโรฮินจา ซึ่งมันก็ดูจะค้านกันอยู่จึงเรียกว่าปากว่าตาขยิบ ซึ่งก็ไม่สอดคล้องกับนโยบายที่ประกาศต่อชาวโลกว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างฉันมิตร แต่เราก็ยอมรับว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่พึ่งมีในพม่า พม่านี้เราต้องยอมรับว่าเค้าเป็นชาตินิยม เป็นศาสนนิยม และก็เทวะนิยมมาอย่างยาวนาน เพราะฉะนั้นไอการที่จะปลูกฝังความเชื่อและการปลุกระดมเร่งเล้าให้รังเกลียดศาสนาอื่นมันมีมานานแล้ว แต่ในไทยยังไม่มี มันพึ่งจะมามีตอนที่ลัทธิธรรมกายยิ่งใหญ่มานี่เองและก็ขยายใหญ่ไปทั่วโลก ซึ่งก่อนหน้านั้นมันก็ไม่มี และก็เชื่อว่าหลังจากนี้ก็ไม่น่าจะมี
ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ส : ถ้าเปรียบเทียบประเทศไทยกับอินโด หรือมาเล เราก็ไม่ค่อยมี
องค์หลวงปู่ : ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง ระหว่างศาสนาจะมีก็เป็นเรื่องของส่วนบุคคล ส่วนเรื่องอุดมการณ์ทางลัทธิ มันไม่เกิดขึ้นในไทยมาร้อยๆปีแล้ว เพราะว่าเราต้องยอมรับว่าประวัติศาสตร์ชนชาติไทยเนี่ย ต้นตระกูลของตระกูลบุญนาคเขาก็มาจากศาสนาอิสลาม แล้วก็เป็นผู้สำเร็จราชการในเมืองไทยมายุคหนึ่ง แล้วก็สมัยที่ก่อร่างสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ทหารอิสลามก็มาช่วยรบ ซึ่งก็มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาด้วยซ้ำไป เรียกว่านักรบแขกปาทาน เพราะฉะนั้นเราอยู่กันอย่างกลมกลืนรวมกัน ศาสนาคริสต์ อิสลาม ฮินดู พราหมณ์ และพุทธเป็นอย่างนี้มายาวนานเป็นหลายร้อยปีแล้วคุณ เราไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน มันมีเอาตอนที่ธรรมกายมันเกิดขึ้นนี่แหละ แล้วก็ไปหยิบยกเอาความรุนแรงทาง 3 จังหวัดชายแดนมาขยายผล ซึ่งก่อนหน้านี้ 3 จังหวัดชายแดนที่มันรุนแรง ไม่ได้รุนแรงด้วยเรื่องของศาสนา แต่รุนแรงด้วยเรื่องล่าอาณานิคม มันรุนแรงเรื่องกระบวนการที่จะประกาศตนเป็นเอกราชต้องการความเป็นอิสระ ไม่ยอมรับอำนาจการปกครองของรัฐบาลกลาง เรียกว่าอยากแบ่งแยกดินแดนซึ่งไม่ได้เกี่ยวอะไรกับลัทธิทางศาสนาเลย แต่ธรรมกายก็พยายามหยิบยกเอาประเด็นนี้เข้ามา คือพยายามผูกโยงให้มันเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งอินโดก็มีหลายศาสนาอย่างที่คุณทราบ ในอินโด ร้อยละ 90 ก็เป็นอิสลาม แต่เค้าก็อยู่ร่วมกับศาสนา คริสต์ ฮินดู และพุทธได้ ในมาเลก็เหมือนกัน มีศาสนาอิสลามเป็นศาสนาหลัก แต่ในขณะเดียวกันก็มีพุทธไปทำวัดในมาเลเซีย ก็ยังอยู่ร่วมกันได้ ไม่เห็นเสียหายอะไร แต่ปัญหาก็คือธรรมกายก็พยายามจะปลุกระดม ประเด็นคือเค้าได้ผลประโยชน์ เพราะมันได้ตังไง พอปลุกระดมทำให้เกิดความเชื่อแล้วทุกคนก็ต้องการจะช่วยปกป้องจึงมาบริจาค แล้วก็มาอ้างว่าเพื่อรักษาแผ่นดินทองแผ่นดินธรรม ประมานนี้แหละโครงการเค้า
ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ส : ขอบคุณมากค่ะ
พุทธะอิสระ




