ขอขอบคุณรัฐบาลและกองอำนวยการรวม ที่กรุณารับฟังเสียงท้วงติง

0
903

พลังสียงแห่งธรรม!!! รัฐเลิกทุ่มงบฯซื้อข้าวกล่องซีพีแจกผู้เข้าคิวกราบพระบรมศพแล้ว หนุนจิตอาสาปรุงอาหารตามคำท้วงติง “หลวงปู่พุทธะฯ” !!?!!
ทีนิวส์ Publish 2017-02-12 09:01:32

จากจุดเริ่มต้นด้วยเสียงทักท้วงแนวปฏิบัติในการใช้งบประมาณกว่า 3 ล้านบาทในการจัดซื้ออาหารสำเร็จรูปมาแจกจ่ายประชาชนที่เข้าร่วมรอคิวกราบพระบรมศพ โดยหลวงปู่พุทธอิสระ ที่เล็งเห็นถึงความสูญเสียทั้งเม็ดเงินและคุณประโยชน์ รวมถึงรสชาติจากการรับประทาน เมื่อเทียบกับอาหารปรุงสุกใหม่ซึ่งเหล่าจิตอาสาได้ร่วมกันจัดทำขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ (เอางบที่จ่ายค่าข้าวกล่องแช่เย็นมาเป็นค่าเดินทางให้ประชาชนมากราบพระบรมศพดีกว่าไหมท่านนายก?? : 6 กุมภาพันธ์ 2560 )
เป็นข้อเสนอควรฟัง!! หลวงปู่พุทธะฯติงรัฐใช้งบฯวันละ3ล้านซื้อข้าวกล่องซีพีแจกปชช.ร่วมกราบพระบรมศพ ทั้งที่มีทางเลือกดีกว่า ?? (อ่านรายละเอียด)!!?!!
http://www.tnews.co.th/contents/300247

ล่าสุดนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงผลสรุปการประชุมศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ว่า ที่ประชุมได้ปรับการทำงาน เนื่องประชาชนที่เข้ามากราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 มีจำนวนลดน้อยลง จึงเห็นชอบให้จิตอาสามาปรุงอาหารแจกจ่ายประชาชน และมอบให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ จัดหาวัตถุดิบมาให้ ซึ่งจะจัดสต๊อคเป็นเวลา 2 เดือน โดยจิตอาสาจะเริ่มปรุงอาหารแจกจ่ายในวันที่ 20 ก.พ.

ส่วนการเข้าชมนิทรรศการเย็นศิระเพราะพระบริบาล กำหนดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมวันละ 5 รอบ รอบละ 50 คน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 20.00 น. ทั้งนี้ยังถือว่าอยู่ในช่วงทดลองอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม

เรียบเรียง : มนันยา สนข.ทีนิวส์
http://www.tnews.co.th/contents/301037
——————————————

หลังจากที่ฉันได้โพสลงเฟซบุ๊กในกรณีท้วงติงรัฐบาลเรื่องการนำเงินงบประมาณมาใช้กับการจัดซื้ออาหารกล่องจากบริษัทซีพีมาเลี้ยงประชาชนที่มากราบพระบรมศพ

ทั้งที่ตลอดเวลาพวกเราเต็นท์อาหารจิตอาสาทั้งหลายก็มิได้เดือดร้อนหรือร้องขอ และพวกเรายินดีที่จะเลี้ยงอาหารประชาชนคนที่มากราบพระบรมศพจนกว่าจะถึงงานออกพระเมรุ และฉันก็ได้ยืนยันต่อที่ประชุม ศตส.ว่า งานของพ่อพวกเราคนไทยทุกคนอยากทำอะไรถวายพระองค์ท่าน ขออย่าได้สิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ ควรจะนำเงินไปช่วยพี่น้องชาวใต้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมจะดีกว่า และถ้าหากท่านนายก รัฐบาลต้องการจะช่วยผ่อนคลายให้พวกเราเต็นท์อาสาจริงๆ พวกเราก็ขอสนับสนุนแค่วัตถุดิบในการปรุงอาหารเท่านั้น

แถมยังพูดอีกว่า หากรัฐบาลคิดว่าต้องการให้กระทรวง ทบวง กรม เข้ามามีส่วนร่วมในการรับภาระ ก็ควรจะกระจายงบไปสู่ครัวเรือน ด้วยการให้แม่บ้านแต่ละเหล่าทัพเป็นผู้ทำอาหารมาเลี้ยงประชาชน
อีกทั้งฉันยังพูดว่า หากพวกที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเขารู้ว่าหน่วยงานของรัฐโดย ศตส.มากำหนดสเปค กำหนดเงื่อนไขกับพวกเราจิตอาสา ที่ช่วยกันทำอาหารเลี้ยงประชาชนคนของพ่อมาตั้งแต่วันแรกเช่นนี้

แล้วเปิดพื้นที่ให้มีการใช้จ่ายงบกันอย่างฟุ่มเฟือย ถึงวันละ ๓ ล้าน ๑๐ วัน ๓๐ กว่าล้าน ที่กระทรวง ทบวง กรม จะต้องเบิกจากงบกลาง
แต่มากำจัดจำนวนและเวลาการทำอาหารเลี้ยงของจิตอาสา คนเขาจะมองรัฐบาลไปในทางเสียหาย ท่านนายกจะพลอยเสียหายไปด้วย ฉันไม่อยากให้ท่านต้องมาตกเป็นขี้ปากพวกไม่หวังดี เก็บท่านไว้ใช้งานสำคัญๆ ของชาติจะดีกว่า อย่าเอางานของพ่อมาเป็นต้นเหตุของการผลาญงบเลย

เหล่านี้คือสิ่งที่ฉันพูดในที่ประชุม ศตส. แต่พวก ศตส.ไม่รับฟัง เพราะเขามีธงในใจเอาไว้แล้ว จนนำมาซึ่งข้าวกล่องซีพีเข้ามาแทนที่ข้าวของจิตอาสาในช่วงเวลาแรกๆ หลังจากร้อยวันแล้ว

ต่อมา เมื่อ ศตส.เห็นว่าประชาชนไม่ปลื้มกับข้าวกล่อง ศตส.ก็มาบอกให้เต็นท์ต่างๆ เขามารับผิดชอบเลี้ยงอาหารมื้อเช้าและมื้อกลางวัน ส่วนมื้อเย็นเป็นหน้าที่ของกระทรวงและหน่วยงานของรัฐวิสาหกิจ

แต่พอพุทธะอิสระมองเห็นว่าประชาชนมาร่วมถวายบังคมพระบรมศพน้อยลงอย่างผิดหูผิดตา จากวันละ ๑ แสนกว่า เวลานี้ลดลงเหลือหมื่นกว่า สองหมื่นกว่า และนับวันจะยิ่งน้อยลงน้อยลง

ด้วยความกังวลว่างานของพ่อจะไม่สมพระเกียรติ เพราะมีคนมาร่วมงานน้อย และพอฉันได้สอบถามชาวบ้านที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด แต่ละคนต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันบาท ซึ่งก็เป็นเงินจำนวนมากสำหรับคนยากจน

พุทธะอิสระจึงต้องเขียนลงเฟซวิงวอนให้รัฐบาลนำงบค่าอาหารวันละ ๓ ล้านกว่าบาท ไปจ้างรถรับคนที่เขาอยากจะเดินทางมากราบพระบรมศพแม้สักครั้งหนึ่งในชีวิตก็ยังดี

ดีกว่านำเงินงบประมาณไปจัดซื้อข้าวกล่องจากซีพี แล้วชาวบ้านไม่กิน วางทิ้งเสียหาย ฉันรู้สึกเสียดายเงินภาษีประชาชน

เวลาต่อมาท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คุณออมสิน ชีวะพฤกษ์ ผู้กำกับดูแล ศตส. ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะเปิดโอกาสให้จิตอาสาเข้ามาเลี้ยงอาหารได้อย่างเต็มที่ครบ ๓ มื้อ โดยรัฐบาลจะเป็นผู้สนับสนุนวัตถุดิบ

ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีออมสิน ชีวะพฤกษ์ ที่รับฟังเสียงนกเสียกาจากฉันแล้วปรับเปลี่ยนท่าทีที่จะนำไปสู่ความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล

ในเวลาต่อมาตัวแทนบริษัทซีพีมาขอเข้าพบฉันเพื่ออธิบายว่าทำไมเขาถึงได้เข้ามาทำข้าวกล่อง เพราะเป็นผู้ชนะการประมูลในราคากล่องละ ๓๐ บาท วันละ ๒๕,๐๐๐ กล่อง โดยมีรายละเอียดอยู่ในคลิปของการเจรจา

ดูท่าทีของซีพีจะเป็นกังวลต่อภาพลักษณ์ของเขามาก ที่เจอข้อหามาหากินกับงานพระบรมศพของพระเจ้าอยู่หัวผู้เป็นที่รักยิ่งของประชาชน เขาจึงถามฉันว่า จะให้เขาแก้ไขอย่างไร

ฉันตอบไปว่า แล้วพวกคุณจะแก้ภาพลักษณ์ที่เสียไปอย่างไร

เขาตอบว่า เขาจะคืนเงินที่ได้จากการจัดทำข้าวกล่องให้กับหน่วยงานของรัฐ

ฉันก็บอกว่าคุณคืนเงินแล้วคิดว่า บริษัทของคุณจะกลับมาดูดีในสายตาของสังคมอยู่หรือ คืนเพราะพุทธะอิสระเขียนลงเฟซบุ๊กใช่ไหมล่ะ หากพุทธะอิสระไม่เขียนลงเฟซบุ๊กคุณก็จะไม่รู้สึกอะไรเลยใช่ไหม

เขาก็พยายามอธิบายว่าเจ้านายของเขาไม่เคยได้รับรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย พอมารู้เข้าจึงตกใจ รีบสั่งให้ผมมาอธิบายให้หลวงปู่ได้ทราบ
แล้วเขาก็ถามฉันต่อว่า หากหลวงปู่จะกรุณาโปรดช่วยแนะนำวิธีแก้ไขปัญหาให้เราด้วยครับ

ฉันจึงพูดว่า ถึงคุณจะคืนเงิน แต่ความผิดมันก็สำเร็จแล้ว เงินงบได้ถูกเบิกจ่ายไปแล้ว หากคุณอ้างว่าข้าวกล่องคุณบริจาค แล้วหน่วยงานที่เขาจ่ายเงินให้คุณเขาไม่ซวยหรือ เอาเป็นว่าฉันขอเวลาฉันเพลก่อน อิ่มแล้วเดี๋ยวจะแนะนำให้ คุณและคุณศิริชัย ไม้งาม ก็ไปทานข้าวก่อน

พอฉันข้าวเสร็จแล้ว เขาเข้ามากราบ ฉันจึงพูดกับเขาว่า ไม่ต้องเอาเงินไปคืนดอก เพราะการจัดซื้อจัดจ้างได้ทำสัญญากันตามกฎหมาย หากมีการคืนเงินเดี๋ยวมีผู้ไม่หวังดีไปร้อง ป.ป.ช.หรือ สตง. จะเป็นเรื่องใหญ่ เอาเป็นว่าคุณนำเงินที่ได้จากค่าข้าวกล่องไปบริจาคให้ภาครัฐจ่ายเป็นค่ารถขนประชาชนมากราบพระบรมศพ เช่นนี้จะเป็นทางออกที่งดงามทั้งผู้ให้และผู้รับ

เขาบอกว่า จะให้เจ้านายเขามารับฟังคำแนะนำจากฉันในโอกาสต่อไป

ฉันจึงบอกว่าไม่ต้องหรอก หนึ่งร้อยคำพูดไม่สู้หนึ่งการกระทำ คุณลองไปทำให้ฉันดูก่อน หากทำได้แล้วค่อยมาว่ากัน

(ที่จริงมีรายละเอียดในการเจรจามากกว่านี้ สามารถติดตามได้ในคลิปวีดีโอ)

พุทธะอิสระ