“ธิดา” ปลอบแดง “ยิ่งลักษณ์” ไม่ได้ทรยศมวลชน อ้างการหนีเป็นกลยุทธ์โบราณข้อสุดท้ายของการต่อสู้ไม่จำเป็นต้องตายคาสนามปชต. ยอมรับ “ปู-แม้ว” คือพวกอีลิต อย่ายึดติดตัวบุคคลเขาร่วมได้แค่ไหนก็แค่นั้น ไม่วายเลี้ยวลงยุติธรรมยังเป็นระบบชนชั้น
28 ส.ค. 60 – นางธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษาประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ “เหลียวหลังแลไปข้างหน้า” ถึงกรณีนส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เดินทางเข้ารับฟังคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ช่วงหนึ่งมีหลายคนตั้งคำถามหลายอย่างต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ รวมถึงตนด้วย บางคนบอกไม่ควรสู้แต่แรก เพราะกระบวนการยุติธรรมไม่ถูกต้อง แต่นส.ยิ่งลักษณ์ อยากจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด นาทีสุดท้ายที่ไม่มา ซึ่งอาจจะรู้ผลแล้ว เห็นว่าไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม
“คุณยิ่งลักษณ์ ตัดสินใจไม่มานั้น ถูกหรือผิด ในทัศนะอาจารย์ธิดา นอกจากเห็นใจ เข้าใจ ยังคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดี อาจจะไม่ถูกใจคนจำนวนหนึ่ง คนบางส่วนอาจเรียกร้อง อาจถึงที่สุดมากกว่านี้ก็ได้ ในทัศนะยังคิดว่าทำดีที่สุดแล้ว ในแง่ทัศนะมองกันได้ แต่สิ่งที่คุณยิ่งลักษณ์ทำ แม้ใช้คำว่าหนี แต่ในสงครามการต่อสู้ การหนีก็เป็นกลยุทธ์ใน 36 กลยุทธ์โบราณหนีเป็นกลยุทธ์ข้อสุดท้าย ถามว่าหนีแล้วต่อสู้หรือไม่ หนีไม่ได้หมายความว่าไม่สู้ ไม่ได้หมายว่ายอมจำนน ที่บอกจะต้องยอมตายในสนามประชาธิปไตยไม่จำเป็นต้องตาย ยังสู้ได้”นางธิดา กล่าว
นางธิดา หรืออดีต “สหายปูน” ซึ่งเคยเข้าป่าร่วมอุดมการณ์กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย กล่าวต่อว่าหลายคนที่ออกไป ไม่ได้มองว่าหนีแล้วจะยอมแพ้ ไม่ได้แปลว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ จำเป็นจะต้องใช้ตัวเองเป็นเครื่องเซ่นสังเวย เวลาพูดถึงปัญหาทางชนชั้น สังคมแม้จะยังมีชนชั้นอยู่ เป็นชนชั้นทางเศรษฐกิจ การเมือง แต่หลักนิติธรรมต้องไม่มีชนชั้น ต้องมีความเท่าเทียมกันปฏิบัติเท่ากันหมด ความจริงหลักนิติธรรมในประเทศไทย ยังดำรงอยู่หรือไม่ ยังมองคนเป็นคนไม่เหมือนกัน ยังมีหลายมาตรฐาน หลักนิติธรรมไม่ได้เกิด
” การที่คุณยิ่งลักษณ์เลือกที่จะไม่อยู่ ไม่ได้เป็นความผิด ตามที่หลายคนมองว่าทำไมไม่สู้ ก็เพราะคุณยิ่งลักษณ์มองแล้วว่า กระบวนการไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม และได้พิสูจน์ตัวเองถึงที่สุดว่าได้พยายามแล้ว เมื่อไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม เลยเลือกไม่มาปรากฏตัว ใครจะชอบหรือไม่ชอบเธอก็มีสิทธิ เมื่อเธอเผชิญกับหลักนิติธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง เลยตัดสินใจไม่อยู่รับฟังคำพิพากษา เราก็ต้องเข้าใจ”
เธอกล่าวต่อว่าบางคนบอกทำไม ไม่อยู่เลือกเพื่อเข้าคุก เธอก็มีสิทธิที่จะเลือก เหมือนหลายคนเลือกที่จะไม่อยู่ในประเทศไทย เราอยู่ก็ต้องเข้าใจคนไม่อยู่ ตรงนี้ต้องแยกว่าการตัดสินใจของน.ส.ยิ่งลักษณ์ เลือกเองที่ทำหน้าที่ของตัวเองดีที่สุด เพื่อให้ตัวเองไม่รู้สึกผิด หลายคนบอกทำไมไม่รีบไป บางคนอาจคิดว่า เลือกหลบไปก่อน ค่อยมาฟังคำพิพากษาวันที่ 27ก.ย. แต่ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาเพราะกระบวนการทางคดี ไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม เลยเลือกไม่อยู่มารับฟัง ถูกลงโทษจากกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ได้ให้ความเป็นธรรม
“ทางทฤษฎี ต้องเข้าใจตามหลักการ เธออยู่ในฐานะชนชั้นนำของสังคม พูดง่ายๆเธอก็เป็น Elite (ชนชั้นนำหรือผู้มากลากดี) คนหนึ่ง หลายคนบอกทำไมยังมีชนชั้น ก็ยังมี แม้แต่จีนยังมีชนชั้น ทางเศรษฐกิจ การเมือง มีอยู่ตามความเป็นจริง แต่ตามระบอบประชาธิปไตย หลักการต้องไม่มีชนชั้น หนึ่งเสียงเท่ากันทุกคน การลงโทษต้องไม่มีชนชั้น แม้กฎหมายเราจะเขียนกฎหมายไม่มีชนชั้น แต่การดำรงอยู่ของชนชั้นยังมี คนที่มีความคิดเห็นต่อคุณยิ่งลักษณ์ กับอาจารย์ธิดา ก็ไม่ได้เห็นเหมือนกันทั้งหมด การทำหน้าที่ของ คุณยิ่งลักษณ์ ที่มาเล่นการเมืองถือว่าเสียสละ คนที่ไม่ใช่นักต่อสู้ อยู่สบายแล้ว เรื่องอะไรจะเข้ามา
ลองไปถามคนที่อยู่สบายใครอยากจะมาเล่นการเมือง มีคนบางคนพูดถึงมวลชนเสียสละ ตายติดคุก เหตุผลที่พูด มวลชนพื้นฐานทั้งหลาย ต้องเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้ อย่าไปยึดติดกับบุคคลไม่ได้ อย่ายึดติด จตุพร ณัฐวุฒิ อาจารย์ธิดา หมอเหวง หรือแม้แต่คุณยิ่งลักษณ์ คุณทักษิณ ประชาชนธรรมดา จะต้องเป็นกองหน้าเข้มแข็งและต่อสู้ ต้องเข้าใจ บางคนเขาร่วมได้แค่ไหน ก็แค่นั้น”
นางธิดา ย้ำว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ เสียสละ มวลชนบางส่วนอาจไม่พอใจ แต่คนส่วนใหญ่เห็นใจ เข้าใจ สงสาร จะฝากความหวังการต่อสู้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่ได้ โดยทฤษฎีคนที่เป็นชนชั้นนำที่มาจากนักการเมืองไม่ได้มาจากการต่อสู้ เขาร่วมได้แค่ไหนก็ได้แค่นั้น ไม่ใช่ไปโกรธเขา แม้แต่นายทักษิณ เคยบอกนั่งเรือมาต้องขอบคุณต่อไปอาจไปรถ
“แต่ละคนมีขีดจำกัด จะให้ทุกคนปฏิบัติเหมือนกันทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ สังคมไทยยังมีชนชั้น สังคมโลกก็มีชนชั้น คนที่ลำบากถึงที่สุดก็ต้องต่อสู้ให้ถึงที่สุด คนชั้นกลางก็มีขีดจำกัดของเขา เราไม่สามารถเรียกร้องให้เกินความเป็นจริงได้ อาจารย์ยังสนับสนุนคุณยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ถือว่า ทรยศมวลชน ทิ้งประชาชน แต่คุณยิ่งลักษณ์เลือกปฏิบัติตัวให้เหมาะสมในเมื่อสังคมนี้ ยังไม่ใช่สังคมที่มีหลักนิติธรรม อาจารย์ธิดาเข้าใจ เห็นใจ เราควรสนับสนุนด้วยซ้ำ” นางธิดา กล่าว.
http://www.thaipost.net/?q=node/34652
พอศาลท่านมีคำวินิจฉัยตัดสินที่เป็นประโยชน์แก่พวกตน ก็บอกว่าศาลท่านสถิตยุติธรรม แต่พอศาลท่านมีคำวินิจฉัยตัดสินลงโทษ ก็ออกมาพูดว่ากระบวนการไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม
วันที่ ๒๘ ส.ค. นางธิดา ถาวรเศรษฐ ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กถึงการหนีคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า
“การที่คุณยิ่งลักษณ์เลือกที่จะไม่อยู่ ไม่ได้เป็นความผิด
เพราะคุณยิ่งลักษณ์มองแล้วว่ากระบวนการไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม
และได้พิสูจน์ตัวเองถึงที่สุดว่าได้พยายามแล้ว
เมื่อไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรมเลยเลือกไม่มาปรากฏตัว”
แม้คดีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อปี ๕๑ ที่มีผู้ต้องหา ๔ คน ได้แก่
สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี
พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี
พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
พลตำรวจโทสุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง ๔
โดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เปิดเผยภายหลังศาลยกฟ้องว่า
“รู้สึกยินดี ซาบซึ้งใจ และขอบคุณที่สถาบันตุลาการเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ ทุกอย่างเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาล”
เวลาคำพิพากษาเป็นประโยชน์แก่พวกตนก็พูดว่าศาลท่านสถิตยุติธรรม
เวลาคำพิพากษาสั่งลงโทษให้ต้องติดคุก ก็พูดว่ากระบวนการไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม
ทั้งที่เป็นศาลคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นศาลเดียวกันแท้ๆ
นี่แหละสันดานของพวกเผ่าพันธุ์นี้
พุทธะอิสระ




