ด้วยพฤติกรรมโกหก ใส่ร้าย มดเท็จเช่นนี้
จึงสมควรที่จะไปพิสูจน์กันในศาลว่าสิ่งที่พระครูวิพูลนพการ วันพรม เจ้าคณะตำบลชั้นเอก กล่าวหาพุทธะอิสระมานั้น เท็จจริงอย่างไร
ทีนี้มาลองแบ่งข้อกล่าวหาของผู้ที่อ้างตนว่าเป็นพระครูผู้นี้ดูกันหน่อยว่า เขากล่าวหาพุทธะอิสระว่าอย่างไรบ้าง
“เห่า” และลงท้ายคอมเม้นท์ว่า “สัส”
– แสดงว่าพระครูผู้นี้เขามองพุทธะอิสระไม่ใช่คน เขาคงมองพุทธะอิสระเป็นหมา จึงได้ใช้คำว่า “เห่า”
“ท่านพุทธะอิสระรับเงินจากรัฐบาลมาเท่าไหร่ ที่จ้างล้มวัดธรรมกาย”
– ข้อกล่าวหานี้เขาพยายามจะทำให้สังคมเข้าใจว่าที่ธรรมกายต้องประสบวิบากกรรมเช่นปัจจุบันนี้ เพราะพุทธะอิสระรับเงินจากรัฐบาลมาล้มวัดธรรมกาย
“ได้ข่าวว่าท่านกับอิสลามรวมหัวกันล้มวัดพระธรรมกาย โดยมีไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นแม่งาน”
– พระครูเจ้าคณะตำบลพยายามทำให้สังคมเข้าใจต่อมาว่า พุทธะอิสระรวมหัวกับอิสลามล้มวัดธรรมกาย โดยมีคุณไพบูลย์เป็นแม่งาน
“และอีกอย่าง ไปทำอาหารสนามหลวงท่านได้เท่าไหร่ กินหัวคิวที่รัฐบาลจ่ายส่วนต่างให้”
– นักบวชสาวกธรรมกายผู้นี้พยายามยัดข้อกล่าวหาให้พุทธะอิสระว่าหากินหัวคิวค่าอาหารที่รัฐบาลจ่ายให้
– แถมยังกล่าวหาว่าผู้ที่มากินข้าวที่เต็นท์หมายเลข ๙ ณ ท้องสนามหลวง คือผู้ที่พุทธะอิสระจ้างมากิน
– และผู้ที่เข้ามาเชียร์ในเฟซบุ๊กของวัดอ้อน้อย คือผู้ที่ได้รับค่าจ้างวันละ ๕๐๐ บาท
ด้วยพฤติกรรมโกหก ใส่ร้าย มดเท็จ เช่นนี้
จึงสมควรที่จะต้องไปพิสูจน์กันในศาลว่าสิ่งที่พระครูวิพูลนพการ วังพรม เจ้าคณะตำบลฝายกวาง เขต ๑ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา
ได้กล่าวหาพุทธะอิสระมาในเฟซของวัดอ้อน้อยในวันที่ ๒๖ มี.ค. ๖๐ และวันที่ ๒๙ มี.ค. ๖๐ เป็นเรื่องจริงหรือไม่
พุทธะอิสระจึงสั่งให้ทนายรวบรวมหลักฐานการละเมิด ฟ้องนักบวชจีวรแดงผู้ฝักใฝ่ลัทธิธรรมกายต่อศาลอาญาจังหวัดนครปฐม
พฤติการณ์ของนักบวชจีวรแดงผู้นี้คือ
– ศาลจังหวัดนครปฐมมีคำสั่งให้ส่งหมายนัดไต่สวนมูลฟ้องและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทราบ และให้กำหนดนัดไกล่เกลี่ยก่อนการไต่สวน
แต่จำเลยไม่ยอมรับหมาย และไม่มาตามศาลนัด ทั้งที่จำเลยก็อยู่ในเวลาที่เจ้าหน้าที่ไปส่งหมาย แต่กลับปฏิเสธไม่รับหมายศาล
– ต่อมาศาลมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่จัดส่งหมายให้จำเลยอีกครั้ง และกำชับว่า หากครั้งนี้จำเลยไม่ยอมรับหมายอีก ก็ให้ติดประกาศหมายนั้นเอาไว้ยังที่อยู่ของจำเลย และให้ถือว่าการส่งหมายนั้นชอบด้วยกฎหมาย
– เวลาต่อมาจำเลยมอบหมายให้ทนายจำเลยมาไกล่เกลี่ย โดยจำเลยและทนายจำเลยขอโอกาสเข้าพบเพื่อชี้แจงความจริง ซึ่งอ้างว่าถูกกลั่นแกล้ง แท้จริงแล้วตนเองไม่ใช่ผู้ลงข้อความกล่าวร้ายพุทธะอิสระ
เมื่อรู้ว่าทำชั่วจะให้ผลที่เผ็ดร้อนเห็นปานนี้ แล้วจะทำไปทำไม
โปรดติดตามตอนต่อไป
พุทธะอิสระ





